ราคาน้ำมันขยับขึ้นเล็กน้อยในวันพุธ(12ส.ค.) หลังยังคงมีเหตุโจมตีเรือในตะวันออกกลาง และการเจรจายุติสงครามอิหร่านถึงทางตัน ส่วนวอลล์สตรีทปิดผสมผสานและทองคำแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน ท่ามกลางข้อมูลเงินเฟ้อ ที่เพิ่มมุมมองว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ย
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนกันยายน เพิ่มขึ้น 7 เซนต์ ปิดที่ 83.27 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้น 7 เซนต์ ปิดที่ 88.98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ตลาดน้ำมันดีดตัวขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยกับรอยเตอร์สว่า ไม่ได้มีการพูดคุยระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ในการขยายข้อตกลงหยุดยิง เพราะจากมุมมองของเตหะราน ข้อตกลงไม่ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่แรก ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องขยายมัน
อย่างไรก็ตามตลาดน้ำมันขยับขึ้นอย่างจำกัด หลังพวกนักวิเคราะห์ปรับลดคาดการณ์อุปสงค์พลังงานโลกสำหรับปี 2026 ขณะเดียวกันรายงานของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานแห่งสหรัฐฯ ที่เผยแพร่ในวันพุธ(12ส.ค.) ก็สร้างความประหลาดใจ หลังพบคลังน้ำมันดิบสำรองของประเทศเพิ่มขึ้นสวนทางกับที่คาดการณ์กัน และเพิ่มขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2023 อันเนื่องจากการส่งออกลดลง
ส่วนตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดผสมผสานในวันพุธ(12ส.ค.) เอสแอนด์พี500 และแนสแดค ปรับขึ้น ได้แรงหนุนจากรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทโครงสร้างพื้นฐานเอไอ ขณะที่ข้อมูลเงินเฟ้อที่ย่อตัวลง เพิ่มความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายน
ดาวโจนส์ ลดลง 21.58 จุด (0.04 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 53,770.27 เอสแอนด์พี เพิ่มขึ้น 20.30 จุด (0.26 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 7,748.50 จุด แนสแดค เพิ่มขึ้น 143.04 จุด (0.54 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 26,588.49 จุด
ดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในเดือนกรกฏาคม หลังต้นทุนเบนซิจลดลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน และด้วยอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ในระดับต่ำและไม่น่ากังวล จึงลดความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนหน้า
ความคาดหมายที่ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยตามเดิมในเดือนกันยายน จากข้อมูลเงินเฟ้อที่เป็นไปตามคาด ช่วยดันให้ราคาทองคำในวันพุธ(12ส.ค.) แตะระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน โดยราคาทองคำยูเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ส งวดส่งมอบเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้น 26.40 ดอลลาร์ หรือ 0.6 % ปิดที่ 4,467.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์
(ที่มา:รอยเตอร์ส)


