ราคาน้ำมันขยับขึ้นมากกว่า 1 ดอลลาร์ในวันพฤหัสบดี(27ส.ค.) หลังสื่อมวลชนรายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ไม่สนใจกลับสู่เงื่อนไขบันทึกความเข้าใจที่บรรลุกับอิหร่านในเดือนมิถุนายน ส่วนวอลล์สตรีทปิดบวกได้แรงหนุนจากรายงานผลประกอบการของบริษัทผู้ผลิตชิปยักษ์ใหญ่ ขณะที่ทองคำก็ปรับขึ้นเช่นกัน
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้น 1.30 ดอลลาร์ ปิดที่ 83.53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้น 1.86 ดอลลาร์ ปิดที่ 89.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล อ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดกับประเด็นนี้ รายงานว่ารัฐบาลของทรัมป์ แจ้งกับคนกลางการเจรจาซ้้ำๆว่า ไม่สนใจกอบกู้ข้อตกลงเมื่อเดือนมิถุนายน ความเคลื่อนไหวที่ก่อความยุ่งยากแก่ความพยายามทางการทูตในสัปดาห์นี้ ที่มุ่งหวังดึงทั้ง 2 ฝ่ายกลับสู่โต๊ะเจรจา
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดบวกในวันพฤหัสบดี(27ส.ค) หลังรายงานผลประกอบการอันแข็งแกร่งของเอ็นวิเดีย ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ ตอกย้ำความเข้มแข็งของธุรกิจเอไอที่กำลังเฟื่องฟู และโหมกระพือการดีดตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
ดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 105.56 จุด (0.20 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 53,569.44 เอสแอนด์พี เพิ่มขึ้น 55.29 จุด (0.72 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 7,730.29 จุด แนสแดค เพิ่มขึ้น 411.16 จุด (1.57 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 26,541.35 จุด
หุ้นของเอ็นวิเดีย พุ่งขึ้น 8.7% หลังตัวเลขประมาณการผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทเป็นไปตามความคาดหวังที่สูงลิ่วของนักลงทุน ช่วยกระชับมุมมองที่เชื่อว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังสามารถดีดตัวขึ้นได้มากกว่านี้อีก ในขณะที่บริษัทต่างๆที่เป็นหัวใจสำคัญของการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านเอไอ ยังคงสร้างการเติบโตที่น่าประทับใจอย่างต่อเนื่อง
ส่วนราคาทองคำปรับขึ้นในวันพฤหัสบดี(27ส.ค.) จากการอ่อนค่าของดอลลาร์ และนักลงทุนตังจาถ้อยแถลงของ เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) ณ ที่ประชุมประจำปีในวันศุกร์(28ส.ค.) นี้ สำหรับมุมมองด้านเงินเฟ้อและเส้นทางนโยบายการเงินของธนาคาร โดยราคาทองคำยูเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ส งวดส่งมอบเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้น 10.70 ดอลลาร์ หรือ 0.2% ปิดที่ 4,664.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์
(ที่มา:รอยเตอร์ส)


