ประเทศไทยกำลังเพิ่มมาตรการตรวจสอบนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเข้มงวดมากขึ้น โดยที่ชาวอิสราเอลถูกเอ่ยชื่อในรายงานของสื่อมวลชนไทยหลายแห่ง หลังมีเสียงร้องเรียนและเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นในภูเก็ตและเกาะสมุย ถึงขึ้นกระทรวงการท่องเที่ยวของไทยต้องออกมาเตือนว่าใครก็ตามที่ละเมิดกฎหมายและถูกเพิกถอนวีซ่าและเนรเทศ
รายงานของ ynetnews สื่อมวลชนอิสราเอลภาคภาษาอังกฤษ ระบุว่าเป็นอีกครั้งที่นักท่องเที่ยวอิสราเอลพบว่าตนเองตกอยู่แก่นกลางประเด็นโต้เถียงสาธารณะในไทย และท่ามกลางรายงานข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ก่อปัญหาของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งในภูเก็ตและเกาะสมุย ทางกระทรวงการต่างประเทศของไทยได้ออกคำเตือนที่ไม่ปกติ แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าพวกเจ้าหน้าที่จะไม่ลังเลจัดการกับพวกที่ละเมิดกฎหมายหรือก่อความวุ่นวาย พร้อมอ้างสื่อมวลชนท้องถิ่นของไทย บอกว่าคำพูดของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย พาดพิงอย่างเฉพาะเจาะจงถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวอิสราเอล
ynetnews อ้างคำกล่าวของนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ระบุว่ารัฐบาลเตรียมดำเนินการร่วมกับพวกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ในการเพิกถอนวีซ่าพวกนักท่องเที่ยวที่ก่อปัญหา ไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก แค่ใครก็ตามที่เข้ามาในประเทศแห่งนี้ ต้องเคารพกฎหมายและวัฒนธรรมท้องถิ่น
สื่อมวลชนแห่งนี้อ้างหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น รายงานว่าในจุดมหายปลายทางท่องเที่ยวหลักๆ อย่างเช่นเกาะภุเก็ตและเกาะสมุย มีรายงานเกี่ยวกับกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมและก่อความวุ่ยวาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวอิสราเอล พร้อมระบุข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกด้านความปลอดภัย บรรยากาศการท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมด้านการบริการท้องถิ่น
ในรายงานของ ynetnews อ้างถ้อยแถลงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวของไทย เน้นย้ำว่าแม้เหตุการณ์ต่างๆเหล่านี้เป็นพฤติกรรมส่วนตัว แต่ทางกระทรวงฯจะไม่เพิกเฉยต่อกรณีเหล่านั้นหรือปล่อยให้มันลุกลามขยายวงกว้าง เขาบอกว่าเจ้าหน้าที่จะเตรียมการดำเนินการอย่างรวดเร็วและเพิกถอนวีซ่านักท่องเที่ยวที่ก่อปัญหา พร้อมระบุรัฐบาลจะไม่ปล่อยให้นักท่องเที่ยวไม่ว่าชาติไหน ใช้ไทยเป็น "สนามเด็กเล่น" หรือเปลี่ยนพื้นที่ต่างๆของประเทศ จัดฉากแสดงสัญลักษณะที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งต่างๆ
ynetnews อ้างว่าหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ก็รายงานคำสัมภาษณ์นี้เช่นกันในวันอังคาร(25ส.ค.) หยิบยกคำพูดดังกล่าวมาพาดพิงในบริบทที่เกี่ยวข้องกับกรณีข้อพิพาทและเหตุการณ์ต่างๆนา ที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ ที่เกี่ยวข้องกับชาวอิสราเอล อย่างไรก็ตามบากกอกโพสต์ระบุว่าข้อความดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกับชาวอิสราเอล โดยรายงานว่านโยบายของกระทรวงการท่องเที่ยวของไทยบังคับใช้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติทุกรายที่ละเมิดกฎหมาย หรือก่อการเผชิญหน้าหรือสร้างความวุ่นวายแก่สาธารณะ
รายงานของ ynetnews ระบุว่าถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์หนักหน่วงขึ้นในไทย เกี่ยวกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลบางส่วนในประเทศ โดยในวันจันทร์(24ม.ค.) กลุ่มภาคประชาสังคมกลุ่มหนึ่งที่มีชื่อว่า "ไทยไม่ทน" ได้ยื่นหนังสือถึงสถานทูตอิสราเอลในกรุงเทพฯ เรียกร้องหห้เพิ่มความตะหนักรู้ในหมู่นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยชาวอิสราเอล ถึงความจำเป็นต้องเคารพกฎหมาย จารีตประเพณี และวัฒนธรรมท้องถิ่น
สมาชิกของกลุ่มเผยว่าพวกเขาได้รับคำร้องเรียนจากชาวบ้านในกรณีต่างๆที่ว่ากันว่ามีชาวอิสราเอลเกี่ยวข้องกับการข่มขู่คุกคาม ตามราวี ก่อความวุ่นวายแก่ธุรกิจและสังคมท้องถิ่น ทั้งในจังหวัดภูเก็ต, เกาะสมุย, เกาะพะงัน และเมืองปาย ทางภาคเหนือของไทย
อย่างไรก็ตามทาง ynetnews บอกว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้มาจากทางกลุ่ม ไม่ใช่ข้อสรุปจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ ว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นตามที่กล่าวอ้าง โดยทางกลุ่มร้องขอให้ทางสถานทูตร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ไทย ทำการสืบสวนกรณีต่างๆที่สงสัยว่าชาวอิสราเอลละเมิดกฎหมายและเรียกร้องประชาชนคนไทยให้ประณามพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมนี้
ทาง ynetnews รายงานอ้างเจ้าหน้าที่อิสราเอลที่มีความใกล้ชิดกับประเด็นนี้ บอกว่าสถานการณ์ในไทยเลยเถิดเกินกว่าพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวแต่เพียงอย่างเดียว มันยังรวมถึงกรณีที่ชาวต่างชาติถูกกล่าวหาละเมิดกฎหมายนอมินีหรือตัวแทนอำพราง การใช้บริษัทบังหน้า (shell companies) จดทะเบียนในชื่อของคนไทย แต่ในความเป็นจริงกลับอยู่ภายใต้การควบคุมของชาวต่างชาติ สื่อแห่งนี้บอกว่ามีชาวอิสราเอลเกี่ยวข้องในหลายคดี แต่ไม่ใช่อิสราเอลเพียงชาติเดียว พลเมืองตะวันตกและประเทศอื่นๆอีกหลายชาติ ก็ถูกจับกุมในฐานต้องสงสัยเดียวกัน
รายงานของ ynetnews เน้นย้ำว่าบางครั้งสื่อไทยก็ให้ความสำคัญกับมุมมองของอิสราเอลเช่นกัน ส่วนสื่อภาคภาษาอังกฤษบางแห่งเผยแพร่ความคิดเห็นที่เป็นปฏิปักษ์ต่ออิสราเอล เรื่องนี้เห็นได้ชัดเจนจากหลายกรณี ในนั้นรวมถึงการนำเสนอข่าวเหตุเผชิญหน้ากันที่สวนสัตว์แห่งหนึ่งบนเกาะสมุย รายงานข่าวของสื่อมวลชนบางฉบับนำเสนอว่าเป็นความขัดแย้งระหว่างสองฝ่าย ขณะที่บางแห่งมีการกล่าวหาเจ้าของสถานที่ดังกล่าวมีพฤติกรรมรุนแรงและมีการข่มขู่คุกคามด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้มีรายงานด้วยว่าขณะเดียวกันนั้น มีรายงานว่าชาวอิสราเอลบางรายได้รับการปฏิบัติอย่างเจาะจงอย่างไม่เป็นมิตร เนื่องจากสัญชาติของพวกเขา โดยทาง ynetnews อ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่อิสราเอลที่ใกล้ชิดกับประเด็นนี้ บอกว่ามีหลายกรณีที่เจ้าของธุรกิจและผู้ให้บริการปฏิเสธที่จะให้บริการแก่ชาวอิสราเอล มีการขอให้คนอิสราเอลออกจากร้านหรือแท็กซี่ปฏิเสธให้บริการ แม้มันไม่ได้สะท้อนทัศนคติของคนไทยทั้งหมดที่มีต่อชาวอิสราเอล แต่มันซ้ำเติมความตึงเครียดในประเด็นนี้ ในจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวบางแห่ง
ท่ามกลางความเคลื่อนไหวของไทยที่ใช้มาตรการเข้มงวดขึ้นกับพวกนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ก่อปัญหา ทาง ynetnews รายงานปิดท้ายว่าทางสถานทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ออกประกาศถึงชาวอิสราเอลที่เดินทางเยือนภูเก็ตและพื้นที่่อื่นๆของประเทศ เรียกร้องให้ชาวอิสราเอลปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับท้องถิ่น และเตือนว่าการกระทำผิดร้ายแรงอาจทำให้พวกเขาต้องเสียสิทธิ์ของการยังคงได้อยู่ในประเทศไทย
(ที่มา:ynetnews)


