ตามหลังเหตุกระทบกระทั่ง ข้อพิพาทบานปลายกลายเป็นการโต้เถียงและด่าทอกันไปมา จนทำให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย ถึงกับต้องรุดเดินทางไปยังมาเลเซีย เพื่อไกล่เกลี่ยและการเจรจาเพื่อยุติเรื่องดังกล่าว เวลานี้ไทยกลับมากล่าวหามาเลเซียอีกรอบ ว่ามอบแหล่งกบดานแก่พวกแบ่งแยกดินแดนทางใต้ของประเทศ ที่หลบหนีข้ามชายแดนออกจากดินแดนของไทย รายงานของ kampucheathmey ระบุเมื่อวันพุธ(5ส.ค.)
kampucheathmey สื่อมวลชนกัมพูชา ระบุว่า อย่างไรก็ตามเวลานี้ มาเลเซียไม่ปิดปากเงียบอีกต่อไป และตอบโต้ด้วยการออกถ้อยแถลงที่หนักแน่น บอกว่าไทยไม่ควรกลาวหาจนกว่าจะมีหลักฐาน เพราะพวกเขาได้กล่าวหาคนอื่นมามากครั้งเกินไปแล้ว
ในการตอบโต้คำกล่าวหาจากฝ่ายไทย ทาง ยูโซฟฟ์ มามัต ผู้บัญชาการตำรวจรัฐกลันตัน ยังได้กล่าวในวันอังคาร(4ส.ค.) ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ทุกคนที่มีเหตุยิงกันหรือระเบิดในทางภาคใต้ของไทย ประเทศไทยมักจะกล่าวหาว่าผู้ต้องสงสัยหลบหนีเข้าไปยังมาเลเซียอยู่เสมอ ตามรายงานของ kampucheathmey
ผู้บัญชาการตำรวจรัฐกลันตัน บอกต่อว่าจนถึงตอนนี้ ไทยก็ยังคงกล่าวหา แต่ไม่เคยมีหลักฐานใดๆ ดังนั้นทางมาเลเซียกำลังขอให้ไทยมอบหลักฐาน ไม่ใช่แค่กล่าวหากัน
สื่อกัมพูชา ระบุว่าไทยคาดเดาเกี่ยวกับเรื่องนี้มาช้านาน คิดว่ามีเพียงมาเลเซียเท่านั้นที่สามารถพุดคุยกับพวกแบ่งแยกดินแดนได้ ถึงขั้นขอให้กัวลาลัมเปอร์ทำหน้าที่เป็นคนกลางและช่วยจัดการเจรจาสันติภาพ
อย่างไรก็ตามหลังมีเหตุโจมตีสุดช็อค บริเวณด่านความมั่นคงอำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งมีทหารเสียชีวิต 5 ราย ในท้ายที่สุดแล้ว ไทย ก็แถลงยกเลิกการเจรจา ซึ่งเท่ากับเป็นการตบหน้ามาเลเซียฉาดใหญ่ ตามคำกล่าวอ้างของ kampucheathmey
รายงานของ kampucheathmey ระบุว่าในขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ชาติยังไม่ฟื้นตัวอย่างเต็มที่ คำกล่าวหาใหม่นี้อาจโหมกระพือความตึงเครียดทางการทูตให้ร้อนระอุขึ้นไปอีก
อย่างไรก็ตามหลังดูเหมือนสถานการณ์กำลังเลวร้ายลง kampucheathmey นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีต่างประเทศของไทย ออกมาดับกระแสความร้อนแรง บอกว่าไทยไม่สามารถคลี่คลายประเด็นทางใต้ได้โดยปราศจากมาเลเซีย และกรุงเทพฯต้องร่วมมือกับกัวลาลัมเปอร์เมื่อคลี่คลายปัญหานี้
สื่อมวลชนกัมพูชารายงานปิดท้ายว่า รัฐบาลมาเลเซียยังไม่ได้ออกถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการใดๆ แต่รู้กันดีว่าความสัมพันธ์ทางการทูตกำลังเสื่อมถอยลง
(ที่มา:kampucheathmey)


