ราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันพุธ(9ก.ย.) ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปลายเดือนกรกฏาคม หลังอิหร่านและสหรัฐฯต่างโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน ในเหตุปะทะระลอกใหญ่สุดในแถบช่องแคบฮอร์มุซ นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น ปัจจัยทางพลังงานที่โหมกระพือความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ฉุดวอลล์สตรีทปิดลบ ขณะที่ทองคำขยับขึ้นเล็กน้อย
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้น 3.02 ดอลลาร์ ปิดที่ 96.05 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 3.29 ดอลลาร์ ปิดที่ 101.21 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทั้ง 2 สัญญาปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม
นับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม น้ำมันดิบทั้ง 2 สัญญาซื้อขายกันในระดับต่ำกว่าเกณฑ์ทางจิตวิทยา 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สะท้อนถึงความคาดหมายว่าความขัดแย้งจะยังคงเป็นการปะทะกันเล็กๆน้อยๆ มุมมองในแง่บวกมีมากขึ้น หลังสหรัฐฯและอิหร่านบรรลุข้อตกลงชั่วคราวในการหยุดโจมตี แม้ยังไม่อาจบรรลุข้อตกลงสันติภาพอย่างถาวรกันได้ก็ตาม
อย่างไรก็ตามสถานการณ์ได้เปลี่ยนไปในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้ง 2 ฝ่านกลับมาโจมตีกันอีกรอบและดูเหมือนจะหนักหน่วงกว่าเดิม โดยอิหร่านเปิดเผยในวันพุธ(9ก.ย.) ได้โจมตีเรือ 10 ลำใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ส่วนสหรัฐฯบอกว่าได้จมเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน 5 ลำ ทวีความดุเดือดของสงครามที่ลากยาวมานานกว่า 6 เดือน
ความเคลื่อนไหวของตลาดพลังงาน โหมกะพือความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และปัจจัยนี้เองที่ฉุดให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดลบในวันพุธ(9ก.ย.) ก่อนหน้าที่จะมีการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้ออันสำคัญในช่วงปลายสัปดาห์
ดาวโจนส์ ลดลง 405.41 จุด (0.77 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 52,380.66 เอสแอนด์พี ลดลง 37.16 จุด (0.48 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 7,636.36 จุด แนสแดค ลดลง 168.07 จุด (0.64 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 26,253.34 จุด
ความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันโลกและความตึงเครียดที่ปะทุขึ้นอีกรอบในตะวันออกกลาง ผลักให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ดีดตัวขึ้นไปเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง อันเป็นระดับที่อ่อนไหวสำหรับตลาดหุ้น สงครามที่อเมริกากับอิสราเอลเปิดศึกกับอิหร่าน ก่อความวิตกว่ามันอาจลุกลามสู่ความขัดแย่งระดับภูมิภาคในวงกว้าง ในขณะที่ราคาน้ำมันที่พุ่งสูง เสี่ยงโหมกระพือเงินเฟ้อให้พุ่งขึ้นไปอีก
ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯอายุ 10 ปี พุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤจิกายน 2023 หลังกระทรวงการคลังอเมริกาเผยว่าจะเข้าซื้อพันธบัตรอายุ 10 ปี และ 20 ปี มูลค่าสูงสุด 6,000 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตามพวกนักวิเคราะห์บางส่วนคาดหมายว่าอาจมีการเข้าซื้อมากกว่านั้น ในระดับราวๆ 8,000 ล้านดอลลาร์ ถึง 10,000 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว
ส่วนราคาทองคำปรับขึ้นในวันพุธ(9ก.ย.) หลังดอลลาร์ยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดัน ในขณะที่นักลงทุนเฝ้ารอข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯในสัปดาห์นี้ ที่จะให้เงื่อนงำเกี่ยวกับนโยบายการเงินของธนาคารกลางอเมริกา ท่ามกลางราคาน้ำมันที่พุ่งสูง โดยราคาทองคำยูเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ส งวดส่งมอบเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้น 0.5 % ปิดที่ 4,458.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์
(ที่มา:รอยเตอร์ส)


