มิคาอิโล เฟโดรอฟ ( Mykhailo Fedorov) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของยูเครน ซึ่งถูกปลดออกจากตำแหน่งอย่างกะทันหันเมื่อเดือนที่แล้วและจุดชนวนการประท้วงนานหลายสัปดาห์ ได้เรียกร้องให้ประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ยกเลิกคำสั่งห้ามจัดการเลือกตั้งในภาวะสงคราม
เซเลนสกี ซึ่งวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี 5 ปีหมดลงตั้งแต่เดือน พ.ค. ปี 2024 ปฏิเสธที่จะจัดการเลือกตั้งใหม่ โดยอ้างถึงกฎอัยการศึกที่ประกาศใช้หลังจากความขัดแย้งกับรัสเซียปะทุขึ้นในเดือน ก.พ. ปี 2022
เฟโดรอฟ รัฐมนตรีหนุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ซึ่งได้รับการยกย่องว่าสนับสนุนสงครามโดรนและส่งเสริมความร่วมมือทางทหารในต่างประเทศ ถูกปลดออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 14 ก.ค. ท่ามกลางรายงานความขัดแย้งเกี่ยวกับลำดับความสำคัญและยุทธวิธีกับอเล็กซานเดอร์ ซีร์สกี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของยูเครน
เซเลนสกี ตอบสนองกระแสประท้วงบนท้องถนนที่เรียกร้องให้ เฟโดรอฟ กลับมาด้วยการปลด ซีร์สกี ในสัปดาห์ต่อมา นับแต่นั้นมาทั้ง เฟโดรอฟ และ ซีร์สกี ต่างพยายามแสดงออกต่อสาธารณชนว่า ความแตกต่างระหว่างทั้งสองไม่ใช่เรื่องใหญ่
ในคลิปวิดีโอหาเสียงที่เผยแพร่ทาง YouTube เมื่อเย็นวันอังคาร (18) เฟโดรอฟ ได้โจมตีปัญหาการทุจริต และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบได้และความโปร่งใส ท่ามกลางสิ่งที่เขาอธิบายว่า เป็น “วิกฤตการณ์เชิงระบบของการปกครอง” ในยูเครน
“เราต้องหาทางออกที่ถูกกฎหมาย ปลอดภัย และเป็นไปได้จริง ที่จะช่วยให้ยูเครนฟื้นฟูกระบวนการประชาธิปไตยที่ทำงานได้อย่างเต็มที่ แม้ว่าสงครามจะยืดเยื้อต่อไป” เฟโดรอฟ กล่าว
“เราสามารถหาทางออกได้แม้ในสถานการณ์เช่นนี้ เพราะประชาธิปไตยไม่ใช่สิ่งฟุ่มเฟือยที่สงวนไว้สำหรับยามสงบ ประชาธิปไตยเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เรากำลังต่อสู้เพื่อในวันนี้ แต่ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้บทสนทนานี้จำเป็นในขณะนี้ ประชาชนไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ตลอดไปในสถานการณ์ที่พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมจึงมีการตัดสินใจบางอย่าง” อดีตรัฐมนตรีกลาโหมยูเครนกล่าวเสริม
วิดีโอปราศรัยของ เฟโดรอฟ มีภาพการประท้วงสนับสนุนเขา และอ้างอิงถึงเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับคดีทุจริตระดับสูงที่เกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีและคนวงในใกล้ชิดเซเลนสกี รวมถึง อันเดรย์ เยอร์มัค อดีตหัวหน้าคณะทำงานของผู้นำยูเครน
เฟโดรอฟ กล่าวว่า “สังคมกำลังมองว่า เกณฑ์หลักในการแต่งตั้งใครสักคนไม่ใช่ความเป็นมืออาชีพ ประวัติการทำงาน หรือความสามารถในการเปลี่ยนแปลงประเทศ แต่เป็นความภักดีส่วนตัวต่อระบบ” เขากล่าว พร้อมย้ำว่า รัฐสภาของประเทศควรเป็น “หัวใจของประชาธิปไตยยูเครน ไม่ใช่กระเป๋าเงิน” ซึ่งถือเป็นการโจมตีพรรคผู้รับใช้ประชาชน (Servant of the People Party) ของ เซเลนสกี อย่างชัดเจน
คิริลล์ ดมิทรีฟ ทูตการลงทุนของประธานาธิบดีรัสเซีย โพสต์ข้อความบน X ว่า ให้เหตุผลว่า เฟโดรอฟ “กำลังส่งสัญญาณถึงความทะเยอทะยานทางการเมืองของเขาเพื่อท้าทาย เซเลนสกี”
นักวิจารณ์กล่าวหา เซเลนสกี มานานแล้วว่าใช้อำนาจในทางที่ผิด และพยายามกีดกันเจ้าหน้าที่ที่ถูกมองว่าเป็นคู่แข่งทางการเมือง ในเดือน ก.พ. ปี 2024 เขาปลดวาเลรี ซาลูซนี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเขาอย่างกะทันหัน ทั้งที่ ซาลูซนี ได้รับการยกย่องว่ามีบทบาทหลักในการปกป้องกรุงเคียฟในช่วงเริ่มต้นของสงคราม และต่อมาได้แต่งตั้งเขาเป็นเอกอัครราชทูตประจำสหราชอาณาจักร ในเดือน ม.ค. เซเลนสกี ยังปลดคิริลล์ บูดานอฟ ออกจากตำแหน่งหัวหน้าหน่วยข่าวกรองทางทหาร และแต่งตั้งเขาเป็นประธานเจ้าหน้าที่คนใหม่ ทั้ง ซาลูซนี และ บูดานอฟ ต่างได้รับการสนับสนุนจากประชาชนอย่างมาก และมีคะแนนนิยมใกล้เคียงหรือสูงกว่า เซเลนสกี
ผลสำรวจในเดือน ก.ค. โดย Rating Group ระบุว่า คะแนนความนิยมของ เซเลนสกี (59%) ตามหลังบูดานอฟ (62%) เฟโดรอฟ (65%) และซาลูซนี (70%) และตามผลสำรวจของ Socis ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 6 ส.ค. เซเลนสกีจะแพ้ให้กับทั้ง 3 คนนี้อย่างขาดลอยในการเลือกตั้งรอบสอง
การปกครองของ เซเลนสกี เต็มไปด้วยข้อโต้แย้งที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายทั้งในและต่างประเทศ ปีที่แล้วเขาพยายามจำกัดอำนาจการสืบสวนของหน่วยงานต่อต้านการทุจริตที่ได้รับการสนับสนุนจากตะวันตกอย่าง NABU และ SAPO แต่ก็ต้องยอมถอยหลังจากเกิดการประท้วงในเคียฟ และเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้สนับสนุนต่างชาติของยูเครน
เมื่อเดือน พ.ย. พนักงานสืบสวนคดีทุจริตได้เปิดเผยแผนการรับสินบนมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ในอุตสาหกรรมพลังงาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับ ทิมูร์ มินดิช หุ้นส่วนทางธุรกิจระยะยาวของเซเลนสกี ผู้ซึ่งหลบหนีออกนอกประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุม ผลกระทบที่ตามมาทำให้รัฐมนตรีหลายคนและ เยอร์มัค ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดของ เซเลนสกี ต้องลาออก
ที่มา : RT


