สื่อเกาหลีใต้รายงาน ยืนยันองค์กรอาชญากรรมสแกม(หลอกลวงออนไลน์) ที่ปฏิบัติการจากกัมพูชากำลังโยกย้ายฐานออกไปในวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ หลังเจ้าหน้าที่พนมเปญยกระดับปราบปรามอย่างเข้มข้น โดยไม่ใช่แค่ไปยังบรรดาชาติเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเวียดนามและไทยเท่านั้น แต่เวลานี้มันแผ่ลามไปยังเอเชียกลางแล้ว ในฐานะแหล่งโยกย้ายฐานระลอก 2 โดยเฉพาะในคาซัคสถาน
หน่วยงานเฉพาะกิจร่วมตอบโต้อาชญากรรมข้ามชาติของเกาหลีใต้ ที่เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงยุติธรรม และหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ แถลงในวันพุธ(5ส.ค.) ว่า "ในปฏิบัติการร่วมกับพวกเจ้าหน้าที่คาซัคสถาน เราจู่โจมสำนักงานอาชญากรรมสแกมแห่งหนึ่งและแหล่งกบดานของพวกผู้ต้องสงสัยในเมืองอัลมาตี เมื่อวันที่ 23 กรกฏาคม สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยเกาหลีใต้ 14 คน นอกจากนี้ยังมีบุคคลอีก 5 ราย ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรแห่งนี้ ถูกรวบตัวในเกาหลีใต้ หลังเดินทางกลับสู่มาตุภูมิแล้ว
รายงานข่าวของโซซุนเดลี สื่อมวลชนแดนโสมขาว บอกว่าต่อมาตำรวจได้ทยอยนำตัวพวกผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในต่างประเทศกลับมายังเกาหลีใต้ และกำลังสอบปากคำพวกเขา ณ สำนักงานตำรวจนครบาลปูซาน รายงานข่าวระบุว่าจากทั้งหมด 19 คน มีอยู่ 14 คนที่ถูกควบคุมตัวไว้ ส่วนอีก 5 รายที่เหลือ อยู่ระหว่างการยื่นขอออกหมายจับหรือพิจารณาออกหมายจับ
จากข้อมูลของตำรวจเกาหลีใต้ คดีนี้เป็นการยืนยันว่าองค์กรอาชญากรรมเกาหลีใต้หนึ่งๆที่มีฐานปฏิบัติการในเกัมพูชา กำลังแผ่ขยายจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปยังประเทศที่ 3 องค์กรอาชญากรรมนี้ได้ย้ายจากกัมพูชาไปยังเมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม เมื่อปีที่แล้ว
หลังจากเจ้าหน้าที่เวียดนามยกระดับการปราบปราม พวกเขาก็เริ่มโยกย้ายไปยังคาซัคสถานในเดือนมีนาคม และเริ่มปฏิบัติการเต็มรูปแบบในเดือนพฤษภาคม มันเป็นตัวอย่างของ Balloon Effect (ปรากฏการณ์บอลลูน) ทั้งนี้ปฏิบัติการร่วมระหว่างเกาหลีใต้และคาซัคสถาน นำมาซึ่งการจับกุมคนเหล่านี้ รายงานของโซซุนเดลี สื่อมวลชนเกาหลีใต้ระบุ
ตำรวจเกาหลีใต้ระบุถึงเหตุผลต่างๆที่พวกสแกมเมอร์เลือกคาซัคสถานเป็นฐานแห่งใหม่ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ค่อนข้างมั่นคง อย่างเช่นศูนย์คอมพิวเตอร์ สามารถหลบหนีทางบกได้โดยง่ายเนื่องจากอยู่ใกล้กับจีนและคีร์กีซสถาน และลักษณะทางกายภาพที่คล้ายคลึงกันระหว่างชาวคาซัคกับชาวเกาหลี ทำให้พวกเขาเป็นที่สะดุดตาน้อยลง
ทั้งนี้ชาวจีน 2 คน ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้จัดการและหัวหน้าองค์กรได้หลบหนีปยังจีน แต่ตำรวจเกาหลีใต้ประกาศกร้าวว่า "ด้วยการสืบสวนสอบสวนอย่างเข้มข้น เราจะทำให้มั่นใจว่า ผู้ที่ยังไม่ถูกจับกุมในครั้งนี้ ซึ่งรวมถึงบุคคลเหล่านั้นด้วย จะต้องถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม" รายงานของโซซุนเดลีกล่าว
รายงานข่าวระบุว่าทางกลุ่มได้จัดตั้งศูนย์คอลล์เซ็นเตอร์ในเมืองอัลมาตี ของคาซัคสถาน ก่ออาชญากรรมโดยแอบอ้างเป็นหน่วยงานต่างๆของรัฐ เช่นสำนักงานกำกับดูแลสถาบันการเงินและอัยการ ใช้วิธีการแยกเหยื่อออกจากสังคม "กักขังตนเองและตัดขาดตนเองจากโลกภายนอก" จากนั้นมิจฉาชีพจะใช้โอกาสนี้โทรศัพท์ไปกรรโชกทรัพย์หรือเรียกค่าไถ่จากพ่อแม่หรือครอบครัวของเหยื่ออีกทอดหนึ่ง
(ที่มา:โชซุนเดลี)


