xs
xsm
sm
md
lg

"รมว.ต่างประเทศเกาหลีใต้" จวก “ทรัมป์” สั่งลดระดับร่วมซ้อมรบประจำปีกระทันหันหวังบีบ “โซล” ประเด็น “อิหร่าน-การลงทุน”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รอยเตอร์/เอเจนซีส์ – รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้ โช ฮยอน (Cho Hyun) แสดงความเห็นวันพุธ(18 ส.ค)ต่อคำสั่งลดระดับการซ้อมรบประจำปีสหรัฐฯ-เกาหลีใต้ Ulchi Freedom Shield ของทรัมป์เล็งบีบคั้นเกาหลีใต้เพื่อสนับสนุนอเมริการบอิหร่านรวมประเด็นการลงทุน CNN ชื่อดังของสหรัฐฯชี้ อเมริกาไม่ควรทิ้งพันธมิตรตามสัญญาถึงแม้หวังว่า โซลในท้ายที่สุดจะสามารถปกป้องตัวเองได้ก็ตาม

รอยเตอร์รายงานวันพุธ(18 ส.ค)ว่า รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้ โช ฮยอน (Cho Hyun) กล่าวผ่านแถลงการณ์มีใจความว่า

“ผมคิดว่าสารของประธานาธิบดีทรัมป์ (ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์) นั้นรวมการกดดันต่อไม่กี่ประเด็นที่ยังคงค้างร่วมกับรัฐบาลเกาหลีใต้รวมถึงสารไปยังเกาหลีเหนือและความตั้งใจของสหรัฐฯที่จะผ่าทางตันในสงครามอิหร่าน”

หนึ่งในสาเหตุความขัดแย้งอาจมาจากการเสนอการลงทุนมูลค่า 350 พันล้านดอลลาร์ในสหรัฐฯภายใต้ข้อตกทางการค้าที่ลงนามไว้ในปีที่ผ่านมา รัฐมนตรีโชเผย

อย่างไรก็ตามโซลยังไม่ได้ประกาศรายละเอียดของแผนการลงทุนถึงแม้ว่ารัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้กล่าวว่า สหรัฐฯได้ส่งโปรเจกต์ข้อเสนอมาแล้วก็ตาม

“พวกเราไม่สามารถทำให้เร็วมากขึ้นต่อแผนการลงทุนในระหว่างที่ทางเราต้องพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆเป็นต้นว่า ความอยู่รอดทางการค้าและกระบวนการทางกฎหมาย”

พร้อมกันนี้ยังอ้างเหตุผลที่ไม่อาจคาดการณ์อื่นๆโดยปราศจากการอธิบายเพิ่มเติม

รอยเตอร์รายงานว่า เกาหลีใต้และสหรัฐฯประกาศในวันพุธ(18)ว่า จะลดการซ้อมรบทางการทหารประจำปีร่วมกันเหลือแค่ 5 วันจากทั้งหมดแต่เดิม 11 วันรวมไปถึงลดการฝึกภาคสนามลงบางส่วนตามหลังคำสั่งประธานาธิบดีสหรัฐฯต่อการลดระดับการร่วมของสหรัฐฯ

ด้านรัฐมนตรีรวมชาติเกาหลีใต้ ช็อง ดง-ย็อง (Chung Dong-young) ที่เข้าร่วมเช่นกันออกมาแสดงความเห็นว่า ดูเหมือนผู้นำสหรัฐฯกำลังพยายามที่จะหาทางเปิดซัมมิตครั้งใหม่กับเกาหลีเหนือด้วยการลดระดับการซ้อมรบลงที่ฝ่ายเกาหลีเหนือนั้นมองว่าเป็นการยั่วยุ

CNN ของสหรัฐฯรายงานวันพฤหัสบดี(19)แสดงความไม่เห็นด้วยต่อท่าทีรัฐบาลสหรัฐฯในการส่งสัญญาณผลักไสโซลที่เป็นเพื่อนที่ดีของอเมริกาตลอดมา แต่หันไปใส่ใจต่อศัตรูของตัวเอง “เกาหลีเหนือ” ที่กำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

ตลอดระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา "เกาหลีใต้" ผงาดขึ้นมาทางทหารระดับโลกแต่ยังไม่สามารถเทียบชั้นเท่ากับ "สหรัฐฯ" หรือ "จีน" แต่มีความสามารถบางอย่างที่จะปกป้องตัวเองจากเกาหลีเหนือ

ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ อี แจ-มย็อง ในคำแถลงวันอังคาร(18) อ้างถึงความสามารถนั้น ระบุว่าต้องการใช้การซ้อมรบประจำปีนี้เพื่อหาโอกาสใหม่ที่เขาได้เคยหาเสียงให้คำมั่นสัญญาไว้ในปี 2025 เพื่อนำปฎิบัติการควบคุมยามสงครามกลับคืนสู่โซลภายในปี 2030

สื่อสหรัฐฯชี้ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการให้เกาหลีใต้สามารถปกป้องตัวเอง แต่ทว่าการเปิดฉากของเขาต่อผู้นำเกาหลีเหนืออาจทำให้ความพยายามนั้นล่าช้าออกไป

ถือเป็นเป้าหมายหลักสำหรับทั้ง 2 ประเทศที่หลังจากที่โซลแสดงให้เห็นว่าสามารถแบกรับภาระไว้ได้ อเมริกาจะสามารถถอยฉากกลับไปนั่งแถวหลังในสงครามความขัดแย้งใดๆในอนาคต ที่อาจป้อนศักยภาพทางการทหารให้แต่ทว่าฝ่ายเกาหลีใต้ต้องเป็นผู้ทำหน้าที่ส่วนใหญ่รวมไปถึงค่าใช้จ่ายการป้องกันประเทศ

การที่กองกำลังสหรัฐฯต้องผูกติดกับความรับผิดชอบต่อคาบสมุทรเกาหลีในเวลาที่กองกำลังสหรัฐฯอาจเป็นที่ต้องการอย่างมากในบางพื้นที่เช่น อิหร่าน หรือ ความขัดแย้งในอนาคตทั้งในเอเชีย และทั่วโลก และหมายความว่างบประมาณด้านกลาโหมในอนาคตจะไม่สามารถคำนึงถึงการประหยัดค่าใช้จ่ายในเกาหลีได้ เมื่อความต้องการอาวุธใหม่มีแต่จะเพิ่ม”

CNN วิจารณ์ว่า การที่ทรัมป์แสดงความชื่นชมต่อ คิม จองอึน แสดงให้เห็นว่าผู้นำสหรัฐฯนำประเทศคู่อริของตัวเองที่มีอาวุธนิวเคลียร์ในมือเหนือกว่าพันธมิตรตามสนธิสัญญาที่ทำตามในสิ่งที่ผู้นำอเมริกันร้องขอ

ทั้งนี้นักวิเคราะห์ทั้งหลายกล่าวว่า สำหรับทรัมป์แล้วนั้นอ่อนแอในเวทีโลกจากสงครามกับอิหร่านที่กำลังยืดเยื้อ