เมื่อวันอาทิตย์ (23 ส.ค.) ออสเตรเลียยืนยันการพบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมติดเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 เป็นครั้งแรก โดยพบไวรัสมรณะชนิดนี้ในแมวน้ำขนจมูกยาว (Long-nosed fur seal) ในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย
ออสเตรเลียกำลังรับมือกับจำนวนการติดเชื้อไข้หวัดนกชนิดก่อโรคระบาดรุนแรงที่เพิ่มสูงขึ้น หลังจากไวรัสดังกล่าวแพร่เข้าสู่ประเทศเมื่อเดือนมิถุนายน เหตุการณ์นกทะเลตายหมู่จากไวรัสชนิดนี้เป็นครั้งแรกของประเทศเพิ่งเกิดขึ้นในเดือนนี้ ซึ่งถือเป็นการยกระดับความรุนแรงของการระบาดที่เริ่มต้นขึ้นหลังจากพบไวรัสครั้งแรกในนกทะเลอพยพ ก่อนที่จะแพร่กระจายไปยังสายพันธุ์พื้นเมือง
ทางการรัฐเซาท์ออสเตรเลียยืนยันการตรวจพบเชื้อในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเป็นครั้งแรกของประเทศในแมวน้ำตัวดังกล่าว ซึ่งถูกพบที่เมืองชายฝั่งบีชพอร์ต (Beachport) ห่างจากเมืองแอดิเลดซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐ ไปทางใต้ประมาณ 310 กิโลเมตร
เจ้าหน้าที่ระบุว่า แมวน้ำตัวนี้เป็นหนึ่งในประชากรแมวน้ำที่คาดว่ามีอยู่ราว 100,000 ตัวในน่านน้ำของรัฐ ถูกพบในสภาพที่ตายโดยไม่มีร่องรอยการบาดเจ็บใดๆ
จูลี คอลลินส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรของรัฐบาลกลาง กล่าวผ่านทางโทรทัศน์ว่า การตายของแมวน้ำตัวนี้ ดูเหมือนจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเลที่ป่วยหรือตายตัวอื่นๆ เมื่อไข้หวัดนก H5 แพร่กระจายในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะหลีกเลี่ยงความสูญเสียครั้งใหญ่
ออสเตรเลียถือเป็นทวีปสุดท้ายที่มีรายงานการพบเชื้อไข้หวัดนก แม้ว่าจะมีการตรวจพบไวรัสนี้เมื่อปลายปี 2025 บนเกาะเฮิร์ด (Heard Island) ซึ่งเป็นดินแดนกึ่งแอนตาร์กติกก็ตาม สื่อท้องถิ่นรายงานว่ามีลูกแมวน้ำบนเกาะแห่งนี้มากกว่า 13,000 ตัวถูกฆ่าตายโดยไวรัสไข้หวัดนก
สกาย ฟรูอัน หัวหน้าเจ้าหน้าที่สัตวแพทย์ของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย กล่าวว่า แมวน้ำมีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อไวรัส เนื่องจากพวกมันอาศัยอยู่ใกล้ชิดกับนกป่าบริเวณโขดหินริมชายฝั่ง
"ไม่ต้องสงสัยเลยว่า พวกมันต้องเผชิญกับไวรัสในระดับที่สูงมากในสภาพแวดล้อมของพวกมัน" ฟรูอันกล่าวผ่านทางโทรทัศน์
รัฐบาลกลางระบุว่า ยังไม่พบการแพร่ระบาดของเชื้อ H5N1 ในสัตว์ปีกหรือภาคการเกษตรของออสเตรเลีย โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทางการเปิดเผยว่ามีการยืนยันพบการติดเชื้อในสัตว์แล้ว 297 เคสทั่วประเทศ
ที่มา รอยเตอร์


