(เก็บความจากเอเชียไทมส์ https://asiatimes.com/2026/07/power-of-siberia-2-deadlock-cracks-russia-china-no-limits-pact/)
Power of Siberia 2 deadlock belies Russia-China ‘no-limits’ pact
by Jeff Pao
17/07/2026
เมื่อถูกกระหน่ำโจมตีทั้งจากโดรนของยูเครน และมาตรการแซงก์ชั่นคว่ำบาตรของฝ่ายตะวันตก รัสเซียจึงหันกลับมาหาจีนเพื่อผลักดันโครงการสายท่อส่งก๊าซ “เพาเวอร์ ออฟ ไซบีเรีย 2” ทว่ากลับเผชิญกับข้อเรียกร้องของปักกิ่งซึ่งกดราคาก๊าซแดนหมีขาวอย่างแรง
“เพาเวอร์ ออฟ ไซบีเรีย 2” (Power of Siberia 2) โครงการสร้างสายท่อส่งก๊าซธรรมชาติที่จะวางเชื่อมต่อระหว่างรัสเซียกับจีน ซึ่งจะกลายเป็นสิ่งก่อสร้างระดับหลักหมายสำคัญชิ้นหนึ่ง กำลังประสบปัญหาชะงักงันชนิดยังหาทางออกกันไม่เจอ สืบเนื่องจากราคาค่าก๊าซที่สองฝ่ายเสนอออกมาต่อรองกันนั้นช่างห่างไกลกันมาก จนกระทั่งปักกิ่งบอกกับมอสโกให้หยุดการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดจากันทีเดียว ทั้งสองฝ่ายยังไม่มีข้างไหนผละออกจากการเจรจาไปอย่างเป็นทางการ ทว่าเท่าที่มองเห็นกันอยู่ในตอนนี้นั้น ไม่ได้มีการกำหนดกรอบระยะเวลาสำหรับการทำความตกลงกันให้สำเร็จ หรือเพื่อเริ่มต้นการก่อสร้างแต่อย่างใด
โครงการนี้ ซึ่งได้รับอนุมัติในหลักการจากรัฐบาลของทั้งสองประเทศในเดือนกันยายนปีที่แล้ว จะสามารถขนส่งก๊าซได้มากถึง 50,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปีจากแหล่งก๊าซยามาล (Yamal fields) ของรัสเซีย ผ่านมองโกเลียไปยังจีน
สื่อวอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงาน [1] เอาไว้ว่า พวกเจ้าหน้าที่จีนเปิดเผยท่าทีให้เห็นกันอย่างชัดเจนแม้กระทั่งก่อนหน้าที่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย เดินทางไปเยือนกรุงปักกิ่งในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาด้วยซ้ำ ว่าการทำข้อตกลงกันภายใต้เงื่อนไขที่เป็นอยู่ในปัจจุบันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ และได้ขอร้องทางคณะผู้แทนรัสเซียยุติการหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาบีบคั้นฝ่ายจีน ขณะที่ทำเนียบเครมลินนั้นบอกว่าการพูดจากันยังคงดำเนินอยู่ในระดับบริษัทที่จะทำสัญญากัน
การพิพาทโต้แย้งกันมีศูนย์กลางอยู่ที่ราคาของก๊าซ จีนกำลังเรียกร้องให้ตนเองได้รับความยินยอมให้จ่ายที่ราคา 50 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อ 1 พันลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นอัตราเดียวกับที่ครัวเรือนชาวรัสเซียต้องจ่ายกันในแดนหมีขาวในสภาพที่ได้รับการอุดหนุนช่วยแบ่งเบาภาระกันอย่างมหาศาล รวมทั้งเป็นราคาชนิดที่ไม่เคยมีความเชื่อมโยงกับการส่งออกเชิงพาณิชย์ใดๆ ของแดนหมีขาว ขณะที่ฝ่ายรัสเซียนั้น กำลังเรียกร้องขอราคาที่ประมาณ 250 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อพันลูกบาศก์เมตร
ข้อมูลข่าวสารที่เผยแพร่ต่อสาธารณชนแสดงให้เห็นว่า ปัจจุบันจีนกำลังนำเข้าก๊าซรัสเซียผ่านสายท่อส่ง เพาเวอร์ ออฟ ไซบีเรีย 1 (Power of Siberia 1) อยู่แล้วที่ราคาประมาณ 240 – 280 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อพันลูกบาศก์เมตร ในช่วงก่อนเกิดสงครามในยูเครนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2022 รัสเซียสามารถขายก๊าซให้ทางยุโรปและตุรกีได้ในราคาระหว่าง 275 ถึง 340 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อพันลูกบาศก์เมตร
ราคาเปิดเพื่อการเจรจาต่อรอง ที่อยู่ในระดับต่ำเตี้ยเอามากๆ ของปักกิ่ง ดูผิดฝาผิดตัวเข้ากันไม่ได้เลย เมื่อนำมาวางเคียงข้างคำมั่นสัญญาซ้ำแล้วซ้ำอีกของพวกผู้นำจีนที่ว่า ความเป็นหุ้นส่วนกันระหว่างจีนกับรัสเซีย คือความเป็นหุ้นส่วนกันแบบ “ไม่มีข้อจำกัดใดๆ”
ขณะที่พวกคอมเมนเตเตอร์ชาวจีนพากันบอกว่า รัสเซียกำลังตกอยู่ใต้แรงบีบคั้นสูงขึ้นเรื่อยๆ จากแนวรบด้านต่างๆ หลายหลากพร้อมๆ กัน เป็นต้นว่า
**การที่ยูเครนกำลังเพิ่มการใช้โดรนโจมตี [2] ดินแดนรัสเซียอย่างดุเดือดเข้มข้นยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
**สหภาพยุโรปมีพันธะผูกพันตามข้อตกลงภายในของพวกเขา ที่จะต้องลดการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของรัสเซียลงอย่างเป็นขั้นเป็นตอน โดยต้องยุติการนำเข้าทั้งหมดภายในปี 2026 และสำหรับกำหนดการห้ามรับก๊าซรัสเซียผ่านสายท่อส่งนั้นจะเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2027
**ในอีกด้านหนึ่ง ปักกิ่งได้รื้อฟื้นหวนกลับมาซื้อก๊าซ LNG ของอเมริกาอีกครั้งหนึ่งแล้ว
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน [3] เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมว่า สินค้าก๊าซ LNG อเมริกันเที่ยวแรกหลังขาดหายไปราว 1 ปี ได้ถูกจัดส่งมาถึงปลายทางในจีนแล้วเมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา ภายหลังมีการทำความตกลงจัดซื้อกันใหม่อีกคำรบหนึ่ง หลังจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน กับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ พบปะหารือกันเมื่อกลางเดือนพฤษภาคม
“ในปี 2025 จีนจ่ายเงินสำหรับค่าก๊าซรัสเซียที่ส่งผ่านทางสายท่อส่งเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ราวๆ 258 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อพันลูกบาศก์เมตร ซึ่งต่ำกว่ามากแล้วจากที่ยุโรปเมื่อก่อนเคยต้องจ่าย” นี่เป็นข้อเขียนของคอลัมนิสต์ซึ่งตั้งฐานอยู่ที่มณฑลเหอเป่ยผู้หนึ่งที่ใช้นามปากกว่า Riyue Xhige [4] “การเรียกร้องครั้งใหม่ของปักกิ่งผลักดันราคาที่ลดอยู่แล้วให้ต่ำลงอีกอย่างมากมาย แม้กระทั่ง เบลารุส ก็ยังไม่เคยได้รับเงื่อนไขข้อเสนอที่ใกล้เคัยงกับราคาขายภายในประเทศของรัสเซียเลย”
คอลัมนิสต์ผู้นี้กล่าวต่อไปว่า “นี่ไม่ใช่เป็นการต่อรองทางการพาณิชย์ธรรมดาอีกต่อไปแล้ว มันสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงระดับรากฐานในเรื่องที่ว่า ใครคือผู้มีอำนาจบนโต๊ะเจรจา”
คอลัมนิสต์ผู้นี้บอกว่า ครั้งหนึ่งรัสเซียเคยได้รับประโยชน์ในเวลาเจรจาซื้อขายก๊าซกับยุโรป เนื่องจากเวลานั้นตลาดอยู่ในภาวะเป็นตลาดของผู้ขาย โดยที่ผู้ซื้อมีทางเลือกน้อยนิดนอกจากยอมควักเงินจ่าย— ทว่าเวลานี้พลวัตกลับเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ทำให้จีนสามารถนั่งอยู่อย่างหนักแน่นมั่งคงในตลาดซึ่งเป็นตลาดของผู้ซื้อ
เขาชี้ให้เห็นว่า จีนกำลังอาศัยพึ่งพาพลังงานซึ่งมาจากแหล่งที่มาหลากหลายแหล่ง จนกระทั่งกลายเป็นรากฐานที่ทำให้จีนมีฐานะในการต่อรองอันแข็งแกร่ง กล่าวคือ
**ผลผลิตก๊าซภายในประเทศของจีนเอง สามารถสูบขึ้นมาได้ 262,000 ล้านลูกบาศก์เมตรเมื่อปี 2025 สูงขึ้น 6.2% เมื่อเทียบกับช่วงปีก่อนหน้านั้น และถือเป็นปีที่ 9 ติตต่อกันแล้วที่การสูบเพิ่มขึ้นอยู่ในระดับเกิน 10,000 ล้านลูกบาศก์เมตร
**การนำเข้าทางบก สายท่อส่งก๊าซ 4 สายใน เติร์กเมนิสถาน, อุซเบกิสถาน, คาซัคสถาน, และทาจิกิสถาน ซึ่งต่างอยู่ในภูมิภาคเอเชียกลาง รวมกันแล้วมีขีดความสามารถในการผลิตในแต่ละปีมากกว่า 85,000 ล้านลูกบาศก์เมตร นอกจากนั้นยังมีสายท่อส่งอีกหลายสายซึ่งกำลังอยู่ในแผนการที่จะสร้างเพิ่มเติม
**การนำเข้าทางทะเล พวกเรือบรรทุกก๊าซ LNG จาก กาตาร์, ออสเตรเลีย, และมาเลเซีย สามารถแล่นไปจนถึงจุดหมายปลายทางแห่งต่างๆ ในประเทศจีน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเมืองท่าซึ่งกระแสน้ำไหลอย่างสม่ำเสมอไร้ปัญหาติดขัด รัสเซียนั้นเป็นเพียงทางเลือกหนึ่งในจำนวนทางเลือกมากมาย
“จีนต้องการที่จะขยายการนำเข้าพลังงานจากรัสเซีย โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์อุปทาน (supply strategy) ซึ่งเน้นเรื่องความหลากหลาย แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าก๊าซรัสเซียคือสิ่งที่หาอย่างอื่นมาทดแทนไม่ได้” เขาบอก “รูปทรงเชิงยุทธศาสตร์เช่นนี้ ทำให้ปักกิ่งมีอำนาจต่อรองอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนบนโต๊ะเจรจา ไม่ว่ารัสเซียจะมีการปรับเปลี่ยนฐานะจุดยืนของพวกเขากันอย่างไร แต่พวกเขาก็จะต้องกลับมายินยอมตกลงตามเงื่อนไขที่จีนเสนอไว้”
ทางด้านคอมเมนเตเตอร์ที่ตั้งฐานอยู่ในมณฑลเจียงซูผู้หนึ่ง ซึ่งใช้นามปากกาว่า “นักศึกษาวันใหม่” (New Day Student) แสดงความเห็น [5] ว่า “รัสเซียกำลังอยู่ในอาการกระวนกระวายหนัก เนื่องจากสงครามในยูเครน ขณะที่จีนไม่ได้ขาดแคลนแหล่งที่จะสั่งซื้อก๊าซแต่อย่างใด” เขามองว่า “ถ้ารัสเซียไม่ต้องการขาย เราก็เพียงแค่ซื้อหาจากเอเชียกลาง, ออสเตรเลีย, และกาตาร์ ต่อไปเท่านั้นเอง”
คอมเมนเตเตอร์ผู้นี้บอกว่า เป็นความจริงที่ “พวกผู้สนับสนุนรัสเซียบางรายอาจจะรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมที่จีนเรียกร้องมอสโกให้ยอมขายก๊าซในราคาที่ขายกันอยู่ภายในแดนหมีขาวเอง รวมทั้งต้องเป็นผู้จ่ายต้นทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดด้วย แต่นั่นมันมีอะไรเกี่ยวข้องกับเราด้วยล่ะ? ไม่มีใครกำลังบังคับให้รัสเซียให้ต้องขายเสียหน่อย นี่เป็นเพียงวิธีการทำงานตามกลไกของตลาดเท่านั้น”
เขากล่าวต่อไปว่า ราคาเสนอแนะซึ่งอยู่ที่ 50 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อพันลูกบาศก์เมตรนี้ เป็นเพียงราคาเปิดสำหรับการเจรจาต่อรองกัน ยังไม่ใช่ราคาเสนอสุดท้าย ถึงแม้ว่ายังไงก็ตามที ราคาก๊าซของ เพาเวอร์ ออฟ ไซบีเรีย 2 ก็จะต้องต่ำกว่าราคาของ เพาเวอร์ ออฟ ไซบีเรีย1
ทางเดินอันขรุขระของ เพาเวอร์ ออฟ ไซบีเรีย 2
โครงการเพาเวอร์ ออฟ ไซบีเรีย 2 อยู่ในระหว่างการดำเนินการมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว รัฐวิสาหกิจกาซปรอม (Gazprom) ของรัสเซีย ได้อนุมัติผลการศึกษาลู่ทางความเป็นไปได้ (feasibility study) ตั้งแต่เมื่อปี 2021 และรัฐบาลของทั้งสองประเทศสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ในทางหลักการเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทว่าเส้นทางในการก้าวเดินจนกระทั่งถึงจุดนี้ได้นั้น ห่างไกลจากสภาพรื่นฉลุยมากมายนัก
มอสโกพยายามผลักดันมาอย่างยาวนานเพื่อให้สร้างสายท่อส่งนี้ผ่านไปทางมองโกเลีย โดยหยิบยกเหตุผลว่าจะทำให้ต้นทุนค่าโครงสร้างพื้นฐานต่ำลงเมื่อเปรียบเทียบกับเส้นทางตรงจากรัสเซียเข้าสู่จีน ทว่าปักกิ่งคัดค้านไม่ยินยอม
หลังจากที่มองโกเลียลงนามในข้อตกลงเปิดน่านฟ้าเสรี (open skies agreement) กับสหรัฐฯ ตลอดจนได้เสนอเป็นหุ้นส่วนในเรื่องแร่แรร์เอิร์ธกับสหรัฐฯเมื่อเดือนสิงหาคม 2023 ความกังวลของจีนก็ยิ่งหยั่งรากลึกหนักแน่นมากขึ้นอีก ปักกิ่งมีความวิตกว่าซัปพลายก๊าซซึ่งมีเส้นทางส่งผ่านมองโกเลียที่เป็นชาติไร้ทางออกทางทะเล สักวันหนึ่งอาจจะถูกสกัดกั้น และส่งผลเป็นการบ่อนทำลายความมั่นคงทางด้านพลังงานของจีน
อย่างไรก็ดี ในที่สุดจีนก็ยอมตกลงอ่อนข้อ [6] ในเดือนกันยายนปีที่แล้ว และยอมรับเส้นทางผ่านมองโกเลีย แต่ต้องอยู่บนเงื่อนไขที่ว่ารัสเซียเห็นชอบลดค่าก๊าซให้ต่ำลงมาอย่างสำคัญ
นับตั้งแต่นั้น ภาพทางด้านพลังงานในขอบเขตกว้างขวางยิ่งขึ้น ได้เกิดการปรับเปลี่ยน [7] ไปในทางเป็นผลดีสำหรับปักกิ่งอีกด้วย ในเดือนพฤษภาคมปีนี้ จีนตกลงรื้อฟื้นการซื้อก๊าซ LNG ของสหรัฐฯ จากนั้นในวันที่ 21 มิถุนายน กระทรวงการคลังสหรัฐฯได้ออกประกาศยกเว้นพิเศษไม่ใช้มาตรการแซงก์ชั่นคว่ำบาตรเป็นเวลา 60 วัน เพื่อเปิดทางให้อิหร่านสามารถผลิตและขายน้ำมันตลอดจนผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯได้ ทั้งสองส่วนนี้รวมกันแล้ว ช่วยเหลือจีนเป็นอย่างมากในการเติมเต็มพลังงานสำรองของตนที่ได้ใช้สอยพร่องลงไปมากในช่วงเวลาที่การสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้น
ปูติน ได้พบปะหารือกับ สี ในกรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม เพียงเพื่อที่จะค้นพบว่าเงื่อนไขเรื่องราคาก๊าซจาก เพาเวอร์ ออฟ ไซบีเรีย 2 ของจีนยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง จากนั้นเขาจึงเดินทางไปยังคาซัคสถาน [8] ในวันที่ 28 พฤษภาคม เพื่อสำรวจเส้นทางขนส่งผ่านเอเชียกลางสำหรับก๊าซรัสเซียที่จะลำเลียงไปยังจีน ซึ่งหากตัดสินใจเช่นนั้นแล้ว ก็จะเท่ากับเป็นการยกเลิกการขนส่งผ่านมองโกเลียโดยสิ้นเชิง
อย่างไรก็ดี คอลัมนิสต์ซึ่งตั้งฐานอยู่ในมณฑลเหอเป่ยอีกผู้หนึ่ง แสดงความคิดเห็น [9] ว่า “การเปลี่ยนเส้นทางของสายท่อส่ง จะไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ทั้งนั้น” เขาแจกแจงว่า “เรื่องนี้โดยพื้นฐานแล้วเป็นคำถามเกี่ยวกับราคาและต้นทุนค่าใช้จ่าย ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่ารัสเซียจำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยตลาดจีน และจีนก็จำเป็นต้องมีซัปพลายด้านพลังงานที่มีเสถียรภาพ ทว่าจีนมีทางเลือกต่างๆ อยู่มากมาย และไม่มีเหตุผลใดๆ เลยที่จะต้องเร่งรีบ เราเพียงแค่ต้องรักษาฐานะของการเป็นผู้เล่นที่มีความแข็งแกร่งกว่าเอาไว้เท่านั้น”
คอลัมนิสต์ผู้นี้กล่าวต่อไปว่า “รัสเซียต่างหาก ไม่ใช่จีนเลย ที่เวลากำลังหมดลงไปทุกทีๆ จากการที่คำสั่งของสหภาพยุโรป ในเรื่องแบนก๊าซจากสายท่อส่งรัสเซียกำลังจะมีผลบังคับใชในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของปี 2027 เส้นทางผ่านคาซัคสถานสามารถที่จะกลายเป็นความจริงขึ้นมาได้หรือไม่ ย่อมขึ้นอยู่กับว่ารัสเซียมีความปรารถนาหรือเปล่าที่จะแสดงความสุจริตใจกับจีนในเรื่องราคาและการดำเนินการทางการเงิน ถ้าหากมอสโกยังคงยึดติดอยู่กับแนวความคิดเก่าๆ ในเรื่องจะต้องหาทางขายพลังงานของตนให้ได้ราคาสูงๆ และส่งผ่านต้นทุนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นไปให้คนอื่นฝ่ายอื่นแบกรับแล้ว การเปลี่ยนเส้นทางเช่นนี้ก็จะไม่สามารถทำให้เรื่องคลี่คลายไปทางไหนได้เลย”
สำหรับ ซานไห่ (Shan Hai) คอลัมนิสต์ที่ตั้งฐานอยู่ในมณฑลซานตง เขาแสดงความคิดเห็น [10] ว่า ตั้งแต่สหภาพโซเวียตพังทลายลงในปี 1991 มอสโกก็ต้องพึ่งพาอาศัยการขายพลังงานในราคาสูง และการนำเข้าสิ่งต่างๆ ที่ตนเองต้องการ โดยที่ละเลยการพัฒนาระบบนิเวศทางอุตสาหกรรมของตนเองขึ้นมา
เขาบอกว่า รัสเซียควรปฏิรูประบบเศรษฐกิจของตนด้วยการขายพลังให้จีนในราคาที่สามารถแข่งขันกับคนอื่นได้ และด้วยการเปิดประตูต้อนรับพวกผู้ผลิตทางอุตสาหกรรมของจีนเข้าไปสร้างโรงงานต่างๆ เขาชี้ให้เห็นด้วยว่ามีบางแคว้นของรัสเซียเวลานี้กำลังเริ่มนำเข้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมกลั่นจากจีน หลังจากพวกโรงกลั่นน้ำมันของพวกเขาถูกโดรนยูเครนโจมตี ซึ่งนี่หมายความว่าขนาดขอบเขตของความร่วมมือกันทางด้านพลังงานระหว่างประเทศทั้งสองกำลังมีการขยายตัว และกำลังมีลักษณะต่างตอบแทนมากขึ้นเรื่อยๆ
เชิงอรรถ
[1] https://www.wsj.com/world/russia/russia-china-agree-pipeline-plan-leaving-beijing-with-the-upper-hand-f61a92d6
[2] https://abcnews.com/International/ukraine-targets-moscow-200-drones-large-scale-attack/story?id=134807737
[3] https://oilprice.com/Energy/Energy-General/The-First-US-LNG-Shipment-To-China-Arrives.html
[4] https://baijiahao.baidu.com/s?id=1870838524963513870&wfr=spider&for=pc
[5] https://baijiahao.baidu.com/s?id=1870760097993911945&wfr=spider&for=pc
[6] https://asiatimes.com/2025/09/china-russia-gas-pact-heightens-western-sanctions-risks/
[7] https://www.cnbc.com/2026/06/23/us-iran-oil-sanction-relief-strait-of-hormuz-peace-deal-.html
[8] ttps://www.aa.com.tr/en/eurasia/putin-arrives-in-kazakhstan-for-state-visit/3949913
[9] https://baijiahao.baidu.com/s?id=1866682617706203613&wfr=spider&for=pc
[10] https://baijiahao.baidu.com/s?id=1870776627967793256&wfr=spider&for=pc


