ทหารและเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินเมื่อวันพุธ (29 ก.ค.) เร่งค้นหาผู้รอดชีวิตที่ติดอยู่ใต้ซากห้างดังและบ้านเรือนที่ถล่มในจังหวัดคุมาโมโตะ บนเกาะคิวชู ของญี่ปุ่น โดยล่าสุดพบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 18 คน หนึ่งวนหลังแผ่นดินไหวขนาด 7.1 เขย่าพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่นเมื่อวันอังคาร (28)
แผ่นดินไหวขนาด 7.1 ที่เกิดขึ้น เมื่อเวลา 16.27 น.วันอังคารตามเวลาท้องถิ่นของญี่ปุ่น ยังทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 62 คน ซึ่ง 6 คนในจำนวนนี้อาการสาหัส ขณะที่มีความกังวลกันว่า จำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนเกี่ยวกับจำนวนผู้สูญหาย
รายงานระบุว่า พื้นที่เหนือศูนย์กลางของแผ่นดินไหวคราวนี้ อยู่ห่างจากทางใต้ของเมืองคุมาโมโตะราว 20 กม. และหลังแผ่นดินไหวยังเกิดอาฟเตอร์ช็อกขนาดเล็กกว่าราว 100 ครั้ง นับจนถึงวันพุธ (29)
ห้างสรรพสินค้าอิออน มอลล์ในเมืองคาชิมะเป็นจุดหนึ่งที่ได้รับความเสียหายรุนแรงที่สุด โดยขณะเกิดแผ่นดินไหวมีคนอยู่ในห้างหลายพันคน อย่างไรก็ดี ทางห้างเผยว่า ได้อพยพลูกค้าราว 3,000 คนไปยังลานจอดรถก่อนที่จะเกิดระเบิดรุนแรงในพื้นที่อีกส่วนของห้าง ซึ่งยังมีพนักงานจำนวนหนึ่งทำงานอยู่ โดยการระเบิดเกิดขึ้นหลังแผ่นดินไหวราว 50 นาที
แรงระเบิดทำให้ชั้นสองของอาคารถล่มและมีคนติดอยู่ใต้ซากอาคาร ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า แรงระเบิดทำให้บริเวณนั้นสั่นสะเทือนพอๆ กับตอนที่เกิดแผ่นดินไหว
อากิโอะ โยชิดะ ประธานอิออน จัดแถลงข่าวที่คุมาโมโตะในวันพุธ (29) โดยระบุว่า มีผู้สูญหาย 3 คน และเสียชีวิต 4 คน ขณะที่เคอิจิ โอโนะ ผู้บริหารอาวุโส เผยว่า กำลังสอบสวนหาสาเหตุของการระเบิด ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า อาจเกิดจากแก๊สระเบิด หลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าว ผู้บริหารทั้งหมดโค้งคำนับแสดงความเสียใจ
ภาพข่าวจากสื่อญี่ปุ่นเผยให้เห็นเพดานบางส่วนของห้างอิออนพังถล่ม ชิ้นส่วนโลหะและซากหักพังกระจัดกระจาย ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่สวมหมวกนิรภัยและหน้ากากป้องกันรีบเร่งค้นหาผู้รอดชีวิต
ทีมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินของจังหวัดคุมาโมโตะ ยังเปิดเผยว่า ปล่องควันในโรงงานของนิปปอน เปเปอร์ อินดัสทรีส์ ที่เมืองยัตสึชิโนะ ซึ่งถล่มลงมาเนื่องจากแผ่นดินไหว ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน และบาดเจ็บ 7 คน และเชื่อว่า ยังมีอีก 4 คนติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง
เจ้าหน้าที่ในคุมาโมโตะเผยว่า บ้านเรือนเกือบ 34,900 หลังยังไม่มีไฟฟ้าใช้ และราว 15,000 หลังไม่สารถใช้น้ำประปาได้ นอกจากนั้นยังมีประชาชนกว่า 8,800 คนต้องทิ้งบ้านและไปพักที่ศูนย์หลบภัยกว่า 400 แห่ง ซึ่งกำลังมีการติดตั้งแหล่งจ่ายไฟเพิ่มเพื่อให้สามารถเปิดเครื่องปรับอากาศได้
เจ้าหน้าที่เตือนประชาชนในบริเวณที่รับรู้ถึงแรงสั่นไหวรุนแรงที่สุดว่า อาจเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงอีกภายใน 1 สัปดาห์ รวมถึงให้ระวังความเสี่ยงเกิดดินถล่ม และอาการเจ็บป่วยจากสภาพอากาศร้อนจัด โดยอุณหภูมิในวันพุธอยู่ที่ 34 องศาเซลเซียส ขณะที่บ้านเรือนจำนวนมากยังไม่สามารถใช้ไฟฟ้าและน้ำประปาได้
ชาวญี่ปุ่นบางคนบอกว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้รุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา โดยทางการญี่ปุ่นระบุว่า วัดความรุนแรงได้ถึงระดับ 7 ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดตามมาตรวัดชินโด
กองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นส่งทหารกว่า 4,500 นาย เข้าร่วมปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย นอกจากนี้ยังมีผู้เชี่ยวชาญหลายร้อยคนเข้าร่วมปฏิบัติการ ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากไต้หวัน
นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ แถลงว่า เหตุแผ่นดินไหวทำให้เกิดความเสียหายอย่างกว้างขวาง ซึ่งรวมถึงมีผู้เสียชีวิต อาคารถล่ม ไฟไหม้ ถนนหลายสายใช้การไม่ได้ และสำทับว่า ยังมีคนมากมายรอความช่วยเหลือ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังทำงานแข่งกับเวลา พร้อมให้สัญญาว่า รัฐบาลจะพยายามสุดความสามารถเพื่อค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้ได้มากที่สุด
ทาคาอิจิเสริมว่า รัฐบาลได้จัดเตรียมอาหารและสิ่งของจำเป็นอื่นๆ เพื่อนำไปมอบให้พื้นที่ประสบภัย พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต และขอให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบดูแลตัวเองภายใต้สภาพอากาศร้อนจัด
มิโนรุ คิฮาระ โฆษกรัฐบาล แถลงว่า ตำรวจ 130 นาย, เจ้าหน้าที่ดับเพลิง 450 คน และทหาร 170 นาย ร่วมกันค้นหาและกู้ภัยที่ห้างอิออน มอลล์
รถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็นยังคงระงับการให้บริการเป็นส่วนใหญ่ในวันพุธ ขณะที่สนามบินคุมาโมโตะกลับมาให้บริการอีกครั้ง อย่างไรก็ดี สายการบินบางแห่งตัดสินใจระงับเที่ยวบินเพื่อความปลอดภัย
ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความโน้มเอียงเกิดแผ่นดินไหวมากที่สุดในโลก เนื่องจากตั้งอยู่บนแผ่นเปลือกโลกหลัก 4 แผ่นตามแนวขอบด้านตะวันตกของวงแหวนแห่งไฟในมหาสมุทรแปซิฟิก
สำหรับเมืองคุมาโมโตะเคยเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงเมื่อปี 2016 ที่มีผู้เสียชีวิต 275 คน และบาดเจ็บ 2,739 คน
(ที่มา: เอพี/เอเอฟพี/รอยเตอร์)


