อิหร่านส่งเสียงเตือนไปยังบรรดาชาติเพื่อนบ้านในวันเสาร์(22ส.ค.) จะไม่มีน้ำมันออกจากอ่าวเปอร์เซียแม้แต่หยดเดียว ขู่โจมตีผลประโยชน์ของพวกเขาและเส้นทางการส่งออกอื่น ถ้าบรรดารัฐเพื่อนบ้านทั้งหลายให้ความร่วมมือกับวอชิงตัน ที่ยกระดับกดดัน ประกาศยุทธการบดขยี้เศรษฐกิจเตหะราน
รายงานของสถานีโทรทัศน์แห่งรัฐไออาร์ไอบี อ้างคำกล่าวของ โมห์เซน เรซาอี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน ระบุว่า ""เราบอกกับบรรดาชาติเพื่อนบ้านทั้งหมดไปแล้ว ว่าอย่าได้เข้าร่วมในสงครามเศรษฐกิจกับสหรัฐฯ ไม่เช่นนั้นแล้ว เราจะมองพวกเขาว่าเป็นศัตรู" เขากล่าว "เราไม่ได้กำลังหาทางขยายวงสงคราม แต่ถ้าประเทศต่างๆที่ล้อมรอบอิหร่านเข้าร่วมกัอเมริกาในการทำสงครามทางเศรษฐกิจ เราจะโจมตีผลประโยชน์ของพวกเขา"
เรซาอี เตือนด้วยว่าถ้าบรรดาชาติเพื่อนบ้านร่วมมือกับยุทธการของสหรัฐฯ "จะไม่มีน้ำมันออกจากอ่าวเปอร์เซียหรือช่องแคบฮอร์มุซ แม้แต่หยดเดียว" นอกจากนี้แล้วเขายังบอกอีกว่า อิหร่าน จะเล็งเป้าเล่นทางขนส่งอื่นๆที่ใช้ส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย "ถ้าทรัมป์อยากลงมือ เราจะตอบโต้กลับด้วยความรุนแรงดั่งแผ่นดินไหว"
นอกจากนี้แลว เรซาอี ยังประกาศกร้าวด้วยว่าช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงถูกปิดต่อไป แม้ สหรัฐฯ กล่าวอ้างในทางตรงกันข้าม และบอกว่าจะไม่เปิดน่านน้ำอันสำคัญยิ่งแห่งนี้ จนกว่าวอชิงตันจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรม "นี่คือเวลาที่สหรัฐฯต้องทำตามคำมั่นสัญญาก่อนเป็นลำดับแรก"
เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด ระบุว่า อิหร่าน มีแนวชายฝั่งครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 50% ของชายฝั่งอ่าวเปอร์เซีย เพราะฉะนั้นเพวกเขาจึงควรมีสิทธิ์บริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมยืนยันว่าอิหร่านเสาะแสวงหาหนทางยุติสงครามในตะวันออกกลาง และยืนยันต่อต้านพวกกระหายสงครามทั่วโลก
ก่อนหน้านี้เมื่อวันพฤหัสบดี(20ส.ค.) ทรัมป์ แถลงในสิ่งที่เขาเรียกว่า "ปฏิบัติการทางเศรษฐกิจที่จะสร้างความเสียหายอย่างหนักที่สุดต่ออิหร่าน" ให้คำจำกัดความว่าเป็น "วันดีเดย์ทางเศรษฐกิจ" และเรียกร้องบรรดาพันธมิตรของอเมริกา "ให้ยืนหยัดเคียงข้างสหรัฐฯ ในการโดดเดี่ยวและกำราบภัยคุกคามจากอิหร่าน"
คำแถลงนี้มีขึ้นหลังจากกรอบเวลา 60 วันของการเจรจาข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านหมดอายุลงเมื่อวันจันทร์(17ส.ค.) โดยปราศจากความคืบหน้าใดๆ กระตุ้นให้ ทรัมป์ ออกมาประกาศว่าการเจรจายุติลงแล้ว
ในวันพุธ(19ส.ค.) สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับอิหร่าน หลังขีปนาวุธ 2 ลูกถูกยิงเข้าใส่ดินแดนของพวกเขา แตะหะรานปฏิเสธว่าไม่ได้อยู่เบื้องหลัง และให้คำจำกัดความเหตุการณ์นี้ว่าเป็นปฏิบัติการจัดฉากของอิสราเอล
ที่ผ่านมาอิหร่านแทบปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติอันสำคัญ คิดเป็นสัดส่วน 20% ของอุปทานโลก โดยสิ้นเชิง ไม่นานหลังจากสหรัฐฯและอิสราเอลเปิดยุทธการโจมตีทางอากาศเล่นงานสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จากนั้นกองทัพเรือสหรัฐฯตอบโต้ด้วยการใช้มาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านในเดือนเมษายน และนับตั้งแต่นั้นก็ได้นำทางเรือต่างๆล่องไปตามเส้นทางที่เตหะรานมองว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย
จากข้อมูลของศูนย์ปฏิบัติการและประสานงานความปลอดภัยทางทะเลของสหราชอาณาจักร พบว่ามีเรือเกือบ 200 ลำที่ล่องผ่านช่องแคบแห่งนี้ในสัปดาห์ที่แล้ว เพิ่มขึ้นจากระดับ 150 ลำของสัปดาห์ก่อนหน้านั้น และเพิ่มขึ้นจากระดับ 40 ลำของ 2 สัปดาห์ก่อนหน้า ทำให้การสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ฟื้นคืนมาอยู่ที่ระดับราวๆ 20% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนสงคราม
(ที่มา:มิดเดิลอีสต์มอนิเตอร์/อาร์ทีนิวส์)


