(เก็บความจากเอเชียไทมส์ https://asiatimes.com/2026/09/us-japan-race-to-secure-chip-grade-minerals-as-china-curbs-exports/)
US, Japan race to secure chip-grade minerals as China curbs exports
by Jeff Pao
04/09/2026
วอชิงตันกับโตเกียวทุ่มเทเงินลงทุนหลายหมื่นล้านดอลลาร์เข้าไปในโครงการเปิดเหมืองใหม่ๆ และโรงกกลั่นโรงถลุงแร่ใหม่ๆ ทว่ายังคงมีความก้าวหน้าไปอย่างเชื่องช้าในเส้นทางของการสร้างห่วงโซ่อุปทานพวกแรร์เอิร์ธและแร่ธาตุสำคัญยิ่งยวดสายใหม่ซึ่งไม่ต้องพึ่งพาอาศัยปักกิ่ง
สหรัฐอเมริกากับญี่ปุ่นกำลังวิ่งแข่งขันกับเวลา ในการสร้างสายห่วงโซ่อุปทานพวกแร่ธาตุสำคัญยิ่งยวดสายใหม่ๆ ชนิดที่ไม่ต้องพึ่งพาอาศัยจีนขึ้นมาให้สำเร็จ โดยที่พวกเขาทั้งพยายามหนุนหลังด้วยมาตรการอุดหนุนใหม่ๆ ของภาครัฐบาล และด้วยการสนับสนุนของแวดวงอุตสาหกรรมนี้ด้วยกันเอง อย่างไรก็ตาม จากการที่การทำความตกลงกันในระดับรัฐบาลต่อรัฐบาลยังคงเป็นไปอย่างเชื่องช้า รวมทั้งข้อพิพาททางภูมิรัฐศาสตร์หลายๆ เรื่องก็กำลังคุกรุ่น จึงกลับทำท่ากลายเป็นภัยคุกคามที่จะลดทอนความก้าวหน้าของพวกเขา
การที่จีนประกาศควบคุมการส่งออกแรร์เอิร์ธและแร่ธาตุสำคัญยิ่งยวดอย่างอื่นๆ ได้ก่อให้เกิดภาวะตึงตัวขึ้นกับพวกอุตสาหกรรมการผลิตในสหรัฐฯและญี่ปุ่นในช่วงเวลาจำนวนมากของปีนี้ และกำลังบังคับให้การดำเนินงานของบริษัททั้งหลายต้องฝ่าข้ามให้ได้ทั้งกฎระเบียบใหม่ๆ ในการขออนุญาต, ระยะเวลาเตรียมตัวก่อนเริ่มการผลิตที่นานขึ้นกว่าเดิม, และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นไม่ว่าจะในเรื่องการผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์, แบตเตอรี, หรือพวกฮาร์ดแวร์ทางการทหาร
ปักกิ่งกับวอชิงตันมีกำหนดจะต้องเจรจาหารือกันว่าจะขยายเวลาข้อตกลงสงบศึกการค้าชั่วคราว 1 ปีของพวกเขาออกไปหรือไม่ ก่อนที่มันจะมันจะหมดอายุลงในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยที่การพังครืนใดๆ ของการพูดจาเหล่านี้อาจกลายเป็นตัวจุดชนวนให้จีนเข้มงวดข้อจำกัดการส่งออกของตนให้กวดขันมากขึ้นไปอีก ซึ่งจะกลายเป็นการเพิ่มแรงบีบคั้นห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกอย่างหนักหน่วง
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯได้ประกาศ [1] การลงทุนด้วยการถือหุ้นและการร่วมเป็นเจ้าของกิจการ มูลค่า 174 ล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยสร้างโรงงานผลิตธาตุแกลเลียม (gallium) ขึ้นที่โรงกลั่นอะลูมินา เมืองเวย์เจอรัป (Wagerup) ประเทศออสเตรเลีย ของบริษัท แอลโคอา คอร์เปอร์เรชั่น (Alcoa Corporation) โดยโครงการนี้ยังได้รับการหนุนหลังจากบริษัทโซจิทสึ คอร์เปอเรชั่น (Sojitz Corporation) แห่งญี่ปุ่น และ เอ็กซ์พอร์ต ไฟแนนซ์ ออสเตรเลีย (Export Finance Australia) องค์การสินเชื่อเพื่อการส่งออกของแดนจิงโจ้ ด้วยความมุ่งหมายที่จะผลิตและจัดส่งโลหะสำคัญยิ่งยวดชนิดนี้ให้ได้ปีละ 100 เมตริกตัน สำหรับใช้ในการผลิตเรดาร์, ระบบป้องกันขีปนาวุธ, และระบบทางทหารอื่นๆ
ก่อนหน้านั้นเพียงสัปดาห์เศษ กระทรวงพลังงานของสหรัฐฯได้แถลง [2] ในวันที่ 20 สิงหาคมว่า จะลงทุนเป็นเงินทั้งสิ้น 500 ล้านดอลลาร์ในโครงการต่างๆ รวม 7 โครงการ เพื่อขยายกิจการด้านการแปรรูปแร่ธาตุและวัสดุสำคัญยิ่งยวดของอเมริกา รวมทั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี และขีดความสามารถในการรีไซเคิล โดยผ่านทางสำนักงานนวัตกรรมทางแร่ธาตุสำคัญยิ่งยวดและพลังงาน (Office of Critical Minerals and Energy Innovation) ของทางกระทรวง ทั้งนี้ ก่อนหน้านั้นขึ้นไปอีก คณะรัฐบาลทรัมป์ยังได้เปิดเผย [3] ชุดระเบียบหลักเกณฑ์ใหม่ๆ และโปรแกรมลงทุนใหม่ๆ ออกมาเป็นระยะๆ ตลอดช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา ซึ่งล้วนแต่เป็นความพยายามในการส่งเสริมเพิ่มพูนซัปพลายแร่ธาตุสำคัญยิ่งยวด
พวกบริษัทผลิตชิปในสหรัฐฯและสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นผู้ที่บริโภคแรร์เอิร์ธและแร่ธาตุสำคัญยิ่งยวดอื่นๆ เป็นปริมาณมากๆ บอกว่า สำหรับตอนนี้พวกเขายังคงสามารถจัดหาซัปพลายวัสดุสำคัญยิ่งเหล่านี้มาใช้งานได้อย่างพอเพียง ถึงแม้ต้องเสียเวลาทำงานเอกสารเพิ่มมากขึ้นและซื้อหาด้วยราคาสูงขึ้น อย่างไรก็ดี พวกเขาก็กำลังเตรียมตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ซึ่งเป็นไปได้ว่าจะเลวร้ายลงไปอีก
เอียน ครอสตัน (Ian Croston) รองประธานกรรมการบริหารฝ่ายดำเนินงาน (vice president of operations) ของ ลูเมนตัม (Lumentum) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ที่เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนออปติก (optical components) กล่าวแสดงความเห็นว่า “ความท้าทายซึ่งเกิดขึ้นจากการที่ประเทศต่างๆ ต้องการควบคุมบางด้านบางมิติของสายห่วงโซ่อุปทานนั้น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ” เขาบอกกับเอเชียไทมส์ขณะให้สัมภาษณ์ข้างเคียงงานประชุม เซมิคอนดักเตอร์ส ทู ซิสเตมส์ ซัมมิต (Semiconductors to Systems Summit) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงลอนดอน, สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ต่อไปว่า “เราเคยมีปัญหากับจีนบ้างไหม? เรามีปัญหาอยู่ตลอดเวลานั่นแหละ โดยที่เราก็ต้องคอยแก้ไขกันไป”
เมื่อเอเชียไทมส์สอบถามว่ามาตรการควบคุมการส่งออกทั้งหลาย ทำให้ต้องเสียเวลากับการทำงานเอกสารเพิ่มขึ้นและเสียค่าใช้จ่ายสูงขึ้นหรือเปล่า ครอสตันไม่ได้โต้แย้งเรื่องนี้ แต่กล่าวว่ามันก็เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของการทำธุรกิจเท่านั้น ซึ่งสามารถเปรียบเทียบได้กับมาตรการควบคุมการส่งออกที่ต้องประสบ หลังจากที่สหราชอาณาจักรถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป หรือการจัดเก็บภาษีศุลกากรต่างๆ ที่คณะรัฐบาลทรัมป์ประกาศบังคับใช้
เขาบอกว่า ลูเมนตัม เตรียมพร้อมรับมือกับทุกความเป็นไปได้ที่อาจเกิดขึ้น พร้อมกับชี้ว่า ความติดขัดวุ่นวายในลักษณะนี้เป็นเรื่องปกติที่พบได้จากรัฐบาลต่างๆ ทั่วโลก และจะต้องคอยบริหารจัดการให้ดีเมื่อมันเกิดขึ้นมา
“คุณจำเป็นต้องทำความเข้าใจพวกซัปพลายเออร์ของคุณให้ดีอยู่เสมอ ว่าพวกเขามาจากไหน และถ้าหากพวกเขาเป็นซัปพลายเออร์ที่มีคุณค่าสูง คุณก็จะต้องทราบว่าพวกเขามีข้อจำกัดอะไรบ้าง และเราสามารถที่จะบริหารจัดการธุรกิจนี้ยังไงได้มั่ง” เขากล่าว “มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการลดแรงเสียดทานให้น้อยลง”
ไมเคิล เฮอร์ลสตัน (Michael Hurlston) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ลูเมนตัม เคยพูด [4] เอาไว้เมื่อตอนต้นเดือนกรกฎาคมว่า การขาดแคลน อินเดียม ฟอสไฟด์ (indium phosphide หรือ InP) สารประกอบวัสดุเซมิคอนดักเตอร์ที่ใช้ในแสงเลเซอร์ สำหรับพวกดาตาเซ็นเตอร์เอไอทั้งหลาย ในที่สุดแล้วอาจสาหัสร้ายแรงมากยิ่งกว่าภาวะบีบคั้นที่เกิดกับพวกชิปความจำในปัจจุบันเสียอีก เขาบอกว่า ลูเมนตัม และคู่แข่งคือบริษัทโคฮีเรนต์ (Coherent) รวมกันแล้วยังไม่สามารถสนองความต้องการจาก อินวีเดีย (Nvidia) และพวกลูกค้าระดับไฮเปอร์สเกล (hyperscale) อื่นๆ ได้อย่างเพียงพอ โดยที่ออร์เดอร์สั่งซื้อจากกิจการเหล่านี้ทะยานสูงพรวดพราดจากเลเซอร์ระดับหลักร้อย ไปเป็นระดับหลายร้อยล้านกันทีเดียว
แหล่งที่มาของสารตั้งต้น อินเดียมฟอสไฟด์ (indium phosphide substrates) ของ ลูเมนตัม ส่วนใหญ่ได้มาจากบริษัท สุมิโตโม อิเล็กทริก (Sumitomo Electric) และ เจเอ็กซ์ แอดแวนซ์ เมทัลส์ (JX Advanced Metals) ของญี่ปุ่น จึงเป็นการจำกัดความเสียหายโดยตรงที่อาจเกิดขึ้นจากมาตรการชะลอการส่งออกของประเทศจีน ข้อดีเช่นนี้ทำให้ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา อินวิเดียได้เข้ามาโอบอุ้มเพื่อเพิ่มปริมาณซัปพลาย ด้วยการลงทุนทั้งใน ลูเมนตัม และ โคฮีเรนต์ รายละ 2,000 ล้านดอลลาร์ พร้อมกับสัญญาข้อผูกพันเรื่องการจัดซื้อ ตลอดจนการเข้าถึงความสามารถผลิตในอนาคต
ปักกิ่งนั้นได้จำกัด [5] การส่งออกอินเดียมมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2025 ซึ่งกำลังผลักดันราคาให้พุ่งพรวดจากราวๆ กิโลกรัมละ 250 ดอลลาร์ เป็นราวๆ 805 ดอลลาร์ในเดือนที่แล้ว นอกจากนั้นจีนยังสั่งห้ามการส่งออกแกลเลียม และ เจอเมเนียม (germanium) ไปยังสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคม 2024 ก่อนที่จะหยุดบังคับใช้ชั่วคราวในเดือนพฤศจิกายน 2025 โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงสงบศึกการค้าระยะเวลา 1 ปี
อย่างไรก็ดี คำสั่งห้ามเช่นนี้ก็ได้ผลักดันให้ราคา ณ หน้าคลังสินค้าของโลกตะวันตกทะยานสูงอยู่ในเวลานี้ โดยสำหรับแกลเลียมอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 2,100 ดอลลาร์ ส่วนเจอเมเนียมอยู่ที่กิโลกรัมละสูงกว่า 6,000 ดอลลาร์ เปรียบเทียบกับราคาซื้อขายภายในประเทศจีน ซึ่งอยู่ที่ราวๆ กิโลกรัมละ 247 ดอลลาร์ และ 3,100 ดอลลาร์ตามลำดับ
“ผมทราบดีว่ากระบวนการควบคุมการส่งออกที่ออกกันมาเยอะแยะเวลานี้มันกลายเป็นภาระยุ่งยากมากทีเดียว” อีแวน เดวีส์ (Iwan Davies) ผู้อำนวยการกลุ่มเทคโนโลยี ของบริษัท ไอคิวอี พีแอลซี (IQE plc) ซึ่งตั้งสำนักงานอยู่ที่เมืองคาร์ดิฟฟ์, สหราชอาณาจักร โดยเป็นผู้ผลิตแผ่นเวเฟอร์เซมิคอนดักเตอร์เชิงประกอบ (compound semiconductor wafers) กล่าวกับเอเชียไทมส์ “สำหรับของที่เป็นแบบ แกลเลียม และ เจอเมเนียมนี่ ได้เกิดการชะลอเลื่อนเวลาในการได้วัสดุเหล่านี้บางส่วนออกมาจากจีน แล้วมาถึงตอนนี้ อินเดียมฟอสไฟด์ ก็เจอสถานการณ์อย่างเดียวกันแล้ว ดังนั้นไม่ว่าคุณจะซื้อเป็นโลหะ หรือซื้อเป็นสารประกอบ มันจะยังคงมีปัญหาในห่วงโซ่อุปทานอยู่ในขณะนี้ทั้งนั้น”
เขาบอกว่า IQE ตอนนี้ได้รับแกลเลียมที่ทำให้บริสุทธิ์แล้ว และพวกธาตุอินเดียม จากพวกซัปพลายเออร์วัสดุจำนวนน้อยรายจำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ชำนาญการในการจัดหาจัดส่งให้แก่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยที่ซัปพลายเออร์เหล่านี้ก็เป็นที่รู้จักกันดีในทั่วโลก เขากล่าวว่า มาตรการตัดลดการส่งออกของปักกิ่งทำให้มีความเป็นไปได้อย่างมากที่เมื่อเวลาผ่านไป ซัปพลายจะมีการกระจายตัวออกไปจัดหาจัดซื้อกันได้จากภูมิภาคอื่นๆ โดยที่ IQE ก็กำลังเตรียมตัวเพื่อรับความเสี่ยงที่ความตึงเครียดสหรัฐฯ-จีนจะเพิ่มทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
ทั้งนี้ นอกประเทศจีน ห่วงโซ่อุปทานแกลเลียม, เจอเมเนียม, และอินเดียม ไหลผ่านทางพวกซัปพลายเออร์ชำนาญพิเศษกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่ง ได้แก่
**ไวทัล แมตทีเรียลส์ (Vital Materials) (บริษัทจีน): เป็นผู้กลั่นแกลเลียม, เจอเมเนียม, อินเดียม, และ เซเลเนียม (selenium) ถือเป็นแหล่งที่มาต้นน้ำ (upstream source) รายสำคัญรายหนึ่งสำหรับพวกกิจการเซมิคอนดักเตอร์ของฝ่ายตะวันตก
**เอเอ็กซ์ที (AXT) (บริษัทสหรัฐฯ): ซัปพลายเออร์รายใหญ่รายหนึ่งของสารตั้งต้น แกลเลียมอาร์เซไนด์ (gallium arsenide หรือ GaAs) และอินเดียมฟอสไฟด์ (InP) ถึงแม้ว่ากระบวนการในการเติบโตของผลึก (crystal growth) และกระบวนการในการแต่งแร่ (mineral processing) จำนวนมากของบริษัทแห่งนี้ จะต้องกระทำผ่านพวกกิจการร่วมทุนในประเทศจีน
**ไฟร์เบอร์เกอร์ คอมพาวด์ แมตทีเรียลส์ (Freiberger Compound Materials) (บริษัทเยอรมนี): หนึ่งในซัปพลายเออร์ที่ไม่ใช่กิจการจีนเพียงไม่กี่แห่งของสารตั้งต้น GaAs เพื่อนำไปใช้งานด้านระบบไร้สาย (Wireless) และเทคโนโลยีโฟโตนิกส์ (Photonics)
**สุมิโตโม อิเล็กทริก (Sumitomo Electric) และ สุมิโตโม เคมิคัล (Sumitomo Chemical) (บริษัทญี่ปุ่น): เป็นซัปพลายเออร์รายใหญ่ของสารตั้งต้น GaAs และ InP ตลอดจนวัสดุอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ
**โดวะ อิเล็กทรอนิกส์ แมตทีเรียลส์ (DOWA Electronics Materials) (ประเทศญี่ปุ่น): เป็นซัปพลายเออร์รายหนึ่งของแผ่นเวเฟอร์เซมิคอนดักเตอร์ แกลเลียม, อินเดียม และเวเฟอร์เชิงประกอบ (compound) ที่มีคุณภาพสูง
JOGMEC - องค์การความมั่นคงด้านโลหะและพลังงานของญี่ปุ่น
นอกจากความสัมพันธ์ระหว่างวอชิงตันกับปักกิ่งที่อยู่ในภาวะอึมครึมจากสงครามการค้าและการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์แล้ว ความสัมพันธ์ของญี่ปุ่นกับจีนก็ได้เลวร้ายลง [6] อย่างรวดเร็วตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว เมื่อนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาออิจิ ตอบกระทู้ถามในรัฐสภาว่า ถ้าหากจีนโจมตีไต้หวัน มันก็สามารถที่จะกลายเป็น “ภัยคุกคามถึงการดำรงคงอยู่” ของญี่ปุ่น แล้วทำให้ถูกปักกิ่งตอบโต้ด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างรวดเร็ว ในเดือนมกราคม 2026 จีนมีการเคลื่อนไหวเพื่อจำกัดการส่งออกวัสดุหลายชนิดที่สามารถใช้ประโยชน์สองทาง (dual-use นั่นคือใช้ได้ทั้งทางพลเรือนและทางทหาร) ไปยังญี่ปุ่น ซึ่งรวมไปถึงพวกแรร์เอิร์ธ, แกลเลียม, เจอเมเนียม, กราไฟต์, และแม่เหล็กที่ทำจากแร่สำคัญยิ่งยวดต่างๆ โดยที่ปักกิ่งผูกโยงการลดทอนเหล่านี้เข้ากับจุดยืนของโตเกียวในเรื่องไต้หวันอย่างเปิดเผยชัดเจน
การส่งออกแรร์เอิร์ธของจีนไปยังญี่ปุ่นร่วงลงมาอย่างสาหัส [7] ถึง 51% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า รวมทั้งสูงกว่า 3 เท่าตัวของอัตราการลดส่งออกแรร์เอิร์ธโดยรวมของปักกิ่งในช่วงเดียวกันนี้ซึ่งอยู่ที่ราวๆ 16% ทั้งนี้ญี่ปุ่นไม่ได้รับ แกลเลียม หรือ เจอเมเนียม จากจีนเลยในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ และได้รับแกลเลียม จากการจัดส่งของจีนเพียงแค่ครั้งเดียวในเดือนพฤษภาคม จากนั้นก็ไม่มีอะไรส่งมาเลยอีกในเดือนมิถุนายน แถมในเดือนดังกล่าว ข้อมูลศุลกากรยังแสดงให้เห็น [8] ว่า พวกแรร์เอิร์ธอย่าง ดิสโพรเซียม (Dysprosium), เทอร์เบียม (Terbium) และ อิตเทรียม (Yttrium) ปักกิ่งก็ไม่ได้ส่งมาให้เลยเหมือนกัน
“สถานการณ์มีความยากลำบากมาก” เป็นการกล่าวยอมรับของ ซายาคะ โตมิฮาระ (Sayaka Tomihara) ที่ปรึกษาฝ่ายกิจการเศรษฐกิจของสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำสหราชอาณาจักร ระหว่างให้สัมภาษณ์ในงานเดียวกันนี้ “พวกบริษัทญี่ปุ่นต่างกังวลใจกับการควบคุมการส่งออกของจีน แล้วยังสถานการณ์ในอ่าวเปอร์เซียซึ่งกำลังทำให้น่าเป็นห่วงในเรื่องซัปพลายน้ำมันอีก มีการสะดุดติดขัดเกี่ยวกับห่วงโซ่อุปทานเยอะแยะเหลือเกิน และอุตสาหกรรมของเราจำนวนมากกำลังถูกบังคับให้ต้องพิจารณาหาวิธีการว่าพวกเขาสามารถที่จะกระจายพอร์ตโฟลิโอออกไปอย่างไรได้บ้าง เพื่อรับมือกับถสานการณ์เช่นนี้”
เพื่อทำให้แน่ใจว่าจะได้รับซัปพลายแรร์เอิร์ธอย่างต่อเนื่องไม่เกิดการสะดุด เธอบอกว่า เวลานี้ญี่ปุ่นกำลังสำรวจลู่ทางในเรื่องการรีไซเคิลและการขุดค้นแร่ธาตุเหล่านี้ขึ้นมาจากใต้ทะเลลึก โดยถือทั้งสองเรื่องนี้เป็นทางเลือกระยะยาว แต่ก็ต้องยอมรับว่าไม่มีทางไหนเลยที่อาจนำมาใช้แก้ปัญหาในเฉพาะหน้าได้
“มีการเจรจากันในระดับเอกชนต่อเอกชน และก็ยังมีความพยายามของทางภาครัฐบาลด้วย” เธอบอก “เรากำลังทำเรื่องนี้กันในระดับบริษัทต่อบริษัท แล้วยังกำลังทำงานกับพวกประเทศอื่นๆที่มีความคิดอย่างเดียวกันเพื่อพยายามทำให้มีขีดความสามารถการผลิตในเรื่องนี้เพิ่มมากขึ้น”
เธอเสริมว่า ช่วง 6 ถึง 12 เดือนข้างหน้านี้ รัฐบาลญี่ปุ่นจะทำงานร่วมกับ JOGMEC (Japan Organization for Metals and Energy Security องค์การเพื่อความมั่นคงด้านโลหะและพลังงานของญี่ปุ่น) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ได้รับการหนุนหลังจากภาครัฐที่มีจุดมุ่งหมายทำให้ญี่ปุ่นได้รับทรัพยากรด้านแร่ธาตุและพลังงานอย่างพอเพียงไม่สะดุดติดขัด โดยผ่านความพยายามระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล และด้วยการสนับสนุนการเจรจากันของพวกบริษัทภาคเอกชน
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา รัฐบาลญี่ปุ่นได้เสนอ [9] ให้อิสรเสรีมากขึ้นแก่ JOGMEC ในการลงทุนในโครงการแร่ธาตุสำคัญยิ่งยวดต่างๆ โดยจะอนุญาตให้องค์การนี้สามารถลงทุนได้อย่างมีอิสระ แทนที่จะต้องลงทุนเคียงข้างบริษัทญี่ปุ่น หรือลงทุนกับพวกหุ้นส่วนต่างประเทศได้เฉพาะในกรณีที่ถ้าหากรอหุ้นส่วนญี่ปุ่นมาเข้าร่วมจะส่งผลทำให้โครงการล่าช้าออกไปเท่านั้น ในปัจจุบัน JOGMEC ได้ไปเปิดสำนักงานต่างๆ ในต่างประเทศเอาไว้มากกว่า 10 แห่งแล้ว และเข้าร่วมโครงการทรัพยากรต่างๆ มากกว่า 30 โครงการใน 15 ประเทศ
กลุ่มพันธมิตร “แพกซ์ซิลิกา” ที่นำโดยสหรัฐฯ
เมื่อกล่าวถึงความเคลื่อนไหวของโลกตะวันตกในเรื่องการสร้างสายห่วงโซ่อุปทานพวกแร่ธาตุสำคัญยิ่งยวดสายใหม่ที่ไม่ต้องพึ่งพาอาศัยจีนขึ้นมาแล้ว เรื่องที่ได้รับการจับตามองอย่างกว้างขวาง ย่อมเป็นกลุ่มพันธมิตรที่ใช้ชื่อว่า “แพกซ์ ซิลิกา” (Pax Silica) ซึ่งสหรัฐฯเป็นแกนนำผลักดันก่อตั้งขึ้นในเดือนธันวาคม 2025 โดยที่มีทั้งสหราชอาณาจักร, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, สิงคโปร์, ออสเตรเลีย, และอิสราเอล ประกาศเข้าร่วมตั้งแต่แรก ด้วยจุดมุ่งหมายที่จะทำให้ห่วงโซ่อุทานของวัสดุต่างๆ ที่ใช้ในด้านปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ), เซมิคอนดักเตอร์, และแร่ธาตุสำคัญยิ่งยวด มีความมั่นคงไม่เกิดการติดขัด ปัจจุบัน ประเทศที่ร่วมลงนามในปฏิญญา แพกซ์ ซิลิกา (Pax Silica Declaration) ได้เพิ่มขึ้นเป็น 25 รายแล้ว นอกจากนั้นยังมีเครือข่ายอันกว้างขวางอของพวกผู้สังเกตการณ์และหุ้นส่วนที่แสดงการยืนยันรับรองแล้ว คอยหนุนหลังอีกด้วย
ไต้หวันก็ได้ประกาศรับรองหลักการต่างๆ ของ แพกซ์ ซิลิกา อย่างเป็นทางการแล้ว ด้วยการออกคำแถลงร่วม [10] ว่าด้วยความร่วมมือเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจกับวอชิงตันแยกต่างหากออกมา แม้ไม่ได้เข้าร่วมในฐานะผู้ลงนามในปฏิญญาอย่างเต็มรูปแบบ ขณะที่พวกชาติที่มีแรร์เอิร์ธอุดมสมบูรณ์อย่าง แคนาดา [11] และ เอสโตเนีย ก็อยู่ในฐานะเป็นผู้สังเกตการณ์ที่ได้รับการประกาศรับรองแล้ว
อย่างไรก็ดี พวกผู้บริหารในแวดวงเซมิคอนดักเตอร์หลายรายบอกว่า การสร้างห่วงโซ่อุปทานด้านแรร์เอิร์ธของฝ่ายตะวันตกที่ไม่ต้องเกี่ยวข้องกับจีนขึ้นมา ยังคงเป็นเรื่องที่พูดง่ายกว่าทำ เมื่อพิจารณาจากผลประโยชน์ด้านการค้าของแต่ละประเทศซึ่งยังคงมีความแตกต่างผิดแผกกันอยู่
“แคนาดาบางทีอาจจะมีฐานะเป็นแหล่งสำรองแร่ธาตุสำคัญยิ่งยวดและธาตุแรร์เอิร์ธจำนวนมากเป็นอันดับสองของโลก โดยที่มีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็นซัปพลายเออร์รายสำคัญรายหนึ่ง” พอล สลาบี (Paul Slaby) กรรมการผู้จัดการของสภาเซมิคอนดักเตอร์แห่งแคนาดา (Canada’s Semiconductor Council) บอก “กระนั้นมันก็ยังคงอยู่ในสภาพที่ด้อยพัฒนามากๆ และจำเป็นต้องมีการลงทุนอย่างเป็นเรื่องเป็นราวทั้งในเรื่องการเข้าถึงแร่ธาตุเหล่านี้และในเรื่องกระบวนการผลิต”
“มีความจำเป็นที่จะต้องมีผู้ทำหน้าที่เป็นผู้รวบรวม (consolidator) เพื่อบริหารจัดการกับอุปสงค์” เขากล่าวพร้อมกับแจกแจงว่า “พวกธาตุอย่างแกลเลียมนั้น ไม่สามารถที่จะขุดนำขึ้นมาโดยตรงได้ แต่ต้องผ่านการสกัดในฐานะเป็นผลพลอยได้ของกระบวนการผลิตโลหะอย่างเช่นอะลูมิเนียม”
สลาบี บอกว่า ห่วงโซ่อุปทานที่เป็นอิสระจากจีนและมีความหยุ่นตัวสูงนั้นอาจสร้างขึ้นมาได้ในเวลา 5 ถึง 10 ปี หากมีความร่วมมือประสานงานกันอย่างเต็มที่, มีเงินทุน, และเจตนารมณ์ทางการเมือง อย่างไรก็ตาม เขาชี้ว่าแรงเสียดทานไม่ลงรอยกันทางการค้า อย่างเช่น การพิพาทกันทางด้านภาษีศุลกากรระหว่างสหรัฐฯกับแคนาดา สามารถที่จะทำให้กลุ่มพันธมิตรแรร์เอิร์ธของฝ่ายตะวันตกอ่อนแอลง และความก้าวหน้าก็ต้องเชื่องช้าลงไป
ทั้งนี้ สงครามการค้าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ทำกับแคนาดา เวลานี้กำลังเข้มข้นรุนแรงมากขึ้น [12] ด้วยซ้ำ จากการที่วอชิงตันประกาศเก็บภาษีอัตรา 50% เอากับสินค้าจากแคนาดาในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แล้วเพื่อเป็นการตอบโต้ นายกรัฐมนตรีรัฐออนแทริโอ ของแคนาดา กำลังข่มขู่ที่จะตัดการส่งออกแร่ธาตุสำคัญยิ่งยวดไปให้สหรัฐฯ
เฟรัส อัลคาลิล (Feras Alkhalil) รองประธานด้านการวิจัยและพัฒนา ของ แพรกเมติก เซมิคอนดักเตอร์ (Pragmatic Semiconductor) บริษัทที่ตั้งฐานอยู่ในสหราชอาณาจักรซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปแบบยืดหยุ่น (flexible-chip maker) ซึ่งเน้นนวัตกรรมในการใช้วัสดุทางเลือกและกระบวนการทางเลือกมาผลิตเซมิคอนดักเตอร์ บอกว่า พวกผู้ผลิตชิปมีเส้นทางอีกสายหนึ่งในการหลีกเลี่ยงจากการควบคุมการส่งออกของจีน นั่นคือการหันไปใช้วัสดุอื่นๆ ในการผลิต หรือการเปลี่ยนวิธีการผลิตในโรงงานอย่างขนาดใหญ่กันเลย เขากล่าวว่าบทบาทหน้าที่อย่างเดียวกัน บ่อยครั้งทีเดียวสามารถที่จะใช้วัสดุอื่นหรือกระบวนการทางเลือกอื่นมาแทนที่ได้ ซึ่งก็จะเป็นการหลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางด้านซัปพลายไปได้ด้วย
เขากล่าวว่า ทางแพรกเมติกทำงานร่วมกับพวกผู้ผลิตุปกรณ์และกลุ่มนักวิชาการต่างๆ ทั้งในสหราชอาณาจักรและในยุโรป ในการวิจัยหาทางพัฒนาทางเลือกอื่นๆ อย่างที่ว่านี้ อย่างไรก็ดี เขายอมรับว่าการที่จะเปลี่ยนจากกระบวนการซึ่งใช้กันอยู่แล้วมาเป็นทางเลือกอื่นนั้น อาจจะต้องใช้เวลา 3 ถึง 5 ปี
เชิงอรรถ
[1] https://www.war.gov/News/Releases/Release/Article/4587183/department-of-war-announces-174-million-investment-to-secure-gallium-supply-cha/
[2] https://www.energy.gov/articles/energy-department-announces-500-million-secure-americas-critical-mineral-and-battery
[3] https://asiatimes.com/2026/08/trump-fires-on-multiple-fronts-to-break-chinas-minerals-monopoly/
[4] https://finance.yahoo.com/technology/ai/articles/ai-shortage-coming-one-ceo-145315907.html
[5] https://www.reuters.com/world/china/chinas-control-over-indium-phosphide-exports-threatens-ai-data-centre-rollout-2026-06-11/
[6] https://asiatimes.com/2025/11/chinas-economic-retaliation-against-takaichi-is-just-beginning/
[7] https://asiatimes.com/2026/08/trump-fires-on-multiple-fronts-to-break-chinas-minerals-monopoly/
[8] https://www.reuters.com/world/china/chinas-heavy-rare-earth-tap-stays-closed-japan-june-2026-07-20/
[9] https://www.reuters.com/world/asia-pacific/japan-proposes-giving-state-body-jogmec-more-freedom-invest-critical-minerals-2026-08-20/
[10] https://www.ait.org.tw/joint-statement-on-the-pax-silica-declaration-and-us-taiwan-economic-security-cooperation/
[11] https://thedeepdive.ca/canada-missing-pax-silica-signers/
[12] https://www.mining.com/ontario-ready-to-cut-off-electricity-critical-minerals-to-us-amid-trade-war/


