สื่อกัมพูชากล่าวอ้างพวกนักวิเคราะห์การเมืองในไทย โดยไม่ระบุชื่อ เรียกร้องรัฐบาลไทยให้รีบคืนดินแดนที่ยึดจากกัมพูชาไปในทันที ถ้าไม่อยากอับอายขายหน้าไปมากกว่านี้และเสียชื่อเสียงในเวทีนานาชาติ
เคบีเอ็นนิวส์ สื่อมวลชนกัมพูชา ระบุว่าความปั่นป่วนทางอุดมการณ์นี้ปะทุขึ้น หลังจากรัฐบาลไทยประสบความพ่ายแพ้ทางการทูตครั้งใหญ่ และถูกประณามโดยตรงจากประเทศต่างๆที่พูดภาษาฝรั่งเศส 99 ชาติ ต่อกรณีละเมิดอธิปไตยของกัมพูชา
เว็บไซต์ข่าวกัมพูชาแห่งนี้ อ้างว่าพวกผู้เชี่ยวชาญและพวกนักวิเคราะห์ทางภูมิรัฐศาสตร์ของไทย แสดงความขุ่นเคืองต่อความเป็นผู้นำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและกระทรวงการต่างประเทศ พวกเขาส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อความสามารถทางการทูตและความประมาทเลินเล่อ ที่ปล่อยให้ฝ่ายกัมพูชาคว้าชัยชนะอย่างถล่มทลาย ณ ที่ประชุมสมัชชารัฐสภาแห่งกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส ครั้งที่ 51 ในแคเมอรูน เมื่อเร็วๆนี้
สื่อกัมพูชาบอกว่า ณ เวทีประชมระดับโลก กัมพูชาประสบความสำเร็จในการใช้ "ยุทธศาสตร์การทูตแบบรัฐสภา" เรียกร้องประชาคมนานาชาติให้รับมติร่วมสนับสนุนบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา และเรียกร้องให้ทหารไทยถอนทหารออกจากดินแดนพิพาทในทันที
เคบีเอ็นนิวส์ อ้างพวกนักวิเคราะห์ในไทย เน้นย้ำว่ามติร่วมของ 99 ชาติในแคเมอรูน ไม่ได้กล่าวหาแค่ไทยยึดครองดินแดนแถบชายแดนอย่างผิดกฎหมาย แต่ยังแสดงความกังวลอย่างยิ่งกับการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างทางทหารของกองทัพไทย และการจัดพิธีทางศาสนาต่างๆนานาแต่เพียงฝ่ายเดียว ละเมิดที่ตั้งมรดกวัฒนธรรมโลกของกัมพูชา
เว็บไซต์ข่าวกัมพูชา บอกว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวก่อแรงกดดันทางการทูตอย่างชัดเจน กระตุ้นให้พวกผู้เชี่ยวชาญในไทยเตือนรัฐบาลของตนเองว่าการใช้กำลังหรือกลยุทธ์เตะถ่วงไม่ได้ผลอีกต่อไป เพราะว่าโลกรู้ความจริงแล้ว ดังนั้นมีเพียงแค่การถอนทหารและคืนดินแดนแก่กัมพูชาเท่านั้น ที่จะสามารถกอบกู้รักษาหน้าของประเทศได้
สื่อมวลชนกัมพูชาระบุว่าคำเตือนจากพวกนักวิเคราะห์ชาวไทยและชัยชนะทางการทูตอันน่าอัศจรรย์บนเวทีนานาชาติ(ที่ประชุมสมัชชารัฐสภาแห่งกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส )ของกัมพูชา คือหลักฐานที่ชัดเจนว่า ยุทธศาสตร์ยืนหยุดตามกรอบกฎหมายระหว่างประเทศและสันติภาพของกัมพูชา มีประสิทธิภาพเหนือกว่าการใช้กำลังทหาร
รายงานของเคบีเอ็นนิวส์ ปิดท้ายว่ารัฐบาลไทยของนายอนุทิน กำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญและกำลังเผชิญกับแรงกดดันเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ จากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ภายในโดยประชาชนของตนเองและคำแนะนำทางกฎหมายจากประชาคมนานาชาติ พร้อมระบุมันคือบทเรียนใหม่ทางประวัติศาสตร์ ที่แสดงให้เห็นว่าในยุคสมัยใหม่นี้ ไม่มีประเทศไหนสามารถขโมยหรือละเมิดเขตแดนระหว่างประเทศได้ตามอำเภอใจ
(ที่มา:เคบีเอ็นนิวส์)


