xs
xsm
sm
md
lg

งามหน้า! “2 ชายไทย” โดนจับคาสนามบินโจฮันเนสเบิร์กลักลอบค้าสัตว์ป่า ขน “ไข่นกแก้วแอฟริกาใต้” สายพันธุ์หายากใกล้สูญพันธุ์ซุกในกระเป๋าเดินทางเตรียมขึ้นเครื่อง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เอเจนซีส์ - ตำรวจแอฟริกาใต้จับ “2 ชายไทย” ในเวลาไล่เลี่ยเมื่อวันที่ 20 ส.ค และก่อนหน้า 16 ก.ค แอบลักลอบขนไข่นกแก้วสายพันธุ์สัตว์ป่าหายากใกล้ศูนย์พันธุ์ในกล่องฟักซุกไว้ในกระเป๋าเดินทางเตรียมรอขึ้นเครื่องบินที่สนามบินโจฮันเนสเบิร์ก


เดอะการ์เดียนของอังกฤษรายงานวันพุธ(26 ส.ค)ว่า ชายไทยวัย 50 ปีถูกจับกุมที่ท่าอากาศยานนานาชาติโออาร์ แทมโบ ( OR Tambo )ในเมืองโจฮันเนสเบิร์กเมื่อวันที่ 20 ส.คที่ผ่านมา

ตามข่าวพบชายไทยแอบนำไข่นกแก้วสายพันธุ์หายากใกล้สูญพันธุ์จำนวน 50 ใบอยู่ในกล่องฟักแบบทำเองและซ่อนไว้ในกระเป๋าเดินทางแบบถือขึ้นเครื่อง

กระทรวงสิ่งแวดล้อมแอฟริกาใต้กล่าวผ่านแถลงการณ์ว่า ในรายงานเบื้องต้นพบว่า เป็นไข่นกแก้วสายพันธุ์ที่ถูกขึ้นบัญชีไซเตส หรืออนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (Convention on International Trade on Endangered Species of Wild Fauna and Flora: CITES)

และก่อนหน้าที่สนามบินเดียวกันนี้เมื่อวันที่ 16 ก.ค เจ้าหน้าที่แอฟริกาใต้ยังสามารถจับกุมชายไทยวัย 23 ปีแอบลักลอบขนไข่นกแก้วมากถึง 418 ใบเก็บไว้ในกระเป๋า 2 ใบที่ทำหน้าที่เป็นกล่องฟัก

สื่ออังกฤษชี้ว่า สถานทูตไทยประจำแอฟริกาใต้ยังไม่แสดงความเห็นในเรื่องนี้

ที่ผ่านมาแอฟริกาใต้ต้องต่อสู้กับขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่าตั้งแต่ นอแรดและกระดูกของเสือที่เลี้ยงในฟาร์มอย่างผิดกฎหมายไปจนถึงหอยเป๋าฮื้อและพืชอวบน้ำ

กระทรวงสิ่งแวดล้อมแอฟริกาใต้แถลงว่า “การรวบรวมอย่างไม่ได้รับอนุญาตและลักลอบขนไข่นกแก้วนั้นถือเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงต่อประชากรนกป่าและสวัสดิภาพของสัตว์”

พร้อมเสริมว่า ไข่มักถูกซุกซ่อนไว้ในอุปกรณ์ฟักไข่ที่ทำขึ้นเอง และถูกขนส่งภายใต้เงื่อนไขที่กระทบอย่างรุนแรงต่อความสามารถในการฟักเป็นตัว เป็นอันตรายต่อสวัสดิภาพของตัวอ่อนที่กำลังพัฒนาและลูกนกแก้วที่เพิ่งฟักออกมา

กระทรวงแอฟริกาใต้แถลงต่อว่า เจ้าหน้าที่สวนการศึกษาสัตววิทยาแห่งชาติแอฟริกาใต้ (National Zoological Garden) ในกรุงพริทอเรียกำลังทำการฟักไข่นกแก้วเหล่านั้นที่ยึดมาได้

พร้อมประกาศว่า มีไข่นกแก้วไม่กี่ใบประสบความสำเร็จฟักออกมาเป็นตัวและอยู่ภายใต้การดูแลอย่างเข้มงวดทางสัตวภิบาลเพื่อเพิ่มโอกาสสูงสุดในการรอดชีวิต

นอกจากนี้กระทรวงสิ่งแวดล้อมแอฟริกาใต้เปิดเผยว่า ความสำเร็จในการจับกุมการลักลอบค้าสัตว์ป่านี้เป็นการสนธิด้านข่าวกรองที่นำโดยหน่วยตรวจสอบจัดการสิ่งแวดล้อมที่เรียกว่า แมงป่องเขียว (Green Scorpions) หน่วยข่าวกรองตำรวจ หน่วยงานพรมแดนและสายพันธุ์ใกล้สูญพันธ์

แอฟริกาใต้มีบทลงโทษการลักลอบค้าสัตว์ป่าตามบัญชีไซเตสปรับสูงสุด 460,000 ปอนด์ และโทษจำคุกสูงสุด 10 ปีในเรือนจำ