xs
xsm
sm
md
lg

สนุกกันใหญ่! 'กัมพูชา'ได้ทีเย้ย'ไทย'นั่งไม่ติด เจอ'แองเจลีนา โจลี'โยงประเด็นเขตแดนกับมนุษยธรรม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สื่อกัมพูชาตีข่าว สารแห่งความเห็นอกเห็นใจจาก แองเจลีนา โจลี เกี่ยวกับชะตากรรมของพลเมืองผู้พลัดถิ่นฐานกัมพูชา ถูกตอบโต้จากกองทัพไทยอย่างที่คาดหมายไว้ พร้อมอ้างความเห็นของนักวิเคราะห์เขมรระบุข้อความดังกล่าวจากดาราสาวฮอลลีวูด กำลังทำให้ฝ่ายไทยนั่งไม่ติด เนื่องจากมันแสดงให้เห็นว่าฝ่ายไทยพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงต่างๆมาตลอด

รายงานข่าวของพนมเปญโพสต์ระบุ โฆษกของกองทัพไทยถึงกับรุดออกมาตอบโต้สารจาก โจลี โดยอ้างว่าคำพูดของเธอเป็นเพียงความเห็น "ฝ่ายเดียว" พร้อมบอกว่ามันเป็นตัวอย่างล่าสุดตามที่พวกนักวิเคราะห์ชื่อดังของกัมพูชา เรียกกันว่า "ยุทธศาตร์ปฏิเสธและไม่ยอมรับของฝ่ายไทย"

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 24 กรกฏาคม ในวาระครบรอบ 1 ปีของจุดเริ่มต้นความขัดแย้งชายแดย โจลีโพสต์ข้อความบนอินสตาแกรม พูดถึงความเสียใจของเธอต่อกรณีที่ความขัดแย้งได้สั่นคลอนความปลอดภัยและความมั่นคงของผู้คนจำนวนมาก โดยยังมีประชาชนอีกเกือบ 30,000 คนที่ยังคงเป็นผู้พลัดถิ่นภายในกัมพูชาและไม่สามารถกลับบ้านได้

โจลี โพสต์ลงในบัญชีอินสตาแกรม กล่าวถึงความสูญเสียทางด้านมนุษยธรรมจากความขัดแย้งและความผูกพันยาวนนของครอบครัวของเธอกับกัมพูชา โดยบรรยายว่า กัมพูชาเป็นประเทศพิเศษสำหรับทั้งตัวเธอและลูกๆ ของเธอ

“หนึ่งปีที่แล้ว ความขัดแย้งปะทุขึ้นตามแนวชายแดนของกัมพูชา กระทบความปลอดภัยและความมั่นคงของหลายๆ คน เวลานี้ประชาชนเกือบ 30,000 คน ยังคงพลัดถิ่นภายในประเทศและไม่สามารถกลับบ้านได้”

สื่อกัมพูชารายงานว่านักแสดงหญิงเจ้าของรางวัลออสการ์รายนี้ระบุว่า กัมพูชายังคงเป็นศูนย์กลางชีวิตของเธอมานานกว่า 2 ทศวรรษ และบอกว่าแมดด็อกซ์ บุตรชายบุญธรรมของเธอเกิดในประเทศนี้ และงานด้านมนุษยธรรมของครอบครัวของเธอก็หยั่งรากในพื้นที่ชายแดนผ่านมูลนิธิแมดด็อกซ์

"ตอนที่การสู้รบปะทุขึ้นเมื่อปีที่แล้ว เราจำเป็นต้องอพยพเจ้าหน้าที่ของเราและครอบครัวของพวกเขา มันเป็นเครื่องเตือนใจอันเจ็บปวดว่าความขัดแย้งสามารถหวนกลับมาได้รวดเร็วเพียงใด ฉันรักประเทศนี้ รวมถึงผู้คนที่อบอุ่นและมีความเข้มแข็งอดทน” ขณะที่เรารู้สึกซาบซึ้งใจที่ได้กลับมาดำเนินงานปกป้องผืนดิน รวมถึงส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ของชุมชนอีกครั้ง หัวใจของฉันอยู่กับทุกคนที่ยังคงรอที่จะกลับบ้าน" โจลีเขียน

พนมเปญโพสต์รายงานว่า พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา (JIC) ถึงกับต้องออกมาตอบโต้ ระบุว่าคำพูดของ โจลี เป็นเพียงความคิดเห็นฝ่ายเดียว ส่วน วาสนา นาน่วม อินฟลูเอ็นเซอร์ของไทย ถึงขั้นกล่าวหาดาราฮอลลีวู้ดรายนี้ว่าถูกใช้เป็นเครื่องมือเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน

รายงานข่าวของพนมเปญโพสต์ บอกว่ามีนักวิเคราะห์ทางสังคมชั้นนำอย่างน้อย 1 คนของกัมพูชา ที่หมดความอดทนกับการกระทำของไทย ที่พยายามปรับเปลี่ยนเรื่องราวให้เป็นผลดีต่อตนเอง "มันแทบเป็นวัฒนธรรมของพวกเขาในการปฏิเสธและไม่ยอมรับความจริง ก่อเหตุการณ์และสถานการณ์เพื่อหลอกหลวงชาวโลก พวกเขามักพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงและใส่ร้ายป้ายสีประเทศกัมพูชาเพื่อผลประโยชน์ของตนเองอยู่เสมอ" Kin Phea ผู้อำนวยการทั่วไปของสถาบันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแห่งกัมพูชากล่าว

"สารที่เต็มไปด้วยความรู้สึกของโจลี แสดงถึงความจริงจากกัมพูชา ผ่านมุมมองของบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับโลก ถ้าไทยกล่าวหาเธอเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ เราต้องถามตัวเองแล้วว่า เธอได้อะไรจากเรื่องนี้ คำตอบคือ ไม่ได้อะไรเลย" เขากล่าว

Kin Phea มองการปฏิเสธของไทย คือการไม่ยอมรับความจริง ข้อเท็จจริง ความซื่อสัตย์และความยุติธรรมสำหรับกัมพูชา เขาเชื่อว่าโลกคงไม่ยอมถูกไทยหลอกง่ายๆอีกแล้ว "สำหรับตอนนี้ ผมเชื่อว่าโลกเข้าใจแล้ว แม้ยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ก็ตาม เกี่ยวกับสถานการณ์อันจอมปลอมของไทย รวมถึงการใส่ร้ายป้ายสีและการโยนความผิดให้แก่กัมพูชา ผมเชื่ออย่างหนักแน่นว่าในท้ายที่สุดแล้ว ความยุติธรรม ความซื่อสัตย์และสันติภาพ จะได้รับชัยชนะ"

ด้าน Gnel Rattha นักวิเคราะห์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ชาวกัมพูชา เชื่อว่าปฏิกิริยาของเจ้าหน้าที่ไทยต่อโจลี เป็นเพียงแค่ความพยายามหาข้อแก้ตัวและเป็นการตอกย้ำว่าไทยละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและจะไม่ประสบความสำเร็จในการครอบครองดินแดนกัมพูชา "สิ่งที่พวกเขาพยายามทำคือการสร้างวาทกรรมที่สนับสนุนเรื่องเล่าของฝ่ายไทย และชัดเจนว่ามันเป็นอะไรบางอย่างที่ดูเหมือนเป็นการทำตามแผนการที่วางเอาไว้"

เขาเชื่อว่า ไทย กำลังใช้มาตรการ 4 ขั้นในความพยายามโน้มน้าวความคิดเห็นของผู้คนในระดับนานาชาติ "ลำดับแรกคือ พวกเขาเอาแต่ปฏิเสธว่าไม่ได้บุกรุกดินแดนกัมพูชา ดังนั้นปฏิกิริยาของพวกเขาที่มีต่อสารจากโจลี มีเจตนาเพื่อเพิ่มน้ำหนักแก่คำกล่าวอ้างของพวกเขาและปกป้องการรุกราน อย่างที่ 2 พวกเขาต้องการเอาชนะใจความเห็นของผู้คนในระดับนานาชาติ ด้วยการออกถ้อยแถลงตอบโต้โดยบุคคลที่มีชื่อเสียงหรือในเวทีนานาชาติ ด้วยการข่าวหาอีกฝ่ายเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน"

Gnel Rattha บอกต่อว่าไทยปฏิเสธข้อเท็จจริงเพื่อเพิ่มความเข้มแข็ง ในข้อเรียกร้องของตนเองสำหรับการเจรจาทวิภาคีเพื่อคลี่คลายประเด็นชายแดน พวกเขาต้องการโน้มน้าวให้เห็นว่ามีแค่การเจรจาทวิภาคีเท่านั้นที่จะยุติความขัดแย้ง ไม่ใช่แรงกดดันจากนานาชาติ "เจตนาท้ายสุดของพวกเขาคือการตอบโต้อิทธิพลจากบุคคลมีชื่อเสียง ดังนั้นตอนที่พวกเขามีปฏิกิริยาต่อข้อความของโจลี พวกเขาจึงพยายามโน้มน้าวให้โลกเชื่อว่าสิ่งที่พวกเขาทำตามแนวชายแดนนั้นถูกต้องตามกฎหมาย แต่ข้อเท็จจริงมันไม่เป็นเช่นนั้น"

(ที่มา:พนมเปญโพสต์)