ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯในวันจันทร์(17ส.ค.) เชื่อว่าอิหร่านจะไม่ทำข้อตกลงที่เขาคิดว่ามีความจำเป็นสำหรับยุติสงครามกับอเมริกา และเรียกร้องให้ยอมจำนน ขณะเดียวกันก็ส่งเสียงขู่ไปยังโอมาน อาจเจอปฏิบัติการทิ้งบอมบ์โจมตี ถ้าจับมือกับเตหะรานควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเท่ากับเป็นการขวางทางข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน ตามเงื่อนไขของวอชิงตัน
"พวกเขาจะไม่ทำข้อตกลงในลักษณะที่ผมรู้สึกว่ามีความจำเป็น ฟังนะ เราไปที่นั่นด้วยเหตุผลเดียว อิหร่านไม่อาจมีอาวุธนิวเคลียร์" เขาบอกกับพวกผู้สื่อข่าวที่ห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาว เมื่อถามว่าสหรัฐฯกำลังหาทางขยายกรอบเวลาข้อตกลงชั่วคราวกับอิหร่านหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า "ไม่"
ข้อตกลงชั่วคราวที่เห็นพ้องกันเมื่อเดือนมิถุนายน เป็นการ "หยุดปฏิบัติการทางทหารในทุกแนวรบโดยทันทีและถาวร" แต่มันพังทลายลงอย่างรวดเร็ว โดย ทรัมป์ บอกในวันที่ 7 กรกฏาคม ว่า "มันจบลงแล้ว" ส่วนกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านประกาศระงับข้อตกลงนี้ ในอีก 1 สัปดาห์ให้หลัง
ภายใต้บันทึกความเข้าใจ ทางอิหร่านและสหรัฐฯสัญญาว่าจะเจรจากันเพื่อบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้าย ครอบคลุมประเด็นต่างๆอย่างกว้างขวาง อย่างเช่นชะตากรรมของโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน ในกรอบเวลาสูงสุด 60 วันและสามารถขยายออกไปได้ภายใต้การเห็นพ้องร่วมกัน ทั้งนี้ในวันจันทร์(17ส.ค.) ครบ 60 วันพอดี นับตั้งแต่มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ
ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าวรายหนึ่งของฟ็อกซ์นิวส์ บอกว่า "อิหร่านควรยกธงขาวแห่งการยอมจำนน"
อีกด้านหนึ่ง โอมานและอิหร่านกำลังเจรจากันในความพยายามบรรลุข้อตกลงหนึ่งๆในการคืนชีพการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวอันสำคัญ คิดเป็นสัดส่วน 20% ของอุปทานโลก ก่อนหน้าที่สหรัฐฯและอิสราเอลจะเริ่มเปิดฉากโจมตีอิหร่านในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์
"ถ้าโอมานเข้ามาขวางทาง เราจะทิ้งระเบิดถล่มพวกเขาให้เละ" ทรัมป์กล่าวกับฟ็อกซ์นิวส์ และเมื่อถูกถามในห้องทำงานรูปไข่ในเวลาต่อมา ว่าเขาหมดความอดทนกับโอมานแล้วหรือไม่ ทรัมป์บอกกับพวกผู้สื่อข่าวว่า "ไม่ ผมว่าพวกเขาประพฤติตัวไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่เราสามารถจัดการกับพวกเขาได้อย่างสบายๆ แบบเดียวกับที่เราทำในเรื่องอื่นๆ"
เจ้าหน้าที่ของอิหร่านและโอมานได้หารือกันเกี่ยวกับเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซมานานหลายสัปดาห์ และกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านก็ระบุเมื่อช่วงเช้าวันจันทร์(17ส.ค.) ว่าทั้งสองฝ่ายกำลังจัดทำปฏิญญาร่วมกัน
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยืนยันหลายต่อหลายครั้งว่า ช่องแคบฮอร์มุซอยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐฯ แม้ว่าในทางปฏิบัติ การจราจรทางเรือจะยังคงถูกขัดขวางและชะลอตัวอย่างมากก็ตาม
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (14 ส.ค.) ทรัมป์ถึงขั้นอ้างว่าเขาจะประกาศให้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนสหรัฐฯ ในขณะที่อิหร่านตอบโต้ว่า เส้นทางขนส่งพลังงานสายสำคัญแห่งนี้ “จะยังคงเป็นของอิหร่านต่อไป”
ประเด็นโต้แย้งเกี่ยวกับการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ผลักให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นและก่อแรงกดดันให้ ทรัมป์ ยุติสงครามอันไม่เป็นที่นิยมในสหรัฐฯ ก่อนถึงศึกเลือกตั้งกลางเทอมที่จะมาถึงในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งจะเป็นตัวตัดสินว่าพรรคไหนจะได้ควบคุมสภาคองเกรส
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ กล่าวกับฟ็อกซ์นิวส์ว่า ศึกเลือกตั้งกลางเทอมจะไม่ส่งผลต่อยุทธศาสตร์ของเขาในการจัดการกับอิหร่าน "เลือกตั้งกลางเทอมไม่เกี่ยวอะไรกับที่ผมคิดอยู่" เขาระบุ
ก่อนหน้านี้ในวันจันทร์(17ส.ค.) ทรัมป์ โพสต์ข้อความบนทรูธโซเชียล ระบุว่า "เป้าหมายสำคัญลำดับ 1 และจะเป็นเป้าหมายสำคัญที่สุดตลอดไป ก็คือ อิหร่านไม่อาจมีอาวุธนิวเคลียร์ ไม่ว่าในรูปแบบหรือลักษณะใดก็ตาม" เน้นย้ำหนึ่งในเหตุผลที่เขาเคยกล่าวอ้าง เพื่อขอแรงสนับสนุนในการทำสงคราม
(ที่มา:รอยเตอร์ส)


