สตีฟ วิตคอฟฟ์ และจาเร็ด คุชเนอร์ ผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ จะเดินทางถึงกรุงเคียฟในวันอาทิตย์ (6 ก.ย.) ซึ่งถือเป็นการเยือนเมืองหลวงของยูเครนเป็นครั้งแรก ในฐานะส่วนหนึ่งของความพยายามครั้งใหม่เพื่อผลักดันให้เกิดสันติภาพ ท่ามกลางสงครามการรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบของรัสเซีย
การเยือนครั้งนี้มีขึ้นหลังจากการเข้าพบหารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ที่กรุงมอสโกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (5 ก.ย.) เพื่อพยายามรื้อฟื้นการเจรจาสันติภาพ ท่ามกลางสถานการณ์การโจมตีทางอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากทั้งสองฝ่าย
ความพยายามของรัฐบาลวอชิงตันในการยุติการสู้รบเริ่มชะลอตัวลง เนื่องจากในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้หันไปให้ความสำคัญกับสงครามในอิหร่าน การเดินทางเยือนกรุงมอสโกครั้งที่แล้วของวิตคอฟฟ์และคุชเนอร์ เกิดขึ้นเมื่อเดือนมกราคม ซึ่งในครั้งนั้นพวกเขาได้เข้าพบเพื่อหารือกับปูตินที่ทำเนียบเครมลินเช่นกัน
การประชุมแบบปิดที่กรุงมอสโกเมื่อวันเสาร์กินเวลานานกว่า 3 ชั่วโมง และจบลงโดยไม่มีการประกาศความคืบหน้าสำคัญใดๆ ยูริ อูชาคอฟ ที่ปรึกษาด้านนโยบายต่างประเทศของปูติน ได้อธิบายในภายหลังว่าการหารือดังกล่าวเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ตรงไปตรงมา และเป็นประโยชน์ แต่ไม่ได้เปิดเผยถึงผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
อูชาคอฟกล่าวว่า แม้ฝั่งรัสเซียจะนำเสนอ "การประเมินสถานการณ์อย่างครอบคลุม" เกี่ยวกับแนวรบในยูเครน แต่การหารือครั้งนี้ก็ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่เรื่องสงครามในยูเครนเพียงอย่างเดียว
“เราได้หารือกันในรายละเอียดพอสมควรเกี่ยวกับประเด็นทางเศรษฐกิจ รวมถึงความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการร่วมขนาดใหญ่ที่จะเป็นประโยชน์ร่วมกันต่อทั้งรัสเซียและอเมริกา” เขากล่าว
สงครามทางอากาศระหว่างรัสเซียและยูเครนทวีความรุนแรงขึ้น ในขณะที่กองกำลังทหารบนภาคพื้นดินต่างประสบความยากลำบากในการรุกคืบหน้าตลอดแนวรบความยาว 1,250 กิโลเมตร (775 ไมล์) เมื่อไม่นานมานี้ รัสเซียได้นำโดรนพลังงานไอพ่นที่มีความเร็วสูงมาใช้งาน ทำให้เสียงไซเรนเตือนภัยทางอากาศที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของชาวกรุงเคียฟไปแล้ว
แม้ว่าปูตินและประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน จะตกลงระงับการโจมตีเมืองหลวงของทั้งสองฝ่ายในระหว่างที่การเจรจาดำเนินอยู่ แต่เจ้าหน้าที่ระบุว่าทั้งสองฝ่ายยังคงยิงปะทะกันข้ามคืนจนถึงวันอาทิตย์
หน่วยงานบริการฉุกเฉินแห่งรัฐของยูเครนรายงานว่า การโจมตีของรัสเซียในหลายภูมิภาคของยูเครนในช่วงข้ามคืนจนถึงวันอาทิตย์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 10 ราย
ในภูมิภาคซาปอริซเซีย การโจมตีด้วยโดรนคร่าชีวิตชายวัย 74 ปี 1 ราย และทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ขณะที่ในภูมิภาคคเมลนิตสกี โดรนได้สร้างความเสียหายให้กับอาคารอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 ราย
กองทัพอากาศยูเครนแถลงในวันอาทิตย์ว่า สามารถสกัดกั้นโดรนได้ 82 ลำ จากทั้งหมด 108 ลำที่รัสเซียปล่อยเข้ามาในช่วงข้ามคืน พร้อมทั้งสกัดกั้นขีปนาวุธได้อีก 6 ลูก
ทางด้านรัสเซีย เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในแคว้นเบลโกรอดซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดน ระบุว่ามีชาย 1 รายเสียชีวิตและหญิงอีก 1 รายได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังจากโดรนของยูเครนพุ่งเป้าโจมตีใส่ยานพาหนะคันหนึ่ง
ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมรัสเซียแถลงในวันอาทิตย์ว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถยิงสกัดโดรนยูเครนได้ถึง 258 ลำในช่วงข้ามคืน เหนือน่านฟ้า 14 ภูมิภาคของรัสเซีย, คาบสมุทรไครเมียที่รัสเซียครอบครองอยู่ รวมถึงน่านน้ำในทะเลดำและทะเลอาซอฟ
ที่มา เอพี


