หัวหน้าหน่วยงานของอินโดนีเซียที่รับผิดชอบโครงการอาหารฟรีระดับชาติ เปิดเผยว่า ได้สั่งปิดโรงครัวเกือบ 2,000 แห่งเป็นการชั่วคราว เนื่องจากไม่ยอมลงทะเบียนเพื่อรับการตรวจสอบด้านสุขอนามัย
ซูดาร์โยโน หัวหน้าหน่วยงานโภชนาการแห่งชาติ ระบุเมื่อวันจันทร์ (7 ก.ย.) ว่าทางหน่วยงานได้สั่งระงับโรงครัว 1,999 แห่งทั่วอินโดนีเซีย เนื่องจากไม่ได้ลงทะเบียนกับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อเข้ารับการรับรองด้านสุขอนามัยและการสุขาภิบาลซึ่งเป็นข้อบังคับ
เขากล่าวเสริมว่า ปัจจุบันมีโรงครัวที่แจกจ่ายอาหารฟรีทั่วอินโดนีเซียจำนวน 27,022 แห่ง (ข้อมูล ณ วันที่ 7 ก.ย.)
"การรับรองด้านสุขอนามัยและการสุขาภิบาลเป็นข้อกำหนดบังคับสำหรับการดำเนินกิจการโรงครัวที่ให้บริการในโครงการอาหารฟรี" ซูดาร์โยโน กล่าว
เขาระบุว่าทางหน่วยงานจะสอบสวนโรงครัวเหล่านี้ก่อนตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป พร้อมเสริมว่าการปฏิบัติตามมาตรฐานสุขอนามัยและการสุขาภิบาลเป็นเรื่องที่ไม่สามารถประนีประนอมได้ เพื่อรับประกันคุณภาพอาหารและความปลอดภัยของผู้ที่มารับอาหารฟรี
นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อเดือนมกราคมปีที่แล้ว โครงการนี้ของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ต้องเผชิญกับปัญหามากมายอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริต การเปลี่ยนแปลงคณะผู้นำ และการเกิดภาวะอาหารเป็นพิษครั้งใหญ่
เฉพาะสัปดาห์ที่แล้วเพียงสัปดาห์เดียว มีนักเรียนและครูมากกว่า 2,000 คนในหลายจังหวัดล้มป่วยหลังจากรับประทานอาหารฟรี โดยทางหน่วยงานสัญญาว่าจะจัดการกับกรณีที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง
ชาร์ลส์ โฮโนริส สมาชิกสภานิติบัญญัติที่ดูแลโครงการนี้ อ้างอิงข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขโดยระบุว่า มีผู้ได้รับผลกระทบจากภาวะอาหารเป็นพิษจากโครงการอาหารฟรีอย่างน้อย 50,000 คน (นับถึงวันที่ 1 ก.ย.)
ทางหน่วยงานระบุว่า ภาวะอาหารเป็นพิษส่วนใหญ่เกิดจากการจัดเก็บอาหารที่ไม่เหมาะสมและการจัดส่งอาหารที่ล่าช้า
ที่มา รอยเตอร์


