เจ้าหน้าที่ระบุในวันอังคาร (8 ก.ย.) ว่า ทีมกู้ภัยในเนปาลกำลังมุ่งเน้นความช่วยเหลือไปที่อุโมงค์โครงการไฟฟ้าพลังน้ำ 3 แห่ง ซึ่งเชื่อว่ามีคนงานหลายสิบคนอาจติดอยู่ข้างใน สองสัปดาห์หลังจากเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ที่คร่าชีวิตผู้คนไปหลายร้อยคน และมีผู้สูญหายอีกหลายพันคนในประเทศแถบเทือกเขาหิมาลัยแห่งนี้ รวมถึงในเขตปกครองตนเองทิเบตของประเทศจีนที่อยู่ใกล้เคียง
โครงการไฟฟ้าพลังน้ำอย่างน้อย 11 แห่งถูกกลืนหายไปเมื่อธารน้ำแข็งถล่มลงสู่แม่น้ำบริเวณพรมแดนเนปาล-จีนเมื่อวันที่ 26 ส.ค. โดยเศษซากปรักหักพังและโคลนได้ฝังกลบทางเข้าอุโมงค์ของโครงการเหล่านี้ และตัดขาดผู้ที่ติดอยู่ภายใน
"ปฏิบัติการค้นหาของเรามุ่งเน้นไปที่การค้นหาผู้รอดชีวิต รวมถึงผู้ที่อยู่ในอุโมงค์ด้วย จุดสนใจหลักของเราคือโครงการไฟฟ้าพลังน้ำชิลิเมะ ซึ่งเราเชื่อว่ามีผู้คนติดอยู่ เนื่องจากที่นั่นมีโรงอาหาร ที่พัก และมีการจัดเตรียมอาหารไว้" ธรรมะ ราช อุปเรติ หัวหน้าหน่วยงานจัดการภัยพิบัติของประเทศกล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์
ทีมกู้ภัยยังให้ความสำคัญกับอุโมงค์ของโครงการ Upper Trishuli 3A และ 3B ซึ่งเชื่อมต่อถึงกันด้วยอุโมงค์
"มีการส่งออกซิเจนเข้าไปในอุโมงค์เหล่านี้ผ่านทางท่อ และเราได้ส่งอุปกรณ์ใหม่ๆ ที่จำเป็นสำหรับปฏิบัติการ เพื่อเปิดทางเข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าว" เขากล่าว
นายกรัฐมนตรี บาเลนดรา ชาห์ ของเนปาล ให้คำมั่นว่าจะไม่มีการลดละความพยายามในปฏิบัติการกู้ภัยครั้งนี้
"เรารู้ถึงหน้าที่ความรับผิดชอบของเราและความละเอียดอ่อนของเรื่องนี้ เรากำลังแปรเปลี่ยนจิตวิญญาณแห่งมนุษยธรรมของชาวเนปาลให้กลายเป็นการปฏิบัติจริงผ่านปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย" เขาระบุในโพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อช่วงดึกของวันจันทร์
ทีมกู้ภัยของกองทัพเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า ผู้สูญหายประมาณ 121 คนจากทั้งหมด 900 คนในโครงการไฟฟ้าพลังน้ำอาจติดอยู่ในอุโมงค์เหล่านี้ ขณะที่คนอื่นๆ อาจจะทำงานอยู่ที่จุดอื่นในโรงไฟฟ้าแต่ไม่ได้อยู่ภายในเครือข่ายอุโมงค์ขนาดใหญ่
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทีมค้นหาได้ช่วยเหลือผู้คนออกมาแล้ว 4 คน ซึ่งรวมถึงชาวจีนคนหนึ่งที่ถูกช่วยเหลือออกมาจากอุโมงค์เมื่อวันเสาร์
ส่วนผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ได้แก่ คนงานโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 2 คนที่ได้รับการช่วยเหลือจากอุโมงค์อีกแห่งเมื่อวันศุกร์ และหญิงชาวเนปาลที่ถูกช่วยออกมาจากบ้านที่ถูกฝังกลบของเธอเมื่อวันเสาร์
มีผู้เสียชีวิตจากเหตุดินโคลนถล่มครั้งนี้อย่างน้อย 1,399 คน และสูญหายอีกกว่า 5,400 คนในเนปาลและทิเบต ยอดผู้เสียชีวิตนี้รวมถึงผู้เสียชีวิต 43 คนในฝั่งจีนและผู้สูญหายอีก 519 คน จากข้อมูลเมื่อวันเสาร์
สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานในวันอังคารว่า ไม่มีศพใดที่กู้ขึ้นมาได้ในทิเบต ที่เป็นชาวต่างชาติ
ทั้งจีนและเนปาลต่างระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นสาเหตุที่ทำให้ธารน้ำแข็งถล่มลงมา ซึ่งเป็นตัวจุดชนวนให้เกิดภัยพิบัติในครั้งนี้
ที่มา รอยเตอร์


