สื่ออินโดนีเซีย เปิดผลเหตุผลที่ ปูร์บายา ยูดี เซเดวา รัฐมนตรีคลังของอินโดนีเซีย เรียกร้องโตโยต้าให้ย้ายฐานการผลิตจากไทยไปยังอินโดนีเซีย ถึงขั้นเน้นย้ำรัฐบาลจะมอบมาตรการจูงใจต่างๆตามที่ยักษ์ใหญ่ด้านยานยนต์ของญี่ปุ่นแห่งนี้ต้องการ เนื่องจากเล็งเห็นความสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่คิดเป็นสัดส่วนถึง 1 ใน 5 ของเศรษฐกิจอินโดนีเซีย และยังมีการจ้างงานแรงงานกว่า 1.5 ล้านคน
เทปโปอิงลิช เริ่มต้นรายงานข่าวนี้ โดยอ้างอิงคำกล่าวของ ปูร์บายา ยูดี เซเดวา ที่พูดในเมืองตังเกรังใต้ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม "ในครั้งนี้ เราจะเพิ่มสัดส่วนความเป็นหุ้นส่วนและมอบสิ่งจูงใจที่เพียงพอ เพื่อให้คุณย้ายฐานการผลิตจากประเทศไทยไปยังประเทศอินโดนีเซีย"
รายงานข่าวระบุวาคำกล่าวนี้เป็นถ้อยแถลงที่มีต่อหน้าบรรดากลุ่มผู้บริหารระดับสูงของโตโยต้า กลางงาน Gaikindo Indonesia International Auto Show 2026 ในขณะที่บรรดาผู้แทนของฝ่ายบริหารจากเหล่าบริษัทยานยนต์อื่นๆและเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการคลัง ก็ปรากฏตัวเข้ารับฟังถ้อยแถลงดังกล่าวด้วย
ในถ้อยแถลงดังกล่าว ปูร์บายา ยูดี เซเดวา มองว่าที่ โตโยต้า มองข้ามอินโดนีเซียในฐานะศูนย์กลางการผลิตของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สืบเนื่องจากขาดสิ่งจูงใจที่เสนอให้กับนักลงทุนต่างชาติ นอกเหนือจากบรรยากาศการลงทุนที่ไม่เอื้ออำนวย
เทปโปอิงชิช ระบุว่าข้อเสนอดังกล่าวมีขึ้น เนื่องจากอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์คิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 5 ของเศรษฐกิจของประเทศ และอุตสาหกรรมนี้ยังจ้างงานแรงงานอีกมากกว่า 1.5 ล้านอัตรา โดยที่กำลังการผลิตที่ได้รับการติดตั้ง สามารถผลิตยานยนต์ได้ปีละ 2.5 ล้านคัน
รายงานของเทมโปอิงลิง อ้างคำพูดของ ปูร์บายา ที่เน้นย้ำว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไม่ได้ดำเนินงานอย่างโดดๆ แต่มีความเชื่อมโยงถึงกับภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ อย่างเช่นเหล็ก, อิเล็กทรอนิกส์, เคมี, โลจิสติกส์และการเงิน อย่างไรก็ตามเขายอมรับว่า สำหรับอินโดนีเซียแล้ว ในตอนนี้ยังคงต้องนำเข้าเหล็ก ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และสารเคมีในปริมาณมาก
เพราะฉะนั้น ปูร์บายา ถึงต้องเรียกร้องให้ โตโยต้า เพิ่มการลงทุนอย่างมหาศาลในอินโดนีเซีย "ถ้าคุณสามารถทำอุตสาหกรรมสนับสนุนมากที่นี่ ผมจะมอบสิ่งจูงใจที่เพียงพอ หรืออาจจะมากกว่านั้นให้คุณ" เขากล่าว
(ที่มา:เทมโปอิงลิช)


