พวกเจ้าหน้าที่สหรัฐฯในวันอังคาร(1ก.ย.) ออกมาปกป้องข้อตกลงของวอชิงตัน ในการเข้าไปถือหุ้นในกิจการร่วมทุนหนึ่งๆ ซึ่งจะปฏิบัติการแหล่งน้ำมันต่างๆในเวเนซุเอลา ร่วมกับผู้ดำเนินการภาคเอกชนรายหนึ่ง โดยให้คำนิยามข้อตกลงดังกล่าวว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่จะช่วยให้อเมริกาได้มาซึ่งแหล่งป้อนน้ำมันดิบที่มั่นคงและเชื่อถือได้ พร้อมกับนำเสถียรภาพและประชาธิปไตยมาสู่เวเนซุเอลา ขณะเดียวกันก็ช่วยฟื้นฟูประเทศในอเมริกาใต้แห่งนี้ ที่ถูกทำลายจนเหลือแต่ซากปรักหักพังจากการทุจริตคอรัปชันมานานหลายทศวรรษ
ระหว่างให้สัมภาษณ์กับพวกผู้สื่อข่าว เจ้าหน้าที่รายหนึ่งอ้างว่าข้อตกลงนี้ ที่จะเปิดทางให้สหัฐฯเข้าถึงแหล่งน้ำมันสำรองของเวเนซุเอลาราวๆ 1 ใน 5 คือ "โอกาสทางภูมิรัฐศาสตร์ในการเข้าครอบครองแหล่งทรัพยากร ที่ส่วนใหญ่เคยอยู่ภายใต้อิทธิพลของบรรดาบริษัทจากจีนและรัสเซีย"
เมื่อถูกถามเกี่ยวกับ อเลฮานโดร เบตันคอร์ท ซีอีโอของ North American Blue Energy Partners (NABEP) บริษัทน้ำมันเอกชนที่เป็นแกนกลางของข้อตกลงพลังงานร่วมครั้งใหญ่ระหว่างสหรัฐฯกับเวเนซุเอลา หลังจากการากัสและวอชิงตันบรรลุข้อตกลงในสัญญาเช่าบ่อน้ำมันขนาดใหญ่ 17 แห่งเป็นเวลา 100 ปี
ทางเจ้าหน้าที่ตอบว่านักธุรกิจรายนี้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว และบอกว่า "เขาไม่ได้ถูกตั้งข้อหาใดๆในสหรัฐฯ สำหรับการละเมิดกฎหมายใดๆของเรา เราไม่ได้กำลังเสนอชื่อใครให้เป็นนักบุญเสียหน่อย"
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯโยงข้อตกลงนี้กับสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าความปรารถนา "นำเสถียรภาพและประชาธิปไตยสู่เวเนซุเอลา" บอกว่าจำเป็นต้องมีความพยายามในวงกว้าง เพื่อให้เกิดการเลือกตั้งขึ้นในประเทศในอเมริกาใต้แห่งนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังไม่สามารถทำได้ในระยะสั้น
"สิ่งสุดท้ายที่เราอยากเห็นคือการมีรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย เข้ามารับช่วงต่อประเทศที่กำลังเผชิญวิกฤต" เจ้าหน้าที่สหรัฐฯระบุ พร้มบอกว่าขั้นต่อไปของการเจรจาทางการเมืองระหว่างรัฐบาลกับพวกผู้นำฝ่ายค้าน ในเรื่องการเปลี่ยนผ่านประชาธิปไตยในเวเนซุเอลา จะกลับมาพูดคุยกันในช่วงกลางเดือนกันยายน
เจ้าหน้าที่รายหนึ่งบอกว่า คริส ไรท์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯจะเดินทางไปยังเวเนซุเอลาในวันเดียวกันนี้ ในขณะที่เชฟรอนจะลงนามในข้อตกลงแยกกัน ในการขยายปฏิบัติการในเวเนซุเอลาในวันพุธ(2ก.ย.)
(ที่มา:รอยเตอร์ส)


