รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯอาศัยที่ประชุมอาเซียน เพื่อโน้มน้าวชาติเอเชียช่วยอเมริกาคัดค้านอิหร่านควบคุมและเก็บค่าผ่านทางฮอร์มุซ โดยอธิบายให้มองว่ามันอาจกลายเป็นบรรทัดฐานซึ่งอันตรายสำหรับหลักการเสรีภาพในการเดินเรือและเศรษฐกิจโลก พร้อมกับโยงให้รู้สึกเป็นปัญหาใกล้ตัว โดยระบุว่าพฤติกรรมนี้อาจเกิดขึ้นได้ในทุกภูมิภาค รวมถึงเอเชีย
ในวันพุธ (22 ก.ค.) มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ร่วมประชุมประจำปีที่จัดขึ้นที่กรุงมะนิลากับบรรดารัฐมนตรีต่างประเทศสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ซึ่งแสดงความกังวลเรื่องที่การสู้รบในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านกำลังปะทุขึ้นอีกครั้ง
ทั้งนี้ รูบิโอ ย้ำเตือนว่า หากมีการสร้างบรรทัดฐานใหม่ในตะวันออกกลาง ซึ่งประเทศหนึ่งสามารถตัดสินใจเข้าควบคุมน่านน้ำสากล เก็บค่าผ่านทาง และระเบิดเรือที่ฝ่าฝืน จะกลายเป็นบรรทัดฐานที่อันตรายมาก และอาจมีการนำไปเป็นแบบอย่างในภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก ซึ่งรวมถึงในเอเชีย
การแสดงความคิดเห็นของรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันอังคาร (21) สื่อท้องถิ่นของฟิลิปปินส์เผยแพร่บทความแสดงความคิดเห็นที่รูบิโอระบุว่า ทั้งอเมริกาและอาเซียนกำลังผชิญภัยคุกคามใหม่ด้านอธิปไตย ความมั่นคง และเศรษฐกิจในทะเลจีนใต้ หากน่านน้ำดังกล่าวตกอยู่ภายใต้การควบคุมของมหาอำนาจชาติหนึ่งที่พร้อมใช้การค้าเป็นอาวุธทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งนี้แม้ไม่มีการเอ่ยนาม แต่ก็เห็นชัดว่ารูบิโอและสื่อฟิลิปปินส์กำลังหมายถึงประเทศจีน
รูบิโอยังได้เปิดการหารือกับเหล่ารัฐมนตรีต่างประเทศของ “กลุ่มคว็อด” ซึ่งประกอบด้วยอเมริกา ออสเตรเลีย อินเดีย และญี่ปุ่น เกี่ยวกับเทคโนโลยี ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม การรับมือกรณีฉุกเฉิน ตลอดจนถึงความมั่นคงทางทะเลและระหว่างประเทศ หลังจากนั้นกลุ่มนี้ได้ออกคำแถลงร่วมย้ำความมุ่งมั่นในแผนการริเริ่มด้านความมั่นคงทางทะเลเพื่อต่อต้านการขยายอิทธิพลของจีนในอินโด-แปซิฟิก
ประเด็นร้อนทะเลจีนใต้
ที่ผ่านมา คณะบริหารของทรัมป์วิจารณ์มาตลอดว่า จีนมีพฤติกรรมก้าวร้าวมากขึ้นในทะเลจีนใต้ ซึ่งทำให้ประเทศขนาดเล็กอื่นๆ ที่อ้างสิทธิ์ในน่านน้ำดังกล่าวเช่นเดียวกัน อาทิ ฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นพันธมิตรเก่าแก่ของอเมริกา ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
ข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ ซึ่งจีนอ้างสิทธิ์อธิปไตยเกือบทั้งหมด และเกี่ยวข้องกับไต้หวัน และสมาชิกอาเซียนอย่างเวียดนาม มาเลเซีย และบรูไนด้วยนั้น เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญในการประชุม 3 วันที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันอังคาร
ขณะเดียวกัน ช่วงหลายปีมานี้ ฟิลิปปินส์และจีนเผชิญหน้ากันหลายครั้ง โดยมะนิลาแสดงจุดยืนแข็งกร้าวมากขึ้นเกี่ยวกับประเด็นทะเลจีนใต้ ควบคู่กับการกระชับความสัมพันธ์แน่นแฟ้นขึ้นกับอเมริกา ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น
ระหว่างการหารือกับเกา กิมฮวน เลขาธิการอาเซียน เมื่อวันอังคาร หวังกล่าวว่า บางส่วนในหน่วยงานความมั่นคงของฟิลิปปินส์จงใจก่อการยั่วยุซึ่งเอื้อประโยชน์ต่อกองกำลังภายนอก และสำทับว่า ปักกิ่งพร้อมร่วมมือกับอาเซียนเพื่อขจัดปัจจัยแทรกแซงเหล่านั้น
นอกจากนี้ในระหว่างประชุมกับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนเมื่อวันพุธ หวัง กล่าวว่า ความไว้วางใจกันและกัน การเปิดกว้างและยอมรับความแตกต่างคือกุญแจสำคัญของความมั่งคั่ง และรากฐานสำหรับความสำเร็จ และจีนอาสาเป็นแกนหลักสำหรับสันติภาพและการพัฒนาในภูมิภาคและทั่วโลก
เจรจาทวิภาคี “มาร์โค รูบิโอ - หวัง อี้”
นอกจากนั้นในวันพุธ รูบิโอยยังพบหารือกับหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ที่เดินทางไปร่วมประชุมกับอาเซียนเช่นกัน โดยคาดกันว่าเรื่องสำคัญซึ่งทั้งคู่จะหารือกัน ได้แก่การประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำจีนกับอเมริกาในช่วงปลายเดือนก.ย. โดยที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนมีกำหนดจะเดินทางไปเยือนสหรัฐฯอย่างเป็นทางการเต็มรูปแบบ (state visit) ซึ่งรูบิโอกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ (19) ว่า วอชิงตันยังเชื่อว่า มีความเป็นไปได้
ในเวลาต่อมาของวันพุธ ภายหลังพบหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศจีนแล้ว รูบิโอ แถลงว่า เขาได้หารือกับ หวัง อย่างยาวเหยียด เกี่ยวกับความจำเป็นที่จะต้องระบุเรื่องต่างๆ ที่ทั้งสองประเทศสามารถร่วมมือกันได้ เพื่อจะได้จัดวางงานรากฐานให้ดี ทำให้การไปเยือนของ สี เป็น “การเยือนที่ได้ผลทางบวกมากๆ” ขณะเดียวกันก็เป็นงานของพวกเขาที่จะต้องบริหารจัดการความแตกต่างใหญ่ๆ ระหว่างสองประเทศ และทำให้เกิดความแน่ใจว่ามันจะไม่ปะทุจนอยู่เหนือการควบคุม
“มีเรื่องหลายๆ เรื่อง ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีความแตกต่างอย่างใหญ่โต ทั้งสองฝ่ายต่างจะยอมรับสภาพเช่นนี้ เราจะต้องทำงานฝ่าพันเรื่องเหล่านั้น และผมคิดว่าความแตกต่างเหล่านี้จะยังดำรงคงอยู่ต่อไปในอนาคตข้างหน้า”
“เห็นได้ชัดเจนว่าเราจะต้องพิทักษ์ปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติของเราเรื่อยไป และผมก็คาดหมายว่าพวกเขาก็จะทำอย่างเดียวกันตามที่พวกเขานิยามจำกัดความ (ว่าผลประโยชน์แห่งชาติอขงจีนคืออะไร) แต่ผมคิดว่ามีบางเรื่องที่มีศักยภาพที่จะร่วมมือกันได้” เขากล่าวต่อ
ทางด้าน หวัง นั้นไม่ได้พูดกับสื่อมวลชนในทันทีภายหลังการพบปะคราวนี้
การหารือระหว่าง รูบิโอ กับ หวัง ซึ่งกินเวลาประมาณ 90 นาที เกิดขึ้นขณะที่การสงบศึกอันเปราะบางระหว่างประเทศเจ้าของเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 1 และ 2 ของโลก 2 รายนี้ อาจเผชิญกับความสลับซับซ้อนยิ่งขึ้นไปอีก จากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมากล่าวหาเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วว่าจีนพยายามแทรกแซงการเลือกตั้งในสหรัฐฯ ซึ่งถูกฝ่ายปักกิ่งตอบโต้ว่าเป็น “การเสกสรรปั้นแต่งขึ้นมาล้วนๆ”
รูบิโอเผยว่า ไม่มีการหยิบยกข้อกล่าวหาเรื่องจีนแทรกแซงการเลือกตั้งขึ้นมาหารือกับ หวัง แต่อย่างใด ขณะที่มีการพูดจากันในไต้หวันและประเด็นทางการค้า รวมทั้งเรื่องคณะกรรมการการค้าระหว่างสองฝ่าย พร้อมกับเสริมว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สองประเทสสามารถพูดจากันถึงแม้มีความแตกต่างกัน
(ที่มา: เอพี/รอยเตอร์/MGRonline)


