ราคาน้ำมันขยับขึ้นมากกว่า 2.5% ในวันจันทร์(31ส.ค.) หลังสหรัฐฯและอิหร่านกลับมาเปิดปฏิบัติการทางทหารโจมตีกันอีกรอบ โหมกระพือความกังวลเกี่ยวกับความปั่นป่วนทางอุปทาน ความเคลื่อนไหวของตลาดพลังงาน รื้อฟื้นข้อวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และปัจจัยนี้เองที่ฉุดวอลล์สตรีทปิดลบและทองคำแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบๆ 2 สัปดาห์
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้น 2.36 ดอลลาร์ ปิดที่ 85.76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 2.39 ดอลลาร์ ปิดที่ 90.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศกร้าวว่าจะเล่นงานอิหร่านอย่างหนัก หลังเตหะรานยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพอากาศของอเมริกา 2 แห่งในจอร์แดน ตอบโต้ที่สหรัฐฯโจมตีเกาะลารัคของอิหร่าน "เราจะโจมตีพวกเขาอย่างหนัก จะมีการตอบโต้"
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดลบในวันจันทร์(31ส.ค.) ส่งท้ายเดือนแห่งความผันผวน หลังราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นสืบเนื่องจากสงคราม ได้รื้อฟื้นความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และเพิ่มความเป็นไปได้ที่จะธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) จะกระชับนโยบายทางการเงิน
ดาวโจนส์ ลดลง 374.09 จุด (0.70 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 53,185.90 เอสแอนด์พี ลดลง 25.62 จุด (0.33 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 7,686.14 จุด แนสแดค ลดลง 31.53 จุด (0.12 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 26,370.89 จุด
ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นกัดเซาะแรงดึงดูดของสินทรัพย์เสี่ยงที่มีต่อนักลงทุน และผลักให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯดีดตัวขึ้น ขณะที่นักลงทุนต่างพิจารณาและประเมินท่าทีที่แข็งกร้าวของเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในคำแถลง ณ ที่ประชุมประจำปี ที่เมืองแจ็คสัน โฮล เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
ส่วนราคาทองคำปิดลบเช่นกันในวันจันทร์(31ส.ค.) แตะระดับต่ำสุดในรอบราวๆ 2 สัปดาห์ นักลงทุนประเมินความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย ตามหลังคำถ้อยแถลงแนวแข็งกร้าวของ วอร์ช และการดีดตัวขึ้นของราคาน้ำมัน ซึ่งซ้ำเติมความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ โดยราคาทองคำยูเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ส งวดส่งมอบเดือนธันวาคม ลดลง 48.40 ดอลลาร์ หรือ 1.1% ปิดที่ 4,481.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์
(ที่มา:รอยเตอร์ส)


