xs
xsm
sm
md
lg

PLANET #3 เจาะลึก ‘เมแกน&แฮร์รี’ สร้างภาพกลับอังกฤษแบบเท่ๆ ที่แท้ถังแตก ซมซานไปรอเสด็จพ่อใจอ่อนให้เริ่มต้นอีกทีด้วย ‘อัดฉีด’ แน่นๆ แต่งานนี้-แค่คำขอโทษอาจไม่พอ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


หกปีที่ปรินซ์แฮร์รีหลุดออกจากแวดวงพระครอบครัวและพระญาติสนิท ปรินซ์มีความเปลี่ยนแปลงติดลบที่สำคัญหลายประการ ดังนั้น จึงเป็นธรรมดาอย่างยิ่งที่คิงชาร์ลส์จะทรงเรียกประชุมพระครอบครัววินด์เซอร์ ซึ่งคาดกันว่าจะเป็นการมอบวิสัยทัศน์พื้นฐานที่จะช่วยให้ทุกพระองค์ทุกท่านปรับตัวกับปรินซ์แฮร์รีคนนี้ที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมากมาย พร้อมกับมอบวิสัยทัศน์ที่พระญาติแต่ละพระองค์แต่ละท่านจะช่วยเยียวยาปรินซ์แฮร์รีกลับคืนสู่ความเป็นพระราชนัดดาผู้ทรงเกียรติและน่ารักของควีนเอลิซาเบธ อนึ่ง ปรินซ์แฮร์รีในพระรูปนี้ เป็น “แฮร์รี” ในมิติที่ไม่ค่อยจะเป็นที่รู้จักของพระญาติ โฉมหน้าแบบนี้อาจเป็นหนึ่งในตัวตนของปรินซ์แฮร์รีที่ผู้คนไม่เคยเห็น และที่แน่ๆ ปรินซ์ทรงไม่ใช่แฮร์รีคนเดิมที่พระครอบครัวและพระญาติเคยรู้จัก
เจ้าชายแฮร์รีและพระชายาเมแกนเป็นผู้เชี่ยวชาญมานานปีในด้านการสร้าง “แบ๊ดเซอร์ไพร้ส์” ขย่มเขย่าความสงบสุขของชาวเมืองผู้ดี ตลอดจนป่วนสิ่งแวดล้อมทางสังคมโลก

สำหรับในเที่ยวนี้ที่ทรงให้ทีมพีอาร์แห่งพระตำหนักมอนเตซิโต ประกาศการตัดสินพระทัยจะกลับไปอยู่สหราชอาณาจักรกันยาวๆ ตลอดจน เอาพระโอรสอาร์ชี และพระธิดาลิลีเบต เข้าโรงเรียนในอังกฤษกันเลยทีเดียว นั้น บีบีซีตั้งคำถามเดียวกันกับสารพัดค่ายสื่อใหญ่น้อยว่า...

ทำไมจึงมาเคลื่อนไหวกันตอนนี้

และ “การเดินหมาก” อันสุดแสนโครมครามนี้ จะส่งผลให้อดีตสมาชิกแห่งพระราชวงศ์อังกฤษประสบความสำเร็จที่จะ “หักคอ” ทางการอังกฤษให้ยอมอนุมัติแพ็กเกจ “ตำรวจอารักขาคุ้มกันฟรี 24 ชั่วโมง” หรือไม่ ในเมื่อเจ้าชายอาร์ชีกับเจ้าหญิงลิลีเบต พระราชนัดดาแห่งสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ยังทรงเป็นเด็กเล็ก และจะต้องไปโรงเรียน สารพัดสื่อใหญ่น้อยพากันวิเคราะห์เจาะลึกไปมากมาย

พร้อมกันนี้ยังมีการวิเคราะห์เจาะไปถึงปมร้อนฉ่าอื่นๆ อีก 3-4 มิติกันเลยทีเดียว

ด้านสื่อสายอนุรักษ์นิยมพากันชงหนักมาก ประมาณจะเป็นห่วงพระราชตระกูลวินด์เซอร์ว่า ดัชเชสเมแกนกับปรินซ์แฮร์รี จะเตรียมปฏิบัติการจาบจ้วงพระเกียรติยศแห่งสถาบันพระมหากษัตริย์อังกฤษไว้พรักพร้อมกี่มุก

ในการนี้ เดลิเมลออนไลน์รายงานว่า เจ้าฟ้าชายวิลเลียม ปรินซ์แห่งเวลส์ และสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 (ซึ่งพาพระครอบครัวไปพักผ่อนฤดูซัมเมอร์ที่ปราสาทบัลมอรัล เคาน์ตีอาเบอร์ดีนเชอร์) ทรงจัด “ประชุมสุดยอดว่าด้วยเดอะซัสเซกซ์” เมื่อวันพุธที่ 19 สิงหาคม 2026 โดยมีเจ้าชายเอ๊ดเวิร์ด ดยุกแห่งเอดินบะระผู้เป็นพระราชอนุชาองค์เล็กทรงเสด็จเข้าร่วมด้วย และมีพระโอรส คือ คุณเจมส์ เอิร์ลแห่งเวสเซกซ์ ขับรถมาด้วยกัน

พร้อมนี้ ยังมีเจ้าฟ้าหญิงแอนน์เสด็จเข้าร่วมแบบจัดเต็ม กล่าวคือ ครอบครัวของคุณปีเตอร์ ฟิลลิปส์ ผู้เป็นพระโอรส และครอบครัวของคุณซารา ทินดัลล์ พร้อมใจไปร่วมการประชุมของพระราชตระกูล ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างดีเยี่ยม

ดังนั้น จึงเป็นที่เข้าใจกันได้ว่า น่าจะมีการกำหนดท่าทีร่วมกัน ในอันที่จะปกป้องพระเกียรติยศแห่งสถาบันพระมหากษัตริย์

พระคู่รักห้าวเป้งปล่อยใบแถลงการณ์เรื่องการตัดสินใจย้ายถิ่นฐานกลับสู่อังกฤษ ไปถึงนิตยสารพีเพิลเมื่อช่วงเที่ยงวันพุธที่ 19 สิงหาคม 2026 หรือประมาณ 5-6 โมงเย็นของวันเดียวกันในประเทศอังกฤษ ซึ่งก็คือไม่กี่ชั่วโมงหลังการประชุม Sussex Summit ที่ปราสาทบัลมอรัล บรรดาสื่อมวลชนทั้งปวงของอังกฤษก็รีบนำข่าวนี้ไปนำเสนอต่อกันอย่างครึกโครม ส่งผลให้ประชาชนแห่กันวิจารณ์และเย้ยหยันปรินซ์แฮร์รีกับดัชเชสเมแกนอย่างดุเดือด ด้าน YouGov ทำโพลในวันรุ่งขึ้น คือ พฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม และพบว่า 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่า 5 พันราย บอกว่าเมแกนแอนด์แฮร์รีอย่ากลับมาเลย โดยมีเพียง 1 ใน 5 ที่เชียร์ให้กลับอังกฤษ ขณะที่ประชาชนมากกว่าครึ่งหนึ่งตอบแบบสอบถามว่า  ความเปลี่ยนแปลงติดลบหลายด้านของปรินซ์แฮร์รี เป็นอะไรที่ทำให้พระครอบครัวและพระญาติไม่สามารถไว้วางใจได้เต็มร้อยแล้ว  กระนั้นก็ตาม ในความเป็นเลือดวินด์เซอร์ แต่ละคนก็จะต้องเปิดใจที่จะปรับตัวเข้ากับปรินซ์แฮร์รีบ้าง ไม่มากก็น้อย

สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงเชิญสมาชิกแห่งพระราชตระกูลวินด์เซอร์ระดับวงในลึกสุด เข้าร่วม “ประชุมสุดยอดว่าด้วยเดอะซัสเซกซ์” เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (19 สิงหาคม) ผู้สันทัดกรณีตั้งข้อสังเกตว่าการที่ปรินซ์แฮร์รีทรงตัดสินพระทัยย้ายกลับมาปักหลักใช้ชีวิตในอังกฤษ อาจเป็นการดีกว่าการโดดเดี่ยวองค์เองอยู่ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งพระองค์ปราศจากเพื่อนสนิท พร้อมกับห่างไกลพระสหาย ห่างไกลโลกเล็กๆ ที่ทรงคุ้นเคย ทั้งนี้ เมื่อปรินซ์ทรงอยู่ในอังกฤษอย่างสบายพระทัยแล้ว ก็น่าจะเยียวยาอารมณ์และความรู้สึกที่เสียหายไปในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา
‘เมแกนแอนด์แฮร์รี’ เตรียมกลับ UK แบบเท่ๆ กลืนน้ำลายตนเองที่เคยโวยวายไว้ว่า UK เต็มไปด้วยอันตราย ตอนนี้พลิกลิ้นกันดื้อๆ “อยากใช้เวลาอยู่ในอังกฤษเยอะๆ” - ส่อง 4 ปมสาเหตุย้ายกลับแบบไม่แคร์สื่อ

การตัดสินใจจะกลับไปอยู่ประเทศอังกฤษยาวๆ นั้น มีแรงผลักดันจากที่ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ปรารภจะใช้เวลาอยู่ใน UK เยอะๆ อยากใกล้ชิดครอบครัวคุณน้าคุณป้าในฝั่งของพระมารดาไดอานา และอยากให้พระโอรสพระธิดาได้เรียนหนังสือใน UK บรรดาสื่อค่ายใหญ่น้อยทั้งหลายพากันรายงานคำแถลงสุดเท่งามหรูดังกล่าวของเจ้าชายแฮร์รี ดยุกแห่งซัสเซกซ์ และเมแกน มาร์เคิล ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ที่ถ่ายทอดผ่านทีมงานพีอาร์และเหล่าคนวงในลึกๆ

ในเวลาเดียวกัน สื่อมวลชนเหล่านี้ก็กรีดภาพโลกสวยของดยุกและดัชเชส ด้วยการนำเสนอบรรดาข่าวเก่าๆ ที่เจ้าชายแฮร์รีเคยพูดออกสื่อว่า การจะกลับสู่เกาะบริเตนนั้น ไม่มีทางจะเป็นไปได้ - ผมไม่เห็นโลกสงบสุขปลอดภัยในอังกฤษที่จะให้พระชายาและพระโอรสพระธิดาเข้าไปอยู่อาศัยได้เลย

การพลิกถ้อยคำและพลิกท่าทีแบบหักเลี้ยวยูเทิร์นกันดื้อๆ เยี่ยงนี้ ดึงดูดให้กระแสวิพากษ์วิจารณ์สุดโหดทั้งปวงพุ่งเข้าเล่นงานปรินซ์แฮร์รีและเมแกน มาร์เคิลอย่างดุเดือด

“ซมซานกลับอังกฤษ เพราะชีวิตที่ฮอลลีวูดล้มเหลว”

สองผู้เชี่ยวชาญการพระราชวงศ์แห่งรายการถกประเด็นข่าว “เดอะ เจเรมี ไคล์ เบรกฟาสต์ โชว์” ในอังกฤษ กับ “คินซีย์ สโคฟิลด์ อันฟิลเตอร์ดึด” ในสหรัฐอเมริกา ฟันธงไว้อย่างนั้น

“ดยุกกับดัชเชสไม่รุ่งเลยในฮอลลีวูด ทั้งคู่เอาตัวไม่รอด พระครอบครัวนี้เจอฝันร้ายอย่างจังค่ะ” สาวสวยคินซีย์ สโคฟิลด์ ชี้ไว้แบบตรงไปตรงมา

พร้อมกับมีการนำเสนอข้อสันนิษฐานประการที่ 1 แห่งสาเหตุการกลับลำ-กลับบ้านอย่างบอบช้ำ โดยเจเรมี ไคลด์บอกว่า

“อาจเป็นเพราะคิงชาร์ลส์ทรงพระประชวรรุนแรงกว่าที่คนอังกฤษได้รับข้อมูล”

ทีมพีอาร์ของปรินซ์แฮร์รีบอกสื่ออเมริกันหลายๆ ค่ายว่าสาเหตุแห่งการย้ายกลับ UK คือประเด็นปัญหาสุขภาพของคิงชาร์ลส์

คินซีย์ สโคฟิลด์ รายงานอย่างนั้น พร้อมชี้ว่า “แต่นั่นไม่ใช่เรื่องของความเป็นห่วง เพราะในคราวที่เมแกน มาร์เคิล และปรินซ์แฮร์รีไปออกรายการ โอปราห์ วินฟรีย์ โชว์ ปี 2021 ทั้งสองไม่แคร์เลยว่าเจ้าชายฟิลิป พระอัยกาของปรินซ์แฮร์รี ทรงพระประชวรหนักอยู่ในโรงพยาบาล

แรงขับเคลื่อนของเมแกนแอนด์แฮร์รี เป็นความกังวลว่า เมื่อสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ทรงเสด็จสวรรคต เจ้าฟ้าชายวิลเลียมจะทรงเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ ในเวลานั้น ปรินซ์แฮร์รีจะทรงถูกถอดถอนพระอิสริยยศทุกรายการที่ยังเหลืออยู่

ประมาณว่ารีบไปสร้างภาพดีงาม ไปเคลื่อนไหวออกงานการกุศลโน่นนี่บ่อยๆ ให้เหมือนกับว่าได้กลับขึ้นเป็นสมาชิกพระราชวงศ์เหมือนเดิมแล้ว ผู้คนก็จะเชื่อไปตามภาพที่เห็น คินซีย์ สโคฟิลด์ ทำนายไว้โดยอ้างอิงไปถึงสไตล์ประจำตัวของเมแกน มาร์เคิล ที่ว่า…

“หลอกๆ และจกตาไปเรื่อยๆ เดี๋ยวคนก็เชื่อเอง” เพราะ “ภาพที่เห็นซ้ำๆ จะทำให้เชื่อว่า คือความจริง”

พระรูปบานนี้เป็นตอนหนึ่งในระหว่างประทานสัมภาษณ์แก่โทรทัศน์บีบีซี โดยปรินซ์ทรงกล่าวกับบีบีซีเมื่อปีที่แล้ว (2025) ว่า ผมไม่เห็นโลกสงบสุขปลอดภัยในอังกฤษที่จะให้พระชายาและพระโอรสพระธิดาเข้าไปอยู่อาศัยได้เลย ประโยคเด็ดและวรรคทองแบบนี้ถูกสื่อทั้งหลายนำไปฟันธงว่า พระองค์ทรงพูดจาโลกสวยที่ไร้ความจริงใจ เพราะพระองค์เปลี่ยนถ้อยคำได้เรื่อยๆ แบบคนไม่มีหลักการ ล่าสุดนี้ สื่อพากันเย้ยหยันว่า ปรินซ์พลิกท่าทีง่ายเหลือเกิน จากเดิมที่ประกาศหนักแน่นว่าจะไม่กลับอังกฤษ แต่เมื่อผลประโยชน์ของพระองค์ปรับเปลี่ยน พระองค์ก็พลิกลิ้น

สองผู้เชี่ยวชาญการพระราชวงศ์แห่งสถานี Talk TV คือ “เจเรมี ไคล์ เบรกฟาสต์ โชว์”ในอังกฤษ กับ “คินซีย์ สโคฟิลด์ อันฟิลเตอร์” ในสหรัฐอเมริกา ร่วมกันถกประเด็น Megxit Bombshell
ด้าน ปีเตอร์ เบล็กซ์ลีย์ ผู้เชี่ยวชาญการพระราชวงศ์ ซึ่งเป็นแขกรับเชิญเข้าร่วมสนทนาถกข่าว เตือนให้เตรียมใจกับบรรดาเซอร์ไพรส์หัวจะปวดจากดัชเชสเมแกน ภายใต้สมมุติฐานประการที่ 2 ว่าเจ้านางหวังจะมาเปิดตลาดใหม่ในอังกฤษ

ทั้งนี้ แม้ผลโพลจะออกมาว่าเธอได้รับความยอมรับจากผู้คนในอังกฤษเพียง 20% แต่คนกลุ่มนี้ก็เป็นฐานลูกค้ากลุ่มหนึ่งที่ต้องจับตา

“ครับ ถ้า...ในวันที่ล้อเครื่องบินแตะแผ่นดินอังกฤษ และแม้ทั้งสองจะยังไม่ได้จัดกระเป๋าเลย แต่ เมแกน อาจจะไปโผล่เป็นเซเลบริตีของรายการ มาสเตอร์เชฟยูเค มันจะเป็นหายนะวายป่วงล่ะครับ เธอไม่มีความคิดจะสำนึกผิดที่ทำร้ายพระราชวงศ์ ไม่มีแม้สักเปอร์เซ็นต์เดียว” กูรูปีเตอร์ เบล็กซ์ลีย์ นำเสนออย่างนั้น

เจเรมี ไคลด์ เสริมเข้าไปชี้มุมมองสำทับว่า

“สาเหตุเดียวที่ปรินซ์แฮร์รียอมกลับอังกฤษ คือ เมแกน

“เพราะเมแกนกระหายความสนใจจากผู้คน ต่อให้เป็นความโด่งดังในทางลบ เธอก็เอา เธอหลงตัวเองรุนแรง

“เมื่อเมแกนต้องปิดฉากชีวิตในอเมริกา เพราะทุกประตูพากันปิดตาย ประเทศเดียวที่อาจจะมีผลประโยชน์ให้เธอหยิบฉวยได้ ก็คือ สหราชอาณาจักร”

ปรินซ์แฮร์รีและดัชเชสเมแกนเป็นคู่รักคู่ชีวิตกันมาหนึ่งทศวรรษแล้ว และในห้วงเวลาเหล่านี้ ปรินซ์แฮร์รีทรงมีความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกหลายประการ เช่น มีบุคลิกภาพเข้มแข็ง มีทักษะการพูดออกไมโครโฟนต่อหน้าสาธารณชน มีการบริหารความโกรธเกรี้ยวด้วยการทำสมาธิ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นคุณูปการจากเมแกน พร้อมๆ กัน ก็มีความเปลี่ยนแปลงติดลบสำคัญหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพูดบิดเบือนข้อเท็จจริงและใส่ร้ายป้ายสีพระราชตระกูล ซึ่งเป็นความเสื่อมเกียรติอย่างร้ายแรง อนึ่ง พระรูปบานนี้ถูกบันทึกไว้ขณะที่ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์อยู่ที่ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย๋ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
พร้อมนี้ เจเรมี ไคลด์ นำเสนอสมมุติฐานที่ 3 แห่งการซมซานกลับประเทศที่เคยเป็นฝันร้าย ว่าเมแกนแอนด์แฮร์รี ตกอยู่ในสถานการณ์เงินทองร่อยหรอ แบบที่ถูกนินทาอื้ออึงทั่วฮอลลีวูดว่า ล่มจมถังแตกแล้ว (ถ้าไม่ใช่ก็ใกล้เคียง) เพราะมีแต่เงินไหลออก และจึงอุ้มพระราชนัดดาทั้งสองของคิงชาร์ลส์ มาขอคะแนนสงสาร เพื่อลุ้นรอความช่วยเหลือจากคิงชาร์ลส์

อดีตสมาชิกพระราชวงศ์อังกฤษทั้งสอง แทบจะไม่มีเงินไหลเข้าเลย แต่เผชิญปัญหาเงินไหลออกไปเป็นระดับล้านดอลลาร์ เนื่องจากประสบภาวะขาดทุนมหาศาลในธุรกิจซื้อแยมถูกๆ อาหารต่างๆ และชา ตลอดจนน้ำผึ้ง กลีบดอกไม้แห้ง ไวน์ ฯลฯ ไปติดฉลากสวยงาม แล้วนำไปขายภายใต้แบรนด์ As Ever โดยอัพราคาขึ้นไปเวอร์วังมากมาย ผลก็คือ ขายไม่ออกและต้องปล่อยให้สินค้าหมดอายุ

นอกจากนั้น ยังสูญเสียเงินไปเป็นค่าจ้างทีมรักษาความปลอดภัยวันละ 24 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 7 วัน เป็นเงินมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ต่อปี

แม้จะไปลุ้นเปิดตลาดในออสเตรเลียเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ดีว่าสามารถตัดใจยอมเสียฟอร์ม ลดระดับลงไปเดินทางด้วยตั๋วเครื่องบินชั้นธุรกิจ จึงคุมระดับการขาดทุนของทริปธุรกิจได้บ้าง

หนำซ้ำยังมีรายจ่ายก้อนมหึมารออยู่ในอนาคตอันใกล้ ได้แก่ การแพ้คดีฟ้องร้องบริษัทเจ้าของค่ายสื่อมวลชนขาใหญ่ของอังกฤษ (เดลิเมล กับเดอะเมลออนซันเดย์) ซึ่งทำให้ปรินซ์แฮร์รีต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบค่าใช้จ่ายการต่อสู้คดีให้แก่ฝ่ายจำเลย ซึ่งมีแนวโน้มที่จะมหาศาลหลักสิบล้านดอลลาร์กันเลยทีเดียว

ในการนี้ คินซีย์ สโคฟิลด์ ทำนายละม้ายผู้คนทั้งปวงว่า ในอันที่จะมีเงินไปจ่ายภาระจากการแพ้คดีความ เมแกนแอนด์แฮร์รีคงตัดสินใจแล้วว่าจะขายพระตำหนักในเมืองมอนเตซิโต ซึ่งกู้เงินแบงก์มาซื้อผ่อน ณ สนนราคา 14.65 ล้านดอลลาร์ เมื่อเดือนมิถุนายน 2020

ในท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงหลายๆ มิติ ปรินซ์แฮร์รีทรงมีบุคลิกและสีหน้าแววตาที่ต้องระมัดระวังและติดตามกันไปยาวๆ
สมมุติฐานที่ 4 ว่าด้วยสาเหตุที่ ‘เมแกนแอนด์แฮร์รี’ ซมซานกลับบ้าน: เพราะมุ่งจะลดค่าใช้จ่ายจัมโบ้ คือ ค่าจ้างทีม รปภ. โดยบุกไปอังกฤษ เอาลูกๆ เป็นตัวต่อรองให้ได้แพ็กเกจ รปภ.ฟรี 24 ชม.

การที่ เมแกนแอนด์แฮร์รี มั่นหน้ามั่นใจจะกลับอังกฤษ เพราะหวังจะไปบีบเอาแพ็กเกจตำรวจอารักขาคุ้มกันภัยฟรีๆ ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นความจริงหรือไม่นั้น ผู้เชี่ยวชาญและผู้สันทัดกรณีบอกว่า ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้มันไม่ใช่ประเด็นที่ต้องถกเถียงกันอีกต่อไปแล้ว แต่ประเด็นหลักที่จับตารอดูและรอวิพากษ์วิจารณ์ คือ คำถามว่า เดอะซัสเซกซ์จะใช้เจ้าชายอาร์ชีกับเจ้าหญิงลิลีเบต เป็นเครื่องต่อรองให้ได้แพ็กเกจ “จะสำเร็จ” ละหรือ

อดีตหัวหน้าทีมถวายอารักขาแด่พระราชวงศ์ คือ นายตำรวจไดย์ เดวิส ให้ความเห็นไว้กับรายการกู๊ดมอร์นิง บริเตน ของช่องไอทีวี ว่าค่าใช้จ่ายเรื่องนี้จะแพงเหลือเชื่อทีเดียว

ช่องทางเดียวที่เรื่องนี้จะเกิดขึ้นได้คือ ผลการประเมินภัยคุกคามทั้งจากการก่อการร้าย และจากคนร้ายโรคจิต บ่งบอกว่ามีความเสี่ยงสูง

ที่ผ่านมาหลายปี ปรินซ์แฮร์รีต่อสู้หัวชนฝาจะเอาแพ็กเกจตำรวจอารักขาคุ้มกันภัยจากภาครัฐให้จงได้ ทั้งๆ ที่ข้อกฎหมายกำหนดสิทธิในเรื่องนี้ให้เฉพาะแก่สมาชิกพระราชวงศ์ที่ปฏิบัติงานถวายองค์พระประมุขของประเทศ หรือก็คือ Working royals กับแขกรับเชิญอย่างเป็นทางการและ บุคคลระดับ VVIP ซึ่งในเมื่อปรินซ์แฮร์รีทรงลาออกจากบทบาทหน้าที่นี้แล้ว พระองค์ย่อมจะไม่มีสิทธิแล้ว

และด้วยเหตุที่ว่าในทางเป็นจริงนั้น สมาชิกพระราชวงศ์ Working royals ที่เดินทางในภารกิจส่วนตัว ก็ไม่ใช้บริการอารักขา ขณะเดียวกัน พระโอรสและพระธิดาของเจ้าฟ้าหญิงแอนน์ ซึ่งมีฐานะเป็นพระราชนัดดาของควีนเอลิซาเบธที่ 2 แต่มิได้เป็น Working royals ก็ไม่เคยเรียกร้องขอใช้บริการอารักขา

สาธารณชนและสื่อค่ายใหญ่น้อยมากมายจึงวิจารณ์ติเตียนว่า ปรินซ์แฮร์รีเอาแต่ได้ หน้าที่ไม่ทำ สิทธิจะเอา โดยคำวิจารณ์ชี้ไปถึงปมที่ว่า พระองค์ต้องได้สิทธิเท่าเทียมพระเชษฐาวิลเลียม อีกทั้งยังถูกมองเป็นเรื่องความปรารถนาของเมแกน มาร์เคิล ที่ตัวตนจะต้องเหนือกว่าประชาชนทั่วไป

ที่ผ่านมา เมแกนแอนด์แฮร์รี ถูกเยาะเย้ยถากถางบ่อยๆ ว่ากล้าไปประเทศอันตรายระดับแถวหน้าของโลกอย่าง ไนจีเรีย และโคลัมเบีย แต่กลับจะอ้างว่าอังกฤษอันตรายเหลือเกินนั้น ฟังไม่ขึ้น

ยิ่งกว่านั้น ในเดือนกรกฎาคมที่ปรินซ์แฮร์รีเสด็จทรงงานส่วนพระองค์ในอังกฤษ 1 สัปดาห์ แม้จะไม่ได้รับแพ็กเกจตำรวจอารักขาคุ้มกันภัย แต่ปรินซ์แฮร์รี และเมแกน มาร์เคิล ก็สามารถเดินทางในประเทศอังกฤษได้ ไม่มีดรามาใดๆ อุบัติขึ้น โดยเมแกนมีกำหนดจะเข้าร่วมพิธีนับถอยหลังสู่สัปดาห์แห่งมหกรรมอินวิคตัสเกมส์ 2027 ซึ่งเป็นอีเวนต์โปรดปรานของเธอ เพราะมีการถ่ายภาพและถ่ายวิดีโอกันอย่างฉ่ำ อีกทั้งจะได้เป็นข่าวมากมายโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ

ทั้งนี้ สื่อค่ายใหญ่ อาทิ เดลิเมลออนไลน์ถึงกับเตือนไว้เลยว่า หากเมแกน มาร์เคิล (ซึ่งมีภาพติดลบร้ายแรงในสายตาของประชาชนว่าทำร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างมหาศาล) สามารถปรากฏตัวในขบวนรถซึ่งนำโดยรถตำรวจ ประชาชนจะยอมรับไม่ได้และจะโกรธไฟลุกอย่างแน่นอน

สำหรับการย้ายถิ่นกลับสู่เกาะบริเตน พร้อมกับจัดให้พระโอรสและพระธิดาได้เติบโตและศึกษาเล่าเรียนในอังกฤษกันยาวๆ เลย นั้น ถูกวิจารณ์ว่าเป็นการรุกคืบเข้ากดดันภาครัฐเพื่อให้ได้รับแพ็กเกจตำรวจอารักขา 24 ชั่วโมง ซึ่งหากประสบความสำเร็จ ก็จะทำให้เมแกนแอนด์แฮร์รีลดค่าใช้จ่ายของพระครอบครัวในการจ้างบริษัทรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง ไปได้ปีละมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ พระครอบครัวซัสเซกซ์ตกเป็นข่าวเจาะลึกตั้งแต่ปลายปี 2023 ว่ามีปัญหาทางการเงิน โดยในศักราชดังกล่าว นอกจากที่เดอะซัสเซกซ์จะสูญเสียแหล่งรายได้สำคัญจากบริษัทสปอติฟาย เพราะถูกสปอติฟายเท อย่างสาดเสียเทเสีย ด้วยการยุติสัญญาธุรกิจ

ยิ่งกว่านั้น ปรินซ์แฮร์รียังทรงมีค่าใช้จ่ายสูงมากในการส่งเสริมการขายหนังสืออัตชีวประวัติของพระองค์ เรื่อง SPARE (วางตลาดตั้งแต่เดือนมกราคม 2023) โดยหนึ่งในกลยุทธ์หลักเพื่อส่งเสริมการขาย คือ การลดราคาหนังสือ 50% - 30% ซึ่งปรินซ์ทรงต้องควักเงินส่วนพระองค์ไปโปะชดเชยการลดราคาหนังสือไม่น้อยกว่า 10 ล้านดอลลาร์

พระคู่รักและคู่ชีวิต 10 ปี ที่สามารถประคองชีวิตครอบครัวไว้ได้เรื่อยๆ แต่ในฉากชีวิตใหม่ที่อังกฤษ เป็นเพียงการแก้ปัญหาทางการเงิน
ปัญหาทางการเงินทำให้ปรินซ์แฮร์รีละพยศ เพื่อขอความช่วยเหลือจากคิงชาร์ลส์ แต่ เมแกนแอนด์แฮร์รีในวัยประมาณ 40 พรรษา ใช้จ่ายดั่งเศรษฐีพันล้าน และเห็นพระราชบิดาเป็นดู้ ATM ก็จึงต้องถูกดัดนิสัยกันจริงจัง

ในช่วงต้นปี 2024 คิงชาร์ลส์ทรงพระประชวรด้วยพระโรคมะเร็ง และทรงเปิดโอกาสให้ปรินซ์แฮร์รีได้เข้าเฝ้า หลังจากที่ปรินซ์ไม่สามารถเข้าถึงพระราชบิดามานานปี โดยมีเกร็ดเล่าสู่กันออกไปจนถึงสื่อมวลชนว่า ในช่วงปลายพระชนม์ชีพ พระราชมารดาเอลิซาเบธที่ 2 ทรงถามพระราชโอรสชาร์ลส์ ทำไมไม่รับสายโทรศัพท์จากปรินซ์แฮร์รี คำตอบมีอยู่ว่า ผมไม่ใช่ธนาคารครับ

กล่าวก็คือ แต่ละคราวที่ปรินซ์แฮร์รีทรงโทรศัพท์ถึงพระราชบิดา ก็จะมีแต่เพียงเรื่องขอเงิน

ขณะเดียวกันทั้งปรินซ์แฮร์รีและทั้งดัชเชสเมแกน ต่างไม่มีความเคารพกตัญญูในพระราชบิดา แล้วในเวลาที่ปรินซ์ไม่ได้รับสิ่งที่ทรงปรารถนา ปรินซ์ก็จะลงโทษพระราชบิดาด้วยการออกรายการทอล์กโชว์ต่างๆ เพื่อกล่าวร้ายป้ายสีสถาบันพระมหากษัตริย์ให้ถูกชาวโลกดูหมิ่นเกลียดชัง

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรณีที่เมแกน มาร์เคิลปล่อยข้อมูลอันเป็นเท็จในรายการโอปราห์ วินฟรีย์ โชว์ เมื่อมีนาคม 2021 ว่า สมาชิกผู้ใหญ่แห่งพระราชวงศ์วินด์เซอร์เป็นพวกเหยียดผิว ทรงไม่พระราชทานพระอิสริยยศเจ้าชายให้แก่คุณอาร์ชี เพราะรังเกียจว่าคุณอาร์ชีมีเลือดผิวดำของคนแอฟริกันที่ได้รับจากตัวเธอ

ในเวลานั้น คนอเมริกันพากันโกรธเคืองสาดเสียเทเสียใส่สถาบันพระมหากษัตริย์อังกฤษ จนกระทั่งได้ทราบข้อมูลจากการชี้แจงของผู้เชี่ยวชาญการพระราชวงศ์ว่า เรื่องของคุณอาร์ชีเป็นไปตามกฎมณเฑียรบาลที่กำหนดว่า สิทธิแห่งการได้รับพระอิสริยยศเจ้าชายนั้น มีให้แก่พระราชปนัดดา (เหลน) ของควีนเอลิซาเบธ เฉพาะองค์ที่เป็นลูกของพระโอรสพระองค์โตของปรินซ์ออฟเวลส์ (พระอิสริยยศเดิมของคิงชาร์ลส์) หรือก็คือ เฉพาะลูกๆ ของปรินซ์วิลเลียมเท่านั้น

ซึ่งกฎข้อนี้มุ่งหมายที่จะจำกัดจำนวนของผู้ที่จะเป็นเจ้าชายเจ้าหญิง ดังนั้น ในเจเนอเรชันของพระโอรสพระธิดาที่เป็นเหลนของควีนเอลิซาเบธจำนวนสิบกว่าราย จึงมีเพียง 3 พระองค์เท่านั้นที่ได้เป็นเจ้าชาย-เจ้าหญิง ได้แก่ เจ้าชายจอร์จ เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ และเจ้าชายหลุยส์

แต่เมแกนแอนด์แฮร์รีไม่พอใจในกฎมณเฑียรบาลนี้ และจึงลงโทษสถาบันพระมหากษัตริย์อังกฤษ ด้วยการโกหกออกสื่อกระฉ่อนไปทั่วโลก ว่าสถาบันกษัตริย์อังกฤษมีอคติและเหยียดผิว คุณอาร์ชีของปรินซ์แฮร์รี จึงไม่ได้เป็นเจ้าชายเหมือนกับปรินซ์จอร์จและปรินซ์หลุยส์ พระโอรสของปรินซ์วิลเลียม

ด้านคนอเมริกันและชาวโลกทั้งปวงก็ถึงกับอึ้ง ว่าทำไมกล้าโกหกกันเยี่ยงนี้ ความป๊อปปูลาร์ของเมแกนแอนด์แฮร์รีทยอยเสื่อมลง เพราะความไม่น่ารักของดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ทยอยโผล่ออกไป จนกระทั่งภาพลักษณ์เน่าลงไปเป็นตัวตลกที่ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง

ในคราวการผลัดแผ่นดิน สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธทรงเสด็จสวรรคต และพระราชบิดาของปรินซ์วิลเลียมกับปรินซ์แฮรรีทรงเสด็จขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ คุณอาร์ชีก็จึงมีคุณสมบัติใหม่ จากที่เคยเป็นพระราชปนัดดาขององค์พระประมุขแห่ง UK ก็กลายเป็นพระราชนัดดาแห่งพระมหากษัตริย์ และจึงมีสิทธิใช้พระอิสริยยศเจ้าชาย

ห้วงเวลาเปี่ยมสุขของปรินซ์แฮร์รี คือ เมื่อได้เล่นกีฬา และได้เล่นกับเด็กๆ
ในส่วนของปรินซ์แฮร์รี เมื่อทรงกลับมามีโอกาสเข้าถึงพระราชบิดา ปรินซ์ทรงคุยอวดกับพระสหายว่ากำเตรียมการเรียกร้องขอเงินทองและสิ่งของต่างๆ ตลอดจนจะขอเป็นสมาชิกพระราชวงศ์แบบพาร์ทไทม์ หรือก็คือ Half-in Half-out

ปฏิบัติการดัดไม้แก่จึงต้องถูกขับเคลื่อน


ตลอดปี 2024 จดจนถึงกลางปี 2026 เมแกนแอนด์แฮร์รียังไม่ประสบความสำเร็จกับการไถเงินพระราชบิดา กระนั้นก็ตาม ทั้งสองยังอาจหาญที่จะจาบจ้วงล่วงเกินพระเกียรติยศ

กล่าวคือ ปรินซ์ทรงกริ้วเวอร์วังว่า ในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนกรกฎาคม 2026 ซึ่งพระองค์และพระชายาเมแกนมีภารกิจงานเปิดตัว อินวิคตัสเกมส์ ครั้งที่ 10 ณ วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2026 ที่นครเบอร์มิงแฮม และทรงเอาพระโอรสพระธิดาเป็นข้ออ้างว่าจะพาไปให้คิงชาร์ลส์ได้อุ้มชู เพื่อบีบรัฐบาลอังกฤษให้ถวายแพ็กเกจตำรวจอารักขาคุ้มกันภัยตลอด 24 ชั่วโมง แต่ปรากฏว่าทรงได้รับการอารักขาคุ้มกันเฉพาะในส่วนของการเข้าเฝ้าคิงชาร์ลส์

การไม่ได้รับแพ็กเกจอารักขาที่จะเอื้อให้เมแกน มาร์เคิล (ผู้ทำร้ายจิตใจชาวอังกฤษไว้มากมาย) สามารถนั่งเริ่ดๆ เชิดๆ อยู่ในรถเก๋ง ที่มีรถตำรวจนำหน้าและปิดท้ายอย่างหรู นับเป็นการเสียแผนอย่างยิ่ง เพราะเมแกน มาร์เคิล จะเข้าอังกฤษไปร่วมพิธีเปิดตัว มหกรรมกีฬาอินวิคตัสเกมส์ อย่างเท่ๆ และอย่างผู้ชนะ โดยไม่มีกลุ่มชนใดดักโห่ไล่เหมือนเมื่อปี 2022

ในการนี้ ปรินซ์แฮร์รีทรงโกรธว่าเป็นความผิดของพระราชบิดา และจึงลงโทษพระราชบิดาด้วยการยกเลิกความตั้งใจที่จะพาลูกๆ ไปเข้าเฝ้า

แต่เหตุการณ์พลิกผัน ในวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม อันเป็นสัปดาห์ที่ปรินซ์แฮร์รีเสด็จเข้าอังกฤษ ปรินซ์แฮร์รีเข้าฟังคำตัดสินคดีที่ทรงฟ้องร้องว่าบริษัทเจ้าของสื่อมวลชนค่ายยักษ์ (คือ เดลิเมล กับ เมลออนซันเดย์) ล่วงละเมิดความเป็นส่วนตัว โดยนักข่าวของสื่อทั้งสองค่ายนี้ใช้วิธีไม่ชอบด้วยกฎหมายในการไล่ล่าเอาข้อมูลเกี่ยวกับพระองค์ ไปจัดทำข่าวและสกู๊ป

แต่การณ์ปรากฏว่า ปรินซ์แฮร์รีทรงเป็นฝ่ายแพ้คดี และจะต้องรับผิดชอบจ่ายเงินที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้คดีทั้งหมดของฝ่ายบริษัทเจ้าของหนังสือพิมพ์ จำนวนประมาณ 20 ล้านดอลลาร์ จากยอดรวมของโจทก์ร่วมทุกรายประมาณ 67 ล้านดอลลาร์

ข่าวร้ายแห่งการที่จะต้องมีเงินมหาศาลดังกล่าวไปจ่ายตามคำตัดสินคดี ทำให้ปรินซ์แฮร์รีและดัชเชสเมแกนต้องโร่ไปขอเข้าเฝ้าฯ คิงชาร์ลส์ อีกทั้งยังยอมละพยศทุกสิ่ง โดยยอมปฏิบัติตามข้อกำหนดต่างๆ อาทิ เมแกนงดออกงานเปิดตัวอินวิคตัสเกมส์ และทั้งสองต้องระงับใจไม่เที่ยวไปคุยโม้โอ้อวดว่า จะได้เข้าเฝ้ากษัตริย์ชาร์ลส์ ที่พระตำหนักไฮโกรฟ ในเคาน์ตีกลอสเตอร์เชอร์

การเข้าเฝ้าเป็นไปด้วยดี และเมื่อปรินซ์แฮร์รีทรงออกทำกิจกรรมกับเด็กๆ ลูกทหารที่จัดโดยองค์กรการกุศล Scotty’s Little Soldiers ในวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พระออร๋าของปรินซ์เปี่ยมสุขแจ่มใสแช่มชื่น ในการนี้ทรงสามารถปฏิบัติตามกติกาเข้มงวดคือ ไม่แพร่งพรายรายละเอียดการสนทนา และเน้นความเป็นส่วนตัว ซึ่งหมายถึงว่าจะต้องไม่มีการถ่ายภาพไปเผยแพร่ในทางสาธารณะ เดอะซันรายงานอย่างนั้น

ดีงามกันได้ไม่กี่วัน พฤติกรรมหิวแสงของเมแกนก็กลับมาอาละวาด มีการประสานงานและอัดฉีดให้เทปรายการมาสเตอร์เชฟออสเตรเลีย ที่เมแกน มาร์เคิล ร่วมเป็นกรรมการเซเลบริตีแขกรับเชิญ และถ่ายทำไว้เมื่อเดือนเมษายน 2026 ถูกนำไปออกอากาศในวันที่ 26 กรกฎาคม 2026

ยิ่งกว่านั้น ในสัปดาห์แรกของเดือนสิงหาคม มาร์ธา สจ๊วต กูรูแห่งรายการอาหารและไลฟ์สไตล์ เปิดเผยออกสื่อว่าเมแกน มาร์เคิล เมาท์ถึงการเข้าเฝ้าคิงชาร์ลส์สู่พรรคพวกเซเลบริตีฮอลลีวูด ในปาร์ตีอาหารค่ำที่มาร์ธานั่งโต๊ะเดียวกันกับเมแกน

ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นที่เข้าใจได้ว่า การละพยศ แล้วสงบเสงี่ยมไปเข้าเฝ้าคิงชาร์ลส์เพื่อขอความช่วยเหลือมากมายมหาศาล โดยมีโอกาสสูงที่จะสมปรารถนา นั้น โอกาสดังกล่าวน่าจะระเหิดหายไปหมดแล้ว หลังจากที่เมแกน มาร์เคิล ฉีกดีลทิ้งเอง

บัดนี้ จึงเหลือแผนเดียวคือ ย้ายถิ่นมาอยู่ใกล้พระราชบิดา พร้อมกับลุ้นที่จะใช้พระโอรสและพระธิดาเป็นปัจจัยกดดันสร้างคะแนนสงสาร เพื่อให้ได้รับแพ็กเกจตำรวจอารักขาคุ้มกันภัยฟรี 24 ชั่วโมง ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายก้อนโตของพระครอบครัว

พระออร่าและพระบุคลิกภาพเข้มแข็งมาดแมนเยี่ยงนี้ของปรินซ์แฮร์รี เป็นคุณลักษณ์ใหม่ที่พัฒนาขึ้นมาในห้วง 6 ปีที่ปรินซ์ทรง “ห่างอกพ่อ” และเป็นอะไรที่ต้องให้เครดิตแก่เมแกน มาร์เคิล ผู้เป็นพันธมิตรสำคัญของปรินซ์แฮร์รี
โอกาสที่ เมแกนแอนด์แฮร์รี จะสมหวังกับกลยุทธ์ล่าสุดนี้ น้อยนิดจนน่าใจหาย เพราะพระราชบิดาทรงเป็นพระมหากษัตริย์ จึงต้องยึดตามกฎเกณฑ์และความเหมาะสม ขณะที่พสกนิกรก็จ้องจะเช็กบิลพระองค์

คิงชาร์ลส์ทรงได้รับข้อมูลความเคลื่อนไหวระลอกใหม่ของพระราชโอรสแฮร์รี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม หรือก็คือ ก่อนสื่อมวลชนเพียง 3-4 วัน เดลิเมลออนไลน์รายงาน

พร้อมนี้มีการระบุด้วยว่าในช่วงการสนทนากันที่พระตำหนักไฮโกรฟเมื่อศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม ปรินซ์แฮร์รีทรงมิได้แจ้งทราบเบื้องต้นหรือปรึกษาหารือใดๆ ในเรื่องย้ายถิ่นกลับอังกฤษ ทั้งๆ ที่ว่าดัชเชสเมแกนและปรินซ์แฮร์รีแวะไปเลือกดูคฤหาสน์ในชุมชนเซเลบริตีในภูมิภาคคอตส์วอลด์ทางภาคกลางของอังกฤษเป็นที่เรียบร้อย โดยมีอดีตนักร้องสาววงสไปซ์เกิร์ล คือ เจรี ฮัลลิเวลล์ กิ๊กเก่าของปรินซ์ชาร์ลส์ ดูแลต้อนรับ

คิงชาร์ลส์ทรงเชิญพระครอบครัวของปรินซ์วิลเลียม พระราชโอรสองค์ใหญ่ พระครอบครัวของปรินซ์เอ๊ดเวิร์ด พระราชอนุชาองค์เล็ก ตลอดจนพระครอบครัวของเจ้าฟ้าหญิงแอนน์ พระราชกนิษฐา มาพบปะกันในนัดหมายที่เดลิเมลออนไลน์เรียกว่า ประชุมสุดยอดว่าด้วยเดอะซัสเซกซ์ เพื่อหารือนัดแนะท่าทีร่วมกัน ณ ปราสาทบัลมอรัล เคาน์ตีอาเบอร์ดีนเชียร์ในวันพุธที่ 19 สิงหาคม ซึ่งเป็นสัปดาห์ที่แต่ละพระองค์แต่ละท่าน ก็ทยอยกันเว้นวรรคจากกรุงลอนดอน ไปพักผ่อนฤดูซัมเมอร์

แน่นอนว่าทีมข่าวพระราชวงศ์ของเดลิเมล ได้ข้อมูลจากคนวงในของสำนักพระราชวังเพียงเท่านี้ แต่ก็มีการนำเสนอแถมมาว่า ท่าทีในส่วนของปรินซ์วิลเลียมต่อความเคลื่อนไหวของพระอนุชาแฮร์รี นั้น ได้แก่

โนสนโนแคร์ อย่างเสมอต้นเสมอปลาย

ทั้งนี้ พระสหายตลอดจนผู้คนใกล้ชิดปรินซ์วิลเลียม ทราบดีว่าพระองค์ทรงไม่มีความปรารถนาใดๆ ทั้งสิ้นที่จะปรองดองกับพระอนุชา ผู้ซึ่งมีพฤติกรรมบิดเบือนข้อเท็จจริง ใส่ร้ายป้ายสีพระราชตระกูลครั้งแล้วครั้งเล่า และปรินซ์วิลเลียมทรงไม่สนใจจะเกี่ยวข้องกับสิ่งใดๆ ที่ดยุกแฮร์รีและดัชเชสเมแกนพูดหรือกระทำ

โดยทรงมองว่าปรินซ์แฮร์รีไม่ควรค่าแก่ความไว้วางใจ กระทั่งว่าประดาพระญาติก็จะหลีกเลี่ยงการสนทนากับปรินซ์โดยไม่มีพยานร่วมฟังด้วย

ครอบครัว 5 คนของคุณปีเตอร์ ฟิลลิปส์ พระโอรสแห่งเจ้าฟ้าหญิงแอนน์ และครอบครัว 5 คนของคุณซารา ทินดัลล์ พระกนิษฐาของคุณปีเตอร์ ได้ตามเสด็จพระมารดาไปร่วมประชุม “สุดยอดว่าด้วยเดอะซัสเซกซ์” ที่จัดโดยกษัตริย์ชาร์ลส์และเจ้าฟ้าชายวิลเลียม ณ ปราสาทบัลมอรัล เมื่อวันพุธที่ 19 สิงหาคม 2026  ในการนี้ เดลิเมลออนไลน์นำเสนอภาพของพระครอบครัวแห่งเจ้าฟ้าหญิงแอนน์ทั้ง 10 ท่านขณะเดินจากที่พักใกล้ๆ ไปยังปราสาทบัลมอรัล เพื่อเข้าเฝ้ากษัตริย์ชาร์ลส์ ผู้ทรงเป็นพระมาตุลา (พี่ชายของแม่) ของคุณปีเตอร์ และคุณซารา

ตั้งแต่เล็กจนโต คุณปีเตอร์ ฟิลลิปส์ เป็นพระญาติใกล้ชิดและสนิทสนมกับปรินซ์วิลเลียมและปรินซ์แฮร์รีเป็นอย่างยิ่ง แต่เมื่อปรินซ์แฮร์รีทำตัวเป็นศัตรูของสถาบันพระมหากษัตริย์ ในที่สุด คุณปีเตอร์ก็ตีตนออกห่าง ทั้งนี้ ในพิธีสมรสครั้งที่ 2 ของคุณปีเตอร์ ฟิลลิปส์ ซึ่งคิงชาร์ลส์ ทรงเสด็จเป็นองค์ประธาน เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมานั้น คุณปีเตอร์มิได้ส่งบัตรเชิญไปยังดยุกแฮร์รี
ที่ผ่านมา บรรณาธิการข่าวพระราชสำนักของเดลิเมลออนไลน์ชี้ว่า คิงชาร์ลส์ทรงถูกวิจารณ์บ่อยๆ ในประเด็นที่ทรงใจอ่อนเกินไปให้แก่พระราชโอรสแฮร์รี กระนั้นก็ตาม ทางฝั่งของวังบัคกิงแฮมเชื่อว่าประชาชนเข้าใจดีว่า ในความเป็นพระมหากษัตริย์ และองค์อธิปัตย์ของประเทศนั้น คิงชาร์ลส์ก็ทรงเป็นคุณพ่อและคุณปู่ด้วย และพระองค์จะทรงขีดเส้นแสดงเค้าโครงให้เห็นกันชัดๆ

พระสหายท่านหนึ่งของคิงชาร์ลส์กล่าวว่า พระองค์ย่อมจะต้องโอบรับโอกาสที่จะได้ใกล้ชิดกับปรินซ์อาร์ชีและปรินเซสลิลีเบตผู้เป็นพระราชนัดดา แต่เหนือกว่านั้น คิงชาร์ลส์จะทรงชัดเจนเหมือนดั่งที่เป็นมาตลอด คือ จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเป็นกรณีพิเศษให้แก่ปรินซ์แฮร์รี โดยจะทรงมีสถานภาพบุคคลธรรมดาดังเดิม และจะพักอาศัยในเคหสถานส่วนที่ไม่ใช่พระราชวงศ์

เพราะทุกฝ่ายต่างตระหนักดีว่าสาธารณชนยากที่จะยอมรับได้ หากปัญหาที่ปรินซ์แฮร์รีทรงสร้างขึ้นด้วยพระองค์เอง จะต้องตกเป็นภาระของประชาชนผู้จ่ายภาษี

ส่วนสำหรับเรื่องที่หลายฝ่ายกลัวและคอยจ้องมองว่า พระครอบครัวซัสเซกซ์จะใช้ความใกล้ชิดกับพระมหากษัตริย์ เป็นช่องทางประตูหลังเพื่อเข้าสู่ชีวิตสังคม หรือเพื่อสร้างความสง่างามและความน่าเชื่อถือในเชิงธุรกิจนั้น บอกเลยว่าไม่ต้องห่วง หากคิงชาร์ลส์จะปล่อยให้เมแกนแอนด์ปรินซ์แฮร์รีทำได้ ก็ทำกันไปนานแล้ว

สิ่งที่พอจะหวังได้ก็คือ ในเมื่อที่ผ่านมา เมแกนแอนด์แฮร์รี ยอมปรับตัว ลดการจับจ่ายใช้สอยดั่งมหาเศรษฐีพันล้านลงมาให้สอดคล้องกับฐานะแท้จริงอย่างมากมาย อาทิ ยอมนั่งเครื่องบินชั้นบิสซิเนสไปสร้างช่องธุรกิจในออสเตรเลีย ซึ่งเป็นการปรับตัวขนานใหญ่ จากเดิมที่ต้องใช้เครื่องบินเช่าเหมาลำเท่านั้น

การที่ดยุกและดัชเชสยอมละพยศ และยอมกลับมาตายรัง ย่อมแสดงให้เห็นว่าความเป็นจริงของชีวิตได้ขัดเกลาทั้งสองไม่ใช่น้อยๆ แล้ว กระทั่งว่าปรินซ์แฮร์รีน่าจะทรงเข็ดหลาบกับความทุกข์ตรมจากสภาพการณ์ที่ต้องระมัดระวังควบคุมรายจ่าย หลังจากที่ทรงเป็นเจ้าชายสายปาร์ตี เฮฮารายวัน โดยมีเสด็จพ่อจัดสรรเรื่องการเงินให้อย่างเพียงพอ

การที่ปรินซ์ทรงได้กลับสู่ไลฟ์สไตล์อันอบอุ่นสนุกสนานกับพระสหายทั้งปวง พระองค์น่าจะไม่ดิ้นรนกลับออกไปสู่สภาพการณ์เจ้าชายถังแตก ซึ่งต้องหาเงินผ่อนพระตำหนัก และจ่ายค่าทีมรักษาความปลอดภัย อีกทั้งค่าบำรุงรักษาคฤหาสน์ 9 ห้องนอน 16 ห้องน้ำ ตลอดจนสระว่ายน้ำและห้องยิมที่ไม่ได้ใช้

เหลือแต่พระชายาเมแกน อดีตเด็กหญิงชนชั้นกลางๆ ผิวสีน้ำผึ้ง ผู้ที่ยังหิวแสง อาจปรับใจลงมาไม่สำเร็จ อาจรู้สึกเสียหน้ากับการที่ต้องอยู่ในคฤหาสน์ขนาดเล็กลงมา แต่ยังพอจะอุ่นใจได้ว่าเธอสามารถเชิดหน้าอยู่ในถิ่นคอตส์วอล์ดส์ ชนบทอังกฤษที่เท่และไฮโซหรูยิ่ง

ทั้งนี้ เมื่อปรินซ์แฮร์รีทรงปักหลักได้แล้ว เทวดาอาจจัดสรรมหาเศรษฐีนิสัยน่าประทับใจคนใหม่มาพาเมแกน มาร์เคิลออกไปสะเริงกับแสงสีอีกสักรอบ แล้วคนอังกฤษจะคุยกันว่า พ้นทุกข์พ้นร้อนเสียที

ปัญหาศรีสะใภ้นิสัยร้ายกาจที่เข้าไปสร้างความแตกแยกในครอบครัวสามี เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่มีวันจบสิ้น และสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างปรินซ์วิลเลียมกับปรินซ์แฮร์รี ที่เคยดีงามในสมัยที่ทั้งสองยังเป็นหนุ่มน้อย บัดนี้ก็เสียหายยากจะกอบกู้
พลันที่ข่าว เมแกนแอนด์แฮร์รี กระฉ่อนออกไปว่า การสำรวจคะแนนนิยมที่อดีตพระราชวงศ์ทั้งสองได้รับจากสาธารณชนก็เดินเครื่อง และพบว่ายังทรงถูกยี้สาหัสเป็นปกติ

ผู้คนในอังกฤษซึ่งเห็นใจปรินซ์แฮร์รีกับเมแกนมาร์เคิล ที่ต้องกลับสู่อังกฤษ มีสัดส่วนเพียง 21% ของผู้ตอบแบบสอบถามของ YouGov จำนวน 5,810 รายเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2026

ในเวลาเดียวกัน มี 45% ที่ไม่สนใจ-ไม่มีความเห็น และมี 33% ที่แสดงความเห็นว่า “อย่ากลับมาเลย” โดยในกลุ่มค่าเฉลี่ยสามสิบสามเปอร์เซ็นต์นี้ มีซีกของผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป ที่บอกว่าอย่างกลับมาเลย สูงเด่นถึง 47% ซึ่งเป็นโครงสร้างปกติของอังกฤษที่ผู้สูงอายุส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมด จะรักและศรัทธาในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธและสถาบันพระมหากษัตริย์ แบบเทถวายหมดทุกห้องหัวใจ

ผลโพลครั้งนี้ ไม่ดุเดือดเท่ากับรุ่นที่สำรวจกันในเดือนที่แล้ว (กรกฎาคม 2026) ซึ่งเป็นช่วงที่เมแกนแอนด์ปรินซ์แฮร์รีนำเอาพระโอรสกับพระธิดามาเป็นเครื่องต่อรอง-กดดันให้รัฐบาลอังกฤษอนุมัติแพ็กเกจตำรวจอารักขาคุ้มกันภัยตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงขี่มอเตอร์ไซค์นำหน้ารถที่ทั้งสองใช้ในแต่ละวันที่ออกทำภารกิจต่างๆ

โดยผลสำรวจพบว่ามีผู้คนตั้ง 65% ที่มอง เมแกน มาร์เคิล ในทางติดลบ ขณะที่มีเพียง 22% ที่มองเธอในทางบวก

ส่วนสถานการณ์ของปรินซ์แฮร์รีย่ำแย่น้อยกว่านิดหนึ่ง กล่าวคือ มีผู้คน 58% ที่มองพระองค์ในทางติดลบ โดยมี 33% มองพระองค์ในทางบวก

ภาพลักษณ์ย่ำแย่ของปรินซ์แฮร์รีกระเตื้องขึ้นบ้างตลอดปี 2025 โดยสัดส่วนของผู้ที่ยี้ใส่พระองค์แผ่วลงมา 5 จุด นับจากเดือนพฤษภาคม 2025 ขณะที่ สัดส่วนของผู้ที่มองพระองค์ในทางบวกก็เพิ่มขึ้นมา 6 จุด

แม้ เมแกน มาร์เคิล เป็นเป้าหมายการยี้ดุเดือด แต่เธอก็ไม่ต้องตกร่วงสู่อันดับบ๊วยของตาราง เพราะมีคุณแอนดรูว เมาท์แบตเตน เป็นฐานเกรด โดยอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ทรงถูกมองในแง่ลบมหาศาลถึง 98%!!! และมีผู้ที่เข้าใจพระองค์อยู่แค่ 2% เดลิเมลออนไลน์รายงานอย่างนั้น

ส่วนสำหรับขวัญใจประชาชน มงไปลงที่เจ้าฟ้าชายวิลเลียม ซึ่งมีผู้คนชื่นชมมากมาย 76% และผู้ที่ตามมาติดๆ คือ แคเธอริน เจ้าหญิงแห่งเวลส์ ซึ่งได้รับแรงเชียร์ 74%

ด้านเรตติ้งความป๊อปปูลาร์ที่คิงชาร์ลส์อยู่ที่ 62% ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพสกนิกรจำนวนไม่น้อยยังฝังใจกับปมรัก 3 เส้า คุณคามิลลา – ปรินซ์ชาร์ลส์ - ปรินเซสไดอานา และคำครหานินทาว่าคิงชาร์ลส์ทำร้ายจิตใจปรินเซสไดอานา

ไม่ใช่แต่เพียงพระราชตระกูลวินด์เซอร์ที่ไม่รู้สึกไว้วางพระทัยในปรินซ์แฮร์รี ประชาชนหลายแสนรายก็รู้สึกเช่นเดียวกัน โดยในโพลเล็กๆ ของเดลิเมลออนไลน์ มีประชาชน 199,980 ราย หรือก็คือ 85% ที่โหวตว่าพระราชวงศ์ไม่ควรจะรับปรินซ์แฮร์รีกลับสู่แวดวงชั้นในของพระราชตระกูล จากบรรดาผู้ร่วมโหวตจำนวนมหาศาล คือ 236,007 ราย

ในช่วงก่อนที่ปรินซ์แฮร์รีจะพบกับเมแกน มาร์เคิล พระออร่าของปรินซ์ที่ปรากฏบนพระรูปมักเป็นอารมณ์ของหนุ่มน้อยผู้หวั่นไหวและเปราะบาง ครั้นเมื่อทรงมีเมแกน มาร์เคิล เป็นคู่ชีวิต พระองค์ทรงได้รับคำแนะนำดีๆ หลายอย่าง รวมทั้ง การเข้าคอร์สฝึกบริหารจัดการโทสะ ตลอดจนคอร์สฝึกสมาธิเพื่อการพักผ่อนจิตใจอยู่ในความสงบ อย่างไรก็ตาม พระออร่าของปรินซ์แฮร์รีมักเต็มไปด้วยความอึดอัด เครียด ทุกข์ตรม  และในภาพนี้ เป็นบรรยากาศอ้างว้าง เคว้งคว้าง และเหนื่อยล้า ผู้เชี่ยวชาญการพระราชวงศ์มักจะมีความเห็นตรงกันว่า ปรินซ์แฮร์รีองค์นี้เปลี่ยนไปในทางติดลบอย่างมากมายเหลือเกิน
คอลัมน์ PLANET No.3

โดย รัศมี มีเรื่องเล่า

(ที่มา: เดลิเมลออนไลน์ เดอะซัน บีบีซี)