สหรัฐฯเดินหน้าโจมตีอิหร่านรอบใหม่ในวันพุธ(15ก.ค.) ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณจะเล่นงานหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการขู่ถล่มโรงไฟฟ้าและสะพานในสัปดาห์หน้า จนกว่าเตหะรานจะกลับสู่โต๊ะเจรจา อย่างไรก็ตามดูเหมือนอิหร่านจะไม่ใส่ใจ ยังคงตอบโต้ด้วยการเล่นงานฐานทัพต่างๆของอเมริกาในภูมิภาคเช่นกัน
ความเคลื่อนไหวโจมตีต่อเนื่องหลายวันติดโดยสหรัฐฯ มีขึ้นหลังจาก อิหร่าน ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกรอบ ตามหลังความเป็นปรปักษ์ระหว่างเตหะรานกับวอชิงตันโหมคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งในสัปดาห์ที่แล้ว กัดเซาะข้อตกลงหยุดยิงอันเปราะบางที่ลงนามกันในเดือนมิถุนายน หรือหลายเดือนหลังจากสู้รบเข่นฆ่าชีวิตไปหลายพันราย
กองทัพสหรัฐฯระบุในถ้อยแถลงว่า "อเมริกาได้เริ่มโจมตีรอบใหม่ ในการเดินหน้าลดศักยภาพของอิหร่านในการโจมตีเรือสินค้าที่ล่องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ" ก่อนที่ ทรัมป์ จะให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ ขู่ว่า "ผมอยากเก็บเป้าหมายทางพลังงานไว้เป็นลำดับสุดท้าย แต่ในท้ายที่สุดเราจะเล่นงานเป้าหมายทางพลังงานทั้งหลาย"
"สัปดาห์หน้าจะเป็นคิวของโรงไฟฟ้า สัปดาห์หน้าจะเป็นคิวของสะพาน เราทำทำลายโรงไฟฟ้าของพวกเขาทั้งหมด เราจะทำลายสะพานของพวกเขาทั้งหมด จนกว่าพวกเขาจะเข้าสู่โต๊ะเจรจา" ทรัมป์กล่าว พร้อมบอกต่อว่า "คณะผู้แทนเจรจาของสหรัฐฯได้ติดต่อกับคณะผู้แทนเจรจาของอิหร่าน และบอกกับพวกเขาว่า มันคงจะดีกว่าถ้าพวกคุณทำข้อตกลง"
อย่างไรก็ตามไม่นานก่อนหน้านั้น กองทัพอิหร่านในตอนเช้าวันพุธ(15ก.ค.) เปิดเผยว่าได้ปล่อยโดรนโจมตีฐานที่มั่นของสหรัฐฯในฐานทัพอัซรักของจอร์แดน แต่ทางเพนตากอนไม่ยืนยันในเรื่องนี้ นอกจากนี้แล้วกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติของอิหร่าน ยังอ้างด้วยว่าได้โจมตีอาวุธและคลังจัดเก็บในบาห์เรนและคูเวต ทว่ารอยเตอร์สไม่ยืนยันคำกล่าวอ้างนี้เช่นกัน
ก่อนหน้านี้ อิหร่านเคยโจมตีฐานทัพอากาศอัล-อัซรัก มาแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งในครั้งนั้นอิหร่านอ้างว่าสามารถทำลายโรงเก็บเครื่องบินขับไล่ F-35 ได้สำเร็จ
ความเคลื่อนไหวล่าสุดของอิหร่าน เกิดขึ้นในขณะที่กองทัพเรือสหรัฐฯ เริ่มปฏิบัติการปิดล้อมทางทะเล เพื่อขัดขวางไม่ให้เรือต่างๆ เดินทางเข้าหรือออกจากท่าเรือของอิหร่าน และกำลังดำเนินการโจมตีทางทหารต่ออิหร่านเพิ่มเติม โดยมุ่งเป้าไปที่ขีดความสามารถทางทหารบริเวณรอบช่องแคบฮอร์มุซ
"หากสหรัฐฯคิดว่า ถ้ายกระดับมาตรการต่างๆเล่นงานเรา ทั้งปฏิบัติการทางทหารและปิดล้อมทางเศรษฐกิจ แล้วเราจะยอมกลับสู่การเจรจา พวกเขากำลังคิดผิด" คาเซม อาริบาบาดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์แห่งรัฐ
(ที่มา:รอยเตอร์ส)


