กาตาร์ในวันอังคาร(25ส.ค.) เป็นอีกชาติที่ไม่เอาด้วยกับความพยายามของสหรัฐฯในการโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจกดดันอิหร่าน ระบุการคว่ำบาตรรอบใหม่ของอเมริกาที่มีต่อเตหะราน "เป็นมาตรการแต่เพียงฝ่ายเดียว" พร้อมเน้นย้ำโดฮาจะเดินหน้าความพยายามเป็นคนกลางคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างเตหะรานกับวอชิงตันผ่านการเจรจา ตามรายงานของอนาโดลู สื่อมวลชนตุรกี
มาเจด อัล-อันซารี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวระหว่างแถลงสรุปประจำสัปดาห์ ยืนยันกาตาร์ยังคงสนับสนุนความพยายามที่มีคนกลางไกล่เกลี่ยคลี่คลายความขัดแย้ง และนำสหรัฐฯและอิหร่านกลับสู่โต๊ะเจรจา เขาบอกว่ากาตาร์ยังคงเดินหน้าติดต่อคู่สงครามตลอดช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ไม่มีความคืบหน้าใหม่ในกระบวนการไกล่เกลี่ย
อันซารี เน้นย้ำว่าบรรดาประเทศในอ่าวเปอร์เซียทุกชาติสนับสนุนการหาทางออกอย่างสันติในความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน และบอกเหล่าชาติในอ่าวเปอร์เซียกำลังร่วมมือกันอย่างเต็มที่ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากความขัดแย้งที่ลุกลามบานปลาย เขาเตือนว่าสถานการณ์ที่ลุกลามใดๆจะก่อผลกระทบในวงกว้างทั้งกับภูมิภาคและกับโลกใบนี้
ในด้านช่องแคบฮอร์มุซ ทาง อันซารี กล่าวว่าการกอบกู้การเดินเรือตามปกติผ่านน่านน้ำที่มีความสำคัญยิ่งทางยุทธศาสตร์แห่งนี้ คือหนึ่งในเป้าหมายลำดับต้นๆของกาตาร์ เขาบอกว่าสถานการณ์ในช่องแคบควรกับสู่ในสิ่งที่มันเป็นก่อนมีความขัดแย้ง พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ต้องรับประกันเสรีภาพในการเดินเรือ
อันซารี กล่าวหาว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยอิหร่าน เป็นการละเมิดสิทธิการเดินเรือภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ นอกจากนี้แล้วเขายังปฏิเสธความพยายามของอิหร่าน ที่จะดึงประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเข้ามาเกี่ยวข้อง ในยามที่เตหะรานถูกโจมตีโดยบุคคลที่สาม โฆษกรายนี้เน้นย้ำว่ากาตาร์ไม่สนับสนุนฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด โดยสิ่งที่ให้ความสำคัญลำดับสูงสุดคือการบรรลุข้อตกลงระหว่างฝ่ายต่างๆ
ก่อนหน้านี้เมื่อวันจันทร์(24ส.ค.) สหรัฐฯเปิดปฏิบัติการที่เรียกว่า Operation Economic Outcast ยุทธการคว่ำบาตรอย่างกว้างขวาง โดยมีเป้าหมายโดดเดี่ยวอิหร่านจากระบบการเงินโลก
อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่นั้นหลายชาติ ไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรหรือคู่อริ ทยอยกันออกมาส่งเสียงไม่เห็นด้วย ในนั้นรวมถึง จีน ที่ปฏิเสธอย่างฉับไว ไม่เอาด้วยกับการเรียกร้องของคณะรัฐบาลทรัมป์ ที่ขอให้ร่วมมือในการนำเอามาตรการแซงก์ชั่นอย่าง "โหดที่สุดในประวัติศาสตร์" มาใช้เล่นงานอิหร่าน
จุดยืนปฏิเสธอย่างแข็งกร้าวของจีน มีขึ้นหลังจาก สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์(24ส.ค.) แถลงมาตรการที่มีเป้าหมายโดดเดี่ยวอิหร่านเพิ่มเติม และขู่ประเทศต่างๆที่ยังคงทำทำธุรกิจค้าขายกับเตหะราน ว่าจะถูกกีดกันออกจากระบบการเงินที่ใช้สกุลเงินดอลลาร์เป็นหลัก
(ที่มา:มิดเดิลอีสต์มอนิเตอร์/อนาโดลู)


