xs
xsm
sm
md
lg

กัมพูชาหัวฟัดหัวเหวี่ยง!กล่าวหานักมวยไทยเป็นตัวร้าย ยั่วยุตะลุมบอนเดือดทำศึก'กุนขแมร์'ในซิดนีย์พังยับ(ชมคลิป)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เกิดเหตุตะลุมบอนบริเวณด้านข้างสังเวียนของรายการศิลปะการต่อสู้กุนแขมร์ Cambodia Kun Khmer Best of Best title event ในซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย โดยสื่อมวลชนกัมพูชากล่าวหาว่าเหตุฟาดปากกันครั้งนี้ มีขึ้นหลังจาก Songraw Petchyindee(สันนิษฐานว่าน่าจะเป็น เซราะกราว เพชรยินดี) และทีมงาน ยั่วยุเผชิญหน้ากับทีมงานกัมพูชาและบรรดาผู้สนับสนุนกุนขแมร์คนอื่นๆ ตามคำกล่าวอ้างของเจ้าหน้าที่กัมพูชา

รายงานของพนมเปญโพสต์ ระบุว่าวิดีโอที่เผยแพร่อย่างกว้างขวางบนสื่อสังคมออนไลน์ เป็นภาพของเหตุกระทบกระทั่งกัน ในนั้นรวมถึงเหตุการณ์ที่อ้างว่า Songraw เล่นงาน Pich Sophann โค้ชของฝ่ายกัมพูชาจากด้านหลัง พวกเจ้าหน้าที่กัมพูชาประณามเหตุการณ์นี้ว่าผิดวิสัยนักกีฬาและสะท้อนถึงการไม่เคารพระเบียบและจริยธรรมที่คาดหวังจากนักกีฬามืออาชีพ

พนมเปญโพสต์ อ้างคำสัมภาษณ์ของ Khov Chhay ประธานสมาคมมวยกุนขแมร์และเลขาธิการใหญ่สหพันธ์กุนขแมร์นานาชาติ กล่าวหาว่าเหตุเผชิญหน้ามีต้นต่อจากการที่ Songraw และทีมงานของเขา ละเมิดกฎระเบียบที่เห็นพ้องต้องกันในการแข่งขันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เขาอ้างว่าเดิมที Songraw ตกลงที่จะชกกับ Long Samnang ของกัมพูชา ในพิกัดน้ำหนัก 68 กิโลกรัม ซึ่งเป็นน้ำหนักที่ระบุไว้ตามสัญญาการแข่งขันอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตามระหว่างการชั่งน้ำหนักอย่างเป็นทางการ นักมวยไทยชั่งน้ำหนักได้ที่ 69.9 กิโลกรัม เกินกว่าข้อกำหนดที่เห็นพ้องต้องกัน

"เราปฏิเสธเดินหน้าการชกตั้งแต่ตอนที่ชั่งน้ำหนัก" Chhay กล่าว "อย่างไรก็ตามคู่หูออสเตรเลียของเรา ซึ่งเป็นคนจัดกิจกรรมนี้ ขอให้เราหาทางออก เพราะว่า Songraw อาศัยอยู่ในออสเตรเลียมานานหลายปี และผู้สนับสนุนของเขาราวๆ 50 คน ได้ซื้อตั๋วเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พวกเขาเกรงว่าการยกเลิการยก อาจก่อปัญหาต่างๆแก่กิจกรรมนี้"

Khov Chhay เล่าต่อมา กัมพูชา ยอมประนีประยอมเพื่อรักษาไว้ซึ่งความเป็นหุ้นส่วนในระยะยาวกับฝ่ายจัดออสเตรเลีย และส่งเสริมกิจกรรมกุนขแมร์ต่างๆนานาในอนาคต โดยภายใต้ข้อตกลงที่มีการปรับแก้ ทาง Samnang ยอมทำน้ำหนักขึ้นไปชกในพิกัด 70 กิโลกรัม โดยมีเงื่อนไขว่านักชกทั้งสองฝ่ายต้องผ่านการชั่งน้ำหนักอีกครั้งในเวลา 15 นาทีก่อนเริ่มการชก


อย่างไรก็ตาม Chhay อ้างว่าทาง Songraw ปฏิเสธขึ้นชั่งน้ำหนักก่อนการชกอีกรอบ เขาชี้ว่าหลังจากเติมน้ำกลับเข้าสู่ร่างกาย ภายหลังการชั่งน้ำหนักอย่างเป็นทางการ โดยทั่วไปนักมวยมักจะน้ำหนักเพิ่มขึ้นประมาณสองถึงห้ากิโลกรัม นั่นหมายความว่า Songraw น่าจะมีน้ำหนักเกินข้อกำหนดที่ปรับแก้ไปแล้วอยู่ดี

เพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวาย พนมเปญโพสต์อ้างว่า เจ้าหน้าที่กัมพูชาเสนอโยกการชกระหว่าง Samnang กับ Songraw จากคู่ที่ 2 ของรายการไปเป็นคู่หลักในตอนค่ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายออสเตรเลียก็เห็นพ้องด้วย เนื่องจากเชื่อว่าประเด็นพิพาทในเบื้องต้นอาจส่งผลกระทบต่อการโปรโมทการแข่งขันทั้งรายการ ที่มีผู้เเข้าชมกว่า 500 คน

อย่างไรก็ตามพนมเปญโพสต์อ้างว่า Songraw ปฏิเสธข้อเสนอ และยิ่งไปกว่านั้น หลังจาก Pich Sambath นักชกกัมพูชาชนะน็อคนักชกไทย Phonlakit Chaompram ในยกที่ 2 คว้าชัยชนะในการชิงแชมป์ จู่ๆทาง Songraw ขึ้นไปบนเวที ประกาศท้า Samnang ให้ชกกับเขาในทันที

พวกเจ้าหน้าที่กัมพูชาปฏิเสธ อ้างว่า Songraw ละเมิดกฎระเบียบการแข่งขันไปแล้วถึง 3 รอบ และภายใต้กฎระเบียบการแข่งขัน ควรถูกห้ามขึ้นชกโดยอัตโนมัติ กระนั้น Chhay อ้างว่าทาง Songraw ดูเหมือนมุ่งมั่นจะขึ้นชก หลังจากเพื่อนร่วมชาติของเขาประสบความพ่ายแพ้ "ผมคิดว่าเขาคงอยากกู้เกียรติของประเทศไทยคืนหลังจากเห็นเพื่อนร่วมทีมของเขาถูกน็อก"

Chhay กล่าวต่อว่า "เขาเริ่มก้าวร้าวมากขึ้นและพยายามทุกทางที่จะบีบให้มีการชก เพราะเขาเชื่อว่าเขามีความได้เปรียบทางร่างกาย สืบเนื่องจากน้ำหนักที่ต่างกัน แต่เราปฏิบัติตามกฎระเบียบและเงื่อนไขที่เห็นพ้องต้องกันไปแล้ว"

พนมเปญโพสต์รายงานว่า ความเห็นที่ต่างกันนี้โหมกระตุ้นการโต้เถียงอย่างเผ็ดร้อนภายในเวที บรรดาผู้สนับสนุนกัมพูชาในออสเตรเลียตะโกนประท้วงพฤติกรรมของ Songraw ดังลั่น พวกเจ้าหน้าที่กัมพูชาอ้างว่า การผลักและฉุดกระชากกันไปมา ได้ลุกลามสู่การกระทบกระทั่งลงไม้ลงมือ หลังจากทีมงานของนักชกไทย ได้ทำร้ายร่างกายกองเชียร์กุนขแมร์

ระหว่างการตะลุมบอน พนมเปญโพสต์ระบุว่า Songraw ซึ่งยังคงสวมนวม ว่ากันว่ากระโดดลงจากเวทีและชกใส่ Pich Sophann โค้ชของกัมพูชา จากด้านหลัง พวกเจ้าหน้าที่กัมพูชาให้คำจำกัดความคำกล่าวอ้างการโจมตีนี้ว่าเป็น "พฤติกรรมอันธพาล" และไม่ควรมีที่ว่างในกีฬาอาชีพ

รายงานข่าวระบุว่าในท้ายที่สุด ตำรวจและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้เข้าแยกทั้ง 2 ฝ่ายออกจากกัน และกิจกรรมที่เหลืออยู่ยังคงเดินหน้าต่อไป โดยไม่มีเหตุความวุ่นวายใดๆอีก

(ที่มา:พนมเปญโพสต์)