ผลสำรวจล่าสุด พบคนทั่วโลกมองจีนในแง่ดีกว่าอเมริกาเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 20 ปี และแม้ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีความเชื่อมั่นต่ำต่อผู้นำของทั้งสองชาตินี้ แต่ สี จิ้นผิง ยังมีคะแนนสูงกว่า โดนัลด์ ทรัมป์
พิว รีเสิร์ช เซ็นเตอร์ องค์การคลังสมองที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดในสหรัฐฯ เมื่อวันพุธ (15 กงค.) ได้เผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนกว่า 42,000 คนใน 36 ประเทศ/ดินแดน ซึ่งจัดทำขึ้นในช่วงระหว่างเดือนกพ.-พ.ค. ที่ผ่านมา อันเป็นช่วงที่อเมริกาและอิสราเอลเปิดสงครามกับอิหร่านแล้ว
ผลสำรวจพบว่า ใน 36 ประเทศเหล่านี้ มี 25 ประเทศ รวมทั้งไทยด้วย ผู้ที่ชื่นชอบจีนมีจำนวนมากกว่าอเมริกา ถือเป็นครั้งแรกที่ภาพลักษณ์ของจีนในสายตาชาวโลกดีกว่าอเมริกา นับตั้งแต่ที่พิว รีเสิร์ช จัดทำการสำรวจเช่นนี้เมื่อปี 2002
ทั้งนี้ สเปน อินโดนีเซีย อิตาลี กรีซ และแคนาดา เป็นส่วนหนึ่งของประเทศที่ผู้คนเปลี่ยนใจและมองจีนในแง่ดีขึ้นชัดเจนที่สุด โดยที่ประเทศไทยนั้น คะแนนชื่นชมจีนอยู่สูงกว่าชื่นชมอเมริกา 33%
มีเพียง 6 ประเทศที่ยังคงมองอเมริกาในแง่ดีกว่าจีน ซึ่งส่วนใหญ่คือพันธมิตรเหนียวแน่นของอเมริกันอย่าง อิสราเอล โปแลนด์ ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ อินเดีย และญี่ปุ่น
นอกจากนี้ยังพบว่า จีนได้คะแนนปีนี้ชนิดทำสถิติเพิ่มขึ้นสูงที่สุดเมื่อเทียบกับการสำรวจครั้งก่อน ในหลายประเทศ เช่น อิตาลี สเปน โคลอมเบีย เม็กซิโก อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไนจีเรีย และตุรกี
นักวิจัยของพิว รีเสิร์ช ระบุว่า โดยทั่วไปประเทศที่มีรายได้ปานกลางมีแนวโน้มมองจีนในแง่ดี ขณะที่ประเทศมั่งคั่งมีแนวโน้มมองจีนแง่ลบมากกว่า ยกเว้นสิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศที่มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ต่อหัวสูงที่สุดในบรรดาประเทศ/ดินแดนที่ทำการสำรวจ แต่มีทัศนคติแง่บวกต่อจีนในระดับสูง
ประเทศที่มองจีนแง่บวกที่สุดและแง่ลบที่สุดล้วนอยู่ในเอเชีย-แปซิฟิก คือปากีสถานที่ผู้ตอบแบบสำรวจ 90% ชื่นชอบจีน ขณะที่ญี่ปุ่นมีผู้ชื่นชอบจีนแค่ 11%
ผู้ตอบแบบสำรวจยังถูกถามว่า เชื่อมั่นว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำสิ่งที่ถูกต้องเกี่ยวกับกิจการโลกหรือไม่ ซึ่งพบว่า โดยรวมแล้วทั้งคู่ได้คะแนนต่ำกว่า 50% อย่างไรก็ตาม 22 จาก 36ประเทศ/ดินแดน ที่ทำการสำรวจ ยังคงตอบว่าเชื่อมั่นสีมากกว่าทรัมป์ โดยในจำนวนนี้รวมถึงแคนาดา เม็กซิโก และมหาอำนาจในยุโรปอย่างฝรั่งเศส เยอรมนี และสหราชอาณาจักร
คะแนนความเชื่อมั่นต่ำที่สุดที่สีได้รับคือ 7% มาจากญี่ปุ่น และสูงที่สุดคือ 83% มาจากปากีสถาน
สำหรับทรัมป์ คะแนนความเชื่อมั่นสูงที่สุดคือ 68% มาจากฟิลิปปินส์ และต่ำที่สุดคือ 4% มาจากเวสต์แบงก์/เยรูซาเลมตะวันออก
ผลสำรวจยังพบว่า แม้คนจำนวนมากยังเชื่อว่า รัฐบาลอเมริกาเคารพเสรีภาพส่วนบุคคลของประชาชนมากกว่ารัฐบาลจีน แต่ช่องว่างเริ่มหดแคบลง
พิว รีเสิร์ชยังตั้งคำถามเกี่ยวกับมุมมองที่ประเทศที่มีรายได้ปานกลางมีต่อนโยบายต่างประเทศของสองมหาอำนาจนี้ ซึ่งพบว่า 75% มองว่า อเมริกาแทรกแซงกิจการของประเทศอื่นอย่างมากหรือค่อนข้างมาก แต่มีเพียง 45% ที่คิดแบบนั้นกับจีน
ลอรา ซิลเวอร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการวิจัยทัศนคติทั่วโลกของพิว รีเสิร์ช และเป็นหนึ่งในผู้จัดทำการศึกษานี้ ชี้ว่า การที่สงครามในอิหร่านระเบิดขึ้นเชื่อมโยงโดยตรงกับความรู้สึกที่ว่า อเมริกาไม่ได้มีส่วนสนับสนุนสันติภาพและเสถียรภาพของโลก รวมถึงการที่ผู้คนเชื่อมั่นทรัมป์น้อยลง
นอกจากนั้นการที่ทรัมป์ประกาศต้องการควบคุมกรีนแลนด์ อีกทั้งส่งหน่วยรบพิเศษบุกรวบตัวอดีตประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโรของเวเนซุเอลา และการจัดการกับสงครามในกาซา ล้วนแล้วทำให้คะแนนนิยมของอเมริกาและทรัมป์ดิ่งลงในหลายประเทศ
ซิลเวอร์สำทับว่า ในส่วนจีนนั้น นอกจากได้ประโยชน์จากการที่ความทรงจำที่ไม่ดีที่หลายประเทศมีต่อแดนมังกรเกี่ยวกับการระบาดของโควิดเลือนลางลงแล้ว คะแนนของปักกิ่งยังได้มาจากการถูกนำไปเปรียบเทียบกับอเมริกา ซึ่งคนมากมายมองว่า จีนเป็นหุ้นส่วนที่วางใจได้มากกว่า และยังมีส่วนสนับสนุนสันติภาพและเสถียรภาพของโลกมากกว่า
ทางด้าน โอลิเวีย เวลส์ โฆษกทำเนียบขาว ออกมาตอบโต้รายงานของพิว รีเสิร์ช ว่า ทรัมป์ทุ่มเทเพื่อเสถียรภาพของโลกมากกว่าใคร พร้อมกับอ้างความสำเร็จของผู้นำสหรัฐฯ เช่น การทำลายโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน และการกำจัดผู้ก่อการร้ายที่ค้ายาเสพติดนับร้อยคน
ด้านสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำวอชิงตันกล่าวว่า โพลล์ล่าสุดของพิว รีเสิร์ชสะท้อนว่า ความสำเร็จในด้านธรรมาภิบาลและความก้าวหน้าในการพัฒนาของจีนได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง
(ที่มา: เอพี/บีบีซีนิวส์ )


