เกิดกรณีอื้อฉาวครั้งใหญ่ในวงการตำรวจเกาหลีใต้ เมื่อมีการพบพบร่างของหญิงวัย 37 ปีคนหนึ่งที่สูญหายไปนานกว่า 104 วันบนเกาะเชจู โดยเรื่องนี้ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง หลังจากพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับผิดชอบคดีได้แอบสั่งปิดคดีอย่างเป็นเท็จ โดยอ้างว่าติดต่อเธอได้แล้ว ทั้งที่ไม่ได้ทำการตรวจสอบจริง
คดีสะเทือนขวัญนี้กำลังนำไปสู่การเรียกร้องให้ปฏิรูประบบการตามหาคนหายทั่วประเทศ
เมื่อวันที่ 24 ส.ค. เจ้าหน้าที่พบร่างที่คาดว่าเป็นของ จาง มี รัน (Jang Mi Ran) ในสวนปาล์มแห่งหนึ่งบนเกาะเชจู โดยจุดที่พบศพอยู่ห่างจากที่พักของเธอไม่ถึง 500 เมตร (เดินประมาณ 10 นาที) และห่างจากพิกัดสัญญาณสุดท้ายเพียง 1 กิโลเมตร
สภาพศพที่พบเน่าเปื่อยอย่างรุนแรงจนเหลือแต่โครงกระดูก เจ้าหน้าที่ระบุตัวตนเบื้องต้นจากสิ่งของเครื่องใช้ โทรศัพท์มือถือ เสื้อผ้า และกำไลข้อมือทองคำที่สวมใส่
สำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุว่า ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นคือการเสียชีวิตจากการผูกคอ และไม่พบร่องรอยการฆาตกรรมหรือการประทุษร้ายทางอาญา อย่างไรก็ตามต้องรอผลชันสูตรพลิกศพและตรวจ DNA อย่างละเอียดจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ (NFS) อีกครั้ง
- ประเด็นอื้อฉาวและการทุจริตของตำรวจ
คดีนี้สร้างความโกรธแค้นให้กับสาธารณชนเกาหลีใต้เป็นอย่างมาก เนื่องจากความล่าช้าและการละเลยหน้าที่ของตำรวจ
สื่อเกาหลีใต้รายงานว่า จาง มี รัน หายออกไปจากบ้านที่ย่านฮัลลิมอึป (Hallim-eup) ในเมืองเชจู ตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค. และแฟนหนุ่มของเธอตัดสินใจไปแจ้งความคนหาย เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ของ วันที่ 15 พ.ค. ปี 2026 แต่นายตำรวจยศจ่าสิบตำรวจ (นามสกุล บู) จากสถานีตำรวจเชจูฝั่งตะวันตก กลับสั่งปิดคดี และลบชื่อเธอออกจากระบบติดตามคนหายในเวลาประมาณ 21.00 น. หรือหลังจากได้รับแจ้งเหตุเพียง 2 ชั่วโมงครึ่ง
ตำรวจคนดังกล่าวแจ้งกับครอบครัวของ จาง มี-รัน และบันทึกในระบบของทางการว่า "ได้โทรศัพท์คุยกับ จาง มี รัน แล้ว เธอสบายดีและขอไม่ให้เปิดเผยที่อยู่ของเธอกับคนในครอบครัว" แต่เมื่อเช็คประวัติการโทรย้อนหลังกลับไม่พบประวัติการติดต่อใดๆ ทั้งสิ้น
จากการตรวจสอบยังพบว่า ตำรวจนายนี้แอบปิดคดีคนหายลักษณะเดียวกันอีกกว่า 200 คดี หนึ่งในนั้นคือเคสของชายวัย 60 ปี ที่ถูกแจ้งความว่าสูญหาย แต่ถูกสั่งปิดคดีอย่างเป็นเท็จ กระทั่งมีผู้ไปพบศพเมื่อวันที่ 22 ส.ค. ที่ผ่านมา
นายตำรวจ บู ถูกตั้งข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ (Dereliction of duty) รวมถึงปลอมแปลงและใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ของทางราชการเป็นเท็จ แม้ศาลจะสั่งปล่อยตัวชั่วคราวเนื่องจากข้อผิดพลาดในขั้นตอนการจับกุมฉุกเฉิน แต่พนักงานอัยการกำลังดำเนินการขอหมายขังเพื่อควบคุมตัวมาดำเนินคดีต่อ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้ได้สั่งปูพรมตรวจสอบกระบวนการปิดคดีคนหายย้อนหลังทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ในลักษณะนี้อีก
ด้านประธานาธิบดี อี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้ได้สั่งการให้มีการสอบสวนอย่างละเอียดเกี่ยวกับการจัดการคดีของตำรวจ และทบทวนวิธีการปิดคดีคนหาย ตลอดจนวิธีการกำกับดูแลเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยรวม
“ประธานาธิบดีได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสอบสวนของตำรวจทั้งหมดอย่างละเอียดถี่ถ้วน พร้อมทั้งทบทวนระบบโดยรวมในการปิดคดี รวมถึงการบังคับบัญชาและการกำกับดูแล” โฆษกประธานาธิบดี คัง ยู-จอง กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ (24 ส.ค.)
"ประธานาธิบดีได้สั่งการให้ตำรวจจัดทำแผนปฏิรูปของตนเอง ซึ่งรวมถึงปรับปรุงโครงสร้างองค์กรหรือมาตรการปฏิรูปขั้นพื้นฐานอื่นๆ ด้วย"
ที่มา: เอเจนซีส์


