xs
xsm
sm
md
lg

‘ทรัมป์’ไม่เหลือทางเลือกดีๆ เสียแล้ว แม้กระทั่งเมื่อคิดยกระดับสู้รบกับอิหร่านให้บานปลายขยายตัวยิ่งขึ้นไปอีก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: เกร็ก บาร์ตัน


เด็กๆ เล่นกันในบริเวณน้ำตื้นของช่องแคบฮอร์มุซ ขณะด้านหลังไกลๆ สามารถมองเห็นกลุ่มควันโขมงลอยขึ้นมาจากการระเบิด ณ พื้นที่นอกเมืองบันดาร์อับบาส ของอิหร่าน เมื่อวันจันทร์ (13 ก.ค.)
(เก็บความจากเอเชียไทมส์ https
://asiatimes.com/2026/07/trump-has-no-good-escalation-options-left-against-iran/)

Trump has no good escalation options left against Iran
by Greg Barton
17/07/2026

การถล่มโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน, การส่งกองทหารภาคพื้นดินเข้าไป, หรือการใช้อาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธี ทั้งหมดเหล่านี้ล้วนแต่มีต้นทุนค่าใช้จ่ายอันมุ่งหน้าไปสู่ความวิบัติหายนะ โดยที่ไม่ได้มีเส้นทางสู่ชัยชนะอย่างชัดเจนแต่อย่างใด

ณ ช่วงขณะแห่งความรู้สึกหยิ่งผยองอย่างชนิดไม่เกรงใจใคร ขณะนั่งกันอยู่ภายในห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาวท่ามกลางการรุมล้อมของสื่อมวลชนเมื่อปีที่แล้ว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯได้ประเคนคำต่อว่าต่อขานใส่ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน [1] เขากล่าวหาเซเลนสกีว่าไม่ได้แสดงความขอบคุณสำหรับการที่สหรัฐฯสนับสนุนยูเครนในการต่อสู้ดิ้นรนให้ตัวเองอยู่รอดต่อไปภายหลังการรุกรานของกองทหารรัสเซีย และกล่าวกับเขาด้วยคำพูดซึ่งถูกนำไปเล่าขานกันต่ออย่างกว้างขวางจนโด่งดังว่า “คุณไม่มีไพ่ที่จะเล่นได้เลยนะ”

มาถึงตอนนี้หลังจากเวลาผ่านไปราว 1 ปี มันก็เป็นคราวของทรัมป์แล้วที่ไม่มีไพ่ทีเด็ดใดๆ ซึ่งจะทำให้ได้ชัยชนะเหลืออยู่อีกแล้ว ในการเผชิญหน้ากับอิหร่าน

อิหร่านอาจจะไม่สามารถประชันขันแข่งกับสหรัฐฯได้เลยในทางการทหาร ทว่าพวกเขากำลังประสบความสำเร็จมากในการต่อรองใช้ประโยชน์จากอำนาจที่พวกเขามีเหนือช่องแคบฮอร์มุซ ทรัมป์สามารถที่จะป่าวร้องออกมาให้ดังเท่าใดก็ได้ตามต้องการ ว่าช่องแคบแห่งนี้เปิดกว้างให้ทำการเดินเรือเชิงพาณิชย์ได้อีกครั้งหนึ่งแล้ว ทว่าเขายังคงไม่สามารถทำอย่างที่พูดนี้ได้จริงๆ [2]

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐฯได้กลับถล่มบอมบ์ใส่อิหร่านอีกคำรบหนึ่ง เพื่อพยายามช่วงชิงอำนาจควบคุมเหนือฮอร์มุซออกจากกำมือเตหะราน และทรัมป์ยังอาจจะทำอะไรยิ่งกว่านี้อีก เมื่อเขาพบว่าตัวเองต้องถอยกลับมาอยู่ในสภาพถูกบีบให้จนมุมเหมือนเดิม

อิหร่านกำลังใช้อำนาจต่อรองที่ตนเองมีอยู่อย่างไรบ้าง

อำนาจต่อรองของอิหร่านที่มีเหนือช่องแคบแห่งนี้ มาจากการเล่นบทคอยป่วนคอยก่อกวน –หนึ่งในยุทธวิธีหลักในเวลาทำสงครามแบบอสมมาตร [3]

ยิ่งพวกเขาสามารถทำให้ช่องแคบต้องปิดได้นานเท่าใด แรงกดดันที่มีต่อสหรัฐฯตลอดจนพวกหุ้นส่วนของสหรัฐฯในอ่าวเปอร์เซียให้เร่งมือยุติสงครามก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ทั้งนี้ ทางน้ำสายแคบๆ สายนี้ในแต่ละวันเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซถึงราวๆ 20% ของโลก [4] รวมทั้งพวกซัปพลายทางด้านกำมะถัน, แอมโมเนีย, ยูเรีย, และฮีเลียม ปริมาณมากๆ [5]

และอย่างที่มีหลักฐานให้เห็นจากการลงมือปฏิบัติการในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา [6] กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolutionary Guard Corps หรือ IRGC) ของอิหร่าน [7] สามารถคุกคามการจราจรเชิงพาณิชย์โดยใช้โดรนหรือขีปนาวุธเข้าโจมตีเมื่อใดก็ได้ตามที่พวกเขาปรารถนา ถึงแม้สหรัฐฯทำการถล่มทิ้งระเบิดอย่างหนักหน่วงที่สุดนับตั้งแต่ที่สงครามครั้งนี้เริ่มต้นขึ้น แต่สถานที่ตั้งขีปนาวุธตามแนวชายฝั่งช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านส่วนใหญ่แล้วยังคงสามารถกลับมาปฏิบัติการได้ใหม่อีกครั้ง [8]

พิจารณาจากข้อเท็จจริงเหล่านี้ พวกบริษัทประกันภัยการเดินเรือทะเล เป็นต้นว่า ลอยด์ส แห่งลอนดอน (Lloyd’s of London) [9] ถ้าหากไม่ปฏิเสธไม่ยอมประกันภัยให้พวกเรือที่แล่นผ่านช่องแคบแห่งนี้เอาเลย ก็จะคิดค่าเบี้ยประกันแบบแพงพิเศษจนกระทั่งไม่มีใครกล้าสู้ราคา ตราบใดที่สงครามยังคงดำเนินอยู่

IRGC ไม่เพียงสามารถคุกคามการเดินเรือเท่านั้น พวกเขายังสามารถโจมตีใส่ที่ตั้งต่างๆ ในทุกๆ รัฐริมอ่าวเปอร์เซียอีกด้วย อย่างที่พวกเขากำลังกระทำอย่างขนาดใหญ่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา [10] ทั้งนี้ฐานทัพสหรัฐฯจำนวนมากตลอดทั่วภูมิภาคแถบนี้ได้รับความเสียหายอย่างหนักหน่วงทีเดียว [11]

สภาพเช่นนี้ทำให้ภาพมายาที่ว่าการมีอเมริกาเข้ามาเป็นแขกผู้มาเยือนประจำอยู่ที่บ้าน คือการรับประกันความมั่นคงปลอดภัยให้แก่รัฐอ่าวเปอร์เซียทั้งหลาย เป็นอันถูกทำลายย่อยยับลงไปอย่างสิ้นเชิง

ทำไมการบานปลายขยายตัวจึงยังคงเป็นไปได้

ความเป็นจริงจึงมีอยู่ว่า ไม่มีเส้นทางใช้กำลังทหารใดๆ [12] สามารถเปิดช่องแคบฮอร์มุซขึ้นมาใหม่ได้เลย

เวลาเดียวกันนั้น ไม่ว่าระบอบปกครองอิหรานหรือคณะรัฐบาลทรัมป์ ต่างไม่ได้ปรารถนาที่จะหวนกลับไปสู่ภาวะซึ่งความเป็นปรปักษ์กันนี้ บานปลายขยายตัวขึ้นมาอย่างมากมายอีกคำรบหนึ่ง เหตุผลสำคัญก็คือทั้งสองฝ่ายต่างมีอะไรเยอะแยะที่จะต้องสูญเสีย –เฉพาะการปฏิบัติการทางทหารเพียงอย่างเดียวเท่านั้นก็น่าจะทำให้สหรัฐฯต้องสิ้นค่าใช่จ่าย [13] ไปมากกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯแล้ว— แต่พร้อมกันนั้นทั่งสองฝ่ายก็ดูไม่ได้รับผลดีอะไรจากการปล่อยให้สงครามลากยาวยืดเยื้อไปเรื่อยๆ

อย่างไรก็ดี ต้องบอกว่าพวกสายแข็งในเตหะราน ซึ่งกำลังมีความมั่นใจมากขึ้นจากช่วงระยะเวลา 1 สัปดาห์ของการที่ประเทศชาติจัดงานศพไว้อาลัยแด่ อาลี คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดที่เสียชีวิตแบบผู้พลีชีพ ทำให้พวกเขามีความกระหายใหญ่หลวงกว่ามากสำหรับการสู้รบขัดแย้งกัน โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับพวกผู้นำสายเน้นผลทางปฏิบัติมากกว่าของประเทศอื่นๆ พวกนักวิเคราะห์เชื่อว่า ในสถานการณ์เวลานี้ อิหร่านมีความสามารถที่จะยืนหยัด [14] ต้านทานการปิดล้อมทางนาวีและการถล่มโจมตีแหลกของสหรัฐฯต่อไปได้อีกหลายๆ เดือนทีเดียว

ระบอบปกครองอิหร่านถึงแม้อาจจะอยู่ในสภาพไม่เป็นที่นิยมของประชาชนอิหร่านส่วนข้างมาก แต่พวกเขาเวลานี้ก็ดูเหมือนอยู่ในฐานะที่เข้มแข็งกว่าที่เคยเป็นมาในตอนที่สงครามครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อสิ้นเดือนกุมภาพันธ์

เวลาเดียวกันนี้ ทรัมป์ก็กำลังมีความต้องการอย่างเหลือเกินที่จะแสดงตัวให้ใครๆ มองเห็นว่าเขาคือคนหนึ่งในฝ่ายผู้ชนะ แล้วในเมื่อเวลานี้กลไกตามแบบแผนปกติของการเมืองสหรัฐฯในเรื่องการตรวจสอบและทัดทาน ซึ่งเป็นสิ่งที่คอยเหนี่ยวรั้งจำกัดอำนาจของประธานาธิบดีเอาไว้ กลับอยู่ในอาการอ่อนปวกเปียกลงไปมาก [15] ดังนั้นมันจึงมีความเสี่ยงอย่างแท้จริงที่จะเกิดการบานปลายขยายตัวแบบขาดการไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน

ตัวอย่างเช่น ทรัมป์เคยข่มขู่คุกคามเอาไว้นานแล้วที่จะโจมตีใส่พวกโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนของอิหร่าน [16] เป็นต้นว่า โรงไฟฟ้า และโรงงานทำน้ำทะเลให้เป็นน้ำจืด โดยที่การกระทำเช่นนี้อาจจุดชนวนให้ระบอบปกครองอิหร่านตอบโต้ในทำนองเดียวกัน ด้วยการเล่นงานพวกโครงสร้างพื้นฐานทางด้านพลังงานของชาติอ่าวเปอร์เซีย

อันที่จริงเรื่องเช่นนี้ได้เคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้วในสงครามครั้งนี้ นั่นคือตอนที่อิหร่านเล็งเป้าหมายโจมตีสถานที่ตั้งทางด้านพลังงานในรัฐริมอ่าวเปอร์เซียหลายต่อหลายแห่ง [17] ถ้าหากสถานที่เหล่านี้ตกเป็นเป้าหมายและกระทั่งถูกเล่นงานได้รับความเสียหายหนักอีกครั้งหนึ่ง มันก็อาจจะส่งผลกระทบอย่างยาวไกลต่อเศรษฐกิจของโลก

แล้วถ้าการขยายตัวบานปลายเช่นนี้ยังดำเนินต่อไปอีก แถมเกี่ยวข้องกับการโจมตีโดยตรงใส่พวกโรงงานทำน้ำทะเลให้เป็นน้ำจืด 400 แห่ง [18] ซึ่งพวกรัฐอ่าวเปอร์เซียต้องพึ่งพาอาศัยใช้เป็นแหล่งน้ำดื่มของพวกตนแล้ว ผลต่อเนื่องที่ตามมาก็ย่อมเป็นความวิบัติหายนะอย่างแท้จริง

นอกจากนั้นแล้ว ระบอบปกครองอิหร่านยังสามารถออกแรงบีบคั้นพวกฮูตี (Houthis) ในเยเมน ให้ยกระดับทำให้สถานการณ์บานปลาย จากเพียงแค่การสกัดขัดขวางไม่ให้เรือต่างๆ ของอิสราเอลแล่นผ่านเข้าออกช่องแคบบับ เอล-มันเดบ (Bab el-Mandeb Strait) ซึ่งตั้งอยู่ตรงปลายทางด้านใต้ของทะเลแดง เปลี่ยนมาเป็นการโจมตีเรือต่างๆ ที่ผ่านเข้าออกช่องแคบนี้ที่ถือเป็นจุดคอขวดสำคัญอีกจุดหนึ่ง [19] ทั้งนี้การค้าของโลกราวๆ 10% ทีเดียวขนส่งผ่านช่องแคบแห่งนี้แหละ [20]

จวบจนถึงเวลานี้ พวกฮูตียังไม่ได้มีท่าทีว่าต้องการโจมตีเพิ่มมากขึ้นอีก ส่วนใหญ่เนื่องจากหลังจากทำสงครามมาหลายปี พวกเขาก็สามารถทำความตกลงผ่อนคลายความตึงเครียด [21] กับซาอุดีอาระเบีย ผู้เป็นเพื่อนบ้านของพวกเขา

อย่างไรก็ตาม การสงบศึกนี้ในเวลานี้แลดูสั่นคลอนง่อนแง่นเสียแล้ว โดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์โจมตีท่าอากาศยานกรุงซานา ของเยเมน [22] เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งพวกฮูตีแถลงประณามซาอุดีอาระเบีย

การเปิดยุทธการโจมตีทางภาคพื้นดินจะกลายเป็นความหายะ

ความเป็นจริงที่ใหญ่โตยิ่งขึ้นไปกว่านี้อีก ก็คือว่า การรณรงค์ทางทหารซึ่งอาศัยการโจมตีทางอากาศเป็นสำคัญนั้น ไม่เคยประสบความสำเร็จในการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบอบปกครองใดๆ ขึ้นมาได้ นอกจากนั้นแล้ว ยังมีความเป็นจริงอีกประการหนึ่งด้วย ซึ่งก็คือ อเมริกานั้น ถึงแม้แสนยานุภาพทางทหารของพวกเขาจะแลดูน่าเกรงขามอย่างเหลือเกินก็ตามที แต่พวกเขาก็ประสบความล้มเหลวเรื่อยมาไม่เคยชนะสงครามใหญ่เลย [23] สักครั้งเดียวในรอบระยะเวลา 80 ปีหลังมานี้

การขยายปฏิบัติการทางทหารให้บานปลายขยายตัวออกไปเพื่อมุ่งเล่นงานอิหร่านอย่างหนักแน่นจริงจังใดๆ ก็ตามที จำเป็นที่จะต้องอาศัย “กองทหารราบภาคพื้นดิน” ของสหรัฐฯ ในทำนองเดียวกับตอนที่สหรัฐฯบุกเข้าไปรุกรานยึดครองอิรักเมื่อ 2 ทศวรรษก่อน กระนั้นก็ตาม บทเรียนในคราวนั้นยังคงมีอยู่ว่ากองกำลังพันธมิตรนานาชาติที่มีสหรัฐฯเป็นผู้นำซึ่งรวมกันแล้วเป็นกำลังทหารจำนวนหลายแสนคน ได้ถูกพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ายังคงไม่เพียงพอ [24] ที่จะทำให้เกิดเสถียรภาพขึ้นในประเทศนั้นภายหลังการรุกรานในปี 2003

แล้วเนื่องจากอิหร่านมีขนาดเกือบเป็น 4 เท่าตัวของอิรัก เพียงแค่เข้ายึดครองพื้นที่ชายฝั่งทางภาคใต้ของอิหร่านซึ่งภูมิประเทศเต็มไปด้วยภูเขา มันก็สุดจะขบคิดออกมาได้เสียแล้วว่าจะรวบรวมกำลังทหารซึ่งจะต้องมากมายมหาศาลกว่าครั้งบุกอิรักกันได้อย่างไร

จากการกำเนิดขึ้นมาของพวกโครนสมัยใหม่ เรายังกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการทำสงคราม [25] –ซึ่งเป็นยุคสมัยที่อิหร่านอยู่ในตำแหน่งที่สามารถหาทางใช้ประโยชน์ได้มากกว่าสหรัฐฯ ทั้งนี้อิหร่านเป็นเจ้าของขีดความสามารถทางด้านอุตสาหกรรมทางทหารที่หยั่งรากลึกอย่างโดดเด่นน่าประทับใจ ซึ่งกำลังสามารถผลิตอาวุธที่เหมาะสมแก่การทำศึกได้อย่างทัดเทียมยิ่งขึ้นอีก [26] กับสิ่งซึ่งพึงคาดหวังจากประเทศเจ้าของแสนยานุภาพทางทหารยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่างสหรัฐฯเสียด้วยซ้ำ

ความหมายโดยนัยสำหรับการเปิดยุทธการภาคพื้นดินของสหรัฐฯจึงเป็นสิ่งที่กระจ่างแจ้งชัดเจน กล่าวคือ กองกำลังอาวุธใดๆ ที่พยายามเข้ายึดครองแม้กระทั่งพื้นที่จำกัดเพียงบางส่วนของชายฝั่งอิหร่าน หรือว่า เกาะคาร์ก (Kharg Island) [27] ฮับการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน ล้วนแต่จะต้องเผชิญกับแรงต่อต้านอันน่าเกรงขาม

กระนั้นก็ตามที ยังคงมีความเสี่ยงที่จะเกิดการบานปลายขยายตัวอย่างร้ายแรงเพิ่มมากขึ้นไปอีกอยู่นั่นเอง นี่รวมไปถึงความเสี่ยงที่สหรัฐฯจะมีการใช้พวกอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธีในจำนวนเล็กน้อยอย่างยิ่ง ทว่าไม่สามารถพูดได้ว่าขี้ปะติ๋วจนไร้ความสำคัญใดๆ [28] และความเคลื่อนไหวเช่นนี้ก็จะเสมือนการจุดชนวนเริ่มต้นความชั่วร้ายทั้งหลายทั้งปวงที่จะเกิดสืบเนื่องติดตามมา [29]

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ทางเลือกที่ดีที่สุดซึ่งทรัมป์จะสามารถเลือกกระทำได้คืออะไร? การยินยอมปล่อยให้อิหร่านรักษาอำนาจควบคุมเหนือช่องแคบฮอร์มุซได้เพิ่มมากขึ้นในระดับใหม่ มันย่อมเป็นการสร้างแบบอย่างที่เลวร้ายมากๆ ชนิดซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน กระนั้นมันก็อาจจะเป็นผลลัพธ์ที่เลวร้ายน้อยที่สุด ในบรรดาผลลัพธ์ที่อาจเป็นไปได้ทั้งหลายทั้งปวง

เกร็ก บาร์ตัน ศาสตราจารย์หัวหน้าภาควิชาการเมืองอิสลามโลก (chair in global Islamic politics) , สถาบันอัลเฟรด ดีคิน เพื่อความเป็นพลเมืองและโลกาภิวัตน์ (Alfred Deakin Institute for Citizenship and Globalisation), มหาวิทยาลัยดีคิน, ออสเตรเลีย
ข้อเขียนนี้มาจากเว็บไซต์ เดอะ คอนเวอร์เซชั่น https://theconversation.com/ โดยสามารถติดตามอ่านข้อเขียนดั้งเดิมชิ้นนี้ได้ที่ https://theconversation.com/backed-into-a-corner-by-iran-over-the-strait-of-hormuz-trump-may-resort-to-even-more-reckless-escalation-287488

เชิงอรรถ
[1] https://www.bbc.com/news/articles/c2019j0w9glo
[2] https://theconversation.com/the-us-and-iran-are-back-at-war-and-with-one-main-sticking-point-theres-no-end-in-sight-287492
[3] https://theconversation.com/iran-cant-win-this-war-but-it-can-force-a-us-retreat-using-these-4-insurgency-tactics-278668
[4] https://unctad.org/publication/strait-hormuz-disruptions-implications-global-trade-and-development
[5] https://www.wto.org/english/blogs_e/data_blog_e/blog_dta_10jul26_451_e.htm
[6] https://www.bbc.com/news/articles/c8d2vn38dy1o
[7] https://www.cfr.org/backgrounders/irans-revolutionary-guards
[8] https://www.nytimes.com/2026/05/12/us/politics/iran-missiles-us-intelligence.html
[9] https://edition.cnn.com/2026/07/10/business/lloyds-of-london-strait-of-hormuz-intl
[10] https://www.aljazeera.com/news/2026/7/13/new-iran-strikes-on-gulf-as-us-attacks-escalate-what-we-know
[11] https://www.bbc.com/news/articles/c2l2yl7r8r2o
[12] https://www.cfr.org/articles/strait-of-hormuz-traffic-faced-a-long-road-to-recovery-now-the-iran-deal-is-unraveling
[13] https://defence-industry.eu/u-s-costs-from-iran-war-were-estimated-at-113-3-billion-after-108-day-conflict-and-persian-gulf-deployments/
[14] https://www.reuters.com/world/middle-east/uae-countering-iranian-air-attack-after-trump-says-ceasefire-still-effect-2026-05-08/
[15] https://www.brennancenter.org/our-work/analysis-opinion/supreme-court-chips-away-checks-and-balance
[16] https://www.washingtonpost.com/business/2026/07/07/iran-us-israel-war-oil-july-8-2026/927bbff8-7a7b-11f1-b194-f872dd4ec5aa_story.html
[17] https://theconversation.com/targeting-of-energy-facilities-turned-iran-war-into-worst-case-scenario-for-gulf-states-278730
[18] https://www.aljazeera.com/news/2026/3/12/how-much-of-the-gulfs-water-comes-from-desalination-plants
[19] https://www.aljazeera.com/economy/2026/7/14/how-new-yemen-tensions-could-complicate-the-global-energy-crisis
[20] https://www.aljazeera.com/news/2026/4/6/iran-threatens-bab-al-mandeb-closure-how-would-that-affect-world-trade
[21] https://www.eurasiareview.com/13072026-bab-el-mandeb-iran-and-the-houthis-the-strategic-calculus-of-three-circles-of-deterrence-oped/
[22] https://www.aljazeera.com/news/2026/7/14/leading-houthi-threatens-siege-on-saudi-arabia-after-yemen-airport-attack
[23] https://www.npr.org/2026/07/11/nx-s1-5886190/political-scientist-dominic-tierney-on-why-the-u-s-gets-trapped-in-conflicts-like-iran
[24] https://www.cfr.org/global-conflict-tracker/conflict/political-instability-iraq
[25] https://academic.oup.com/ia/article/102/4/1415/8726188
[26] https://www.cfr.org/articles/the-new-era-of-drone-warfare-takes-root-in-iran
[27] https://www.aljazeera.com/news/2026/7/8/trump-says-us-may-take-over-kharg-island-heres-what-you-need-to-know
[28] https://theconversation.com/what-are-tactical-nuclear-weapons-an-international-security-expert-explains-and-assesses-what-they-mean-for-the-war-in-ukraine-191167
[29] https://theconversation.com/iran-israel-threshold-war-has-rewritten-nuclear-escalation-rules-258965