เอเอฟพี - ในวันพฤหัสบดี (9 ก.ค.) อเมริกากับอิหร่านแลกหมัดดุเดือดเป็นวันที่ 2 ทรัมป์อ้างเตหะรานโทรมาเรียกร้องทำข้อตกลงโดยเร็ว ขณะที่อิหร่านลั่นวอชิงตันไม่สามารถรังแกและผิดสัญญาโดยไม่ต้องรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่ตามมาอีกต่อไป พร้อมกล่าวหาอเมริกาก่ออาชญากรรมสงครามขั้นร้ายแรงด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลเรือน จวกคณะบริหารสหรัฐฯ “ชั่วร้าย” และ “โรคจิต”
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นประเด็นขัดแย้งหลักในตะวันออกกลาง โดยเตหะรานยืนกรานมีอำนาจควบคุม แม้เส้นทางนี้เคยเปิดให้เรือสัญจรไปมาอย่างเสรีก่อนที่อเมริกาและอิสราเอลจะรวมหัวเปิดสงครามกับอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ.ก็ตาม
หลังจากที่การสู้รบปะทุขึ้นอีกครั้งเมื่อวันพุธ (8 ก.ค.) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า ข้อตกลงหยุดยิงจบสิ้นลงแล้ว แต่ยังเปิดช่องเผื่อไว้สำหรับการเจรจา และสำทับว่า การโจมตีจะสิ้นสุดลงโดยเร็ว
กองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่า การโจมตีระลอกล่าสุดมีเป้าหมายเพื่อไม่ให้อิหร่านคุกคามเสรีภาพในการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซได้อีก โดยอ้างว่า เมื่อต้นสัปดาห์เตหะรานโจมตีเรือพาณิชย์อย่างน้อย 3 ลำในน่านน้ำดังกล่าว
CENTCOM เสริมว่า ได้โจมตีเป้าหมายทางทหารราว 90 จุด ซึ่งรวมถึงสถานที่จัดเก็บขีปนาวุธและโดรน ตลอดจนถึงที่ตั้งด้านลอจิสติกส์ทางทหารตามแนวชายฝั่งของอิหร่าน
สำนักข่าว IRNA ของทางการอิหร่านรายงานว่า การโจมตีดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน และบาดเจ็บหลายคนนอกเมืองอาห์วาซทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ เป้าหมายการโจมตีของอเมริการวมถึงสะพานรถไฟทางตะวันออกเฉียงเหนือ ฐานทัพในบูเชห์ ซึ่งเป็นที่ตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์พลเรือนแห่งเดียวของอิหร่าน
ก่อนหน้านั้นมีเสียงเครื่องบินรบบินเหนือเกาะคาร์ก และเสียงระเบิดที่เมืองท่าบันดาร์อับบาส โคนารัก และชาบาฮาร์ และทำให้ไฟฟ้าดับในพื้นที่บางส่วน
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ตอบโต้ทันควันด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและที่ตั้งสำคัญในฐานทัพอเมริกาที่อาริฟจานและอาลี อัล ซาเล็มในคูเวต รวมถึงจัฟแฟร์ และชีค อิซาในบาห์เรน
สถานีทีวีของทางการอิหร่านรายงานว่า IRGC ล็อกเป้าโจมตีเป้าหมายในคูเวต บาห์เรน และกาตาร์ด้วยโดรนโจมตีแบบทางเดียว
ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ได้ยินเสียงระเบิดหลายครั้งในกรุงมานามาของบาห์เรน ขณะที่คูเวตเผยว่า ได้สกัดโดรนและขีปนาวุธของศัตรู
เมื่อคืนวันพุธ ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวระหว่างอยู่บนเครื่องบินประจำตำแหน่ง แอร์ฟอร์ซ วันว่า อิหร่านเพิ่งโทรมาและบอกว่า อยากทำข้อตกลงมาก
อย่างไรก็ดี ทรัมป์ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม เช่น คนที่โทรมาคือใคร แต่แสดงความไม่มั่นใจกับข้อตกลงและบอกว่า คนอิหร่านเพี้ยน
ต่อมาในวันพฤหัสบดี โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ หัวหน้าทีมเจรจาและประธานรัฐสภาอิหร่าน ประกาศว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดภายใต้การจัดการของอิหร่านเท่านั้น และสำทับว่า อเมริกายังไม่เรียนรู้เลยว่า ไม่สามารถรังแกและผิดสัญญาโดยไม่ต้องรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่ตามมาอีกต่อไป
กระทรวงต่างประเทศอิหร่านยังออกมาประณามอเมริกาว่า การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลเรือนที่รวมถึงสะพานรถไฟถือเป็นอาชญากรรมสงครามขั้นร้ายแรง พร้อมวิจารณ์คณะบริหารสหรัฐฯ ว่า ชั่วร้าย และโรคจิต
การโจมตีในวันพฤหัสบดี เกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงก่อนพิธีฝังศพอาลี คอเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่านที่เสียชีวิตจากการโจมตีระลอกแรกของอเมริกาและอิสราเอลเมื่อปลายเดือน ก.พ.
แอนโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ตลอดจนถึงปากีสถาน ประเทศผู้ไกล่เกลี่ยสำคัญ เรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้นสูงสุด
ด้านอิหร่านเผยว่า อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศ ได้หารือทางโทรศัพท์กับนายกรัฐมนตรีกาตาร์เมื่อวันพุธ และตอกย้ำความสำคัญของการใช้แนวทางการทูตเพื่อแก้ไขความขัดแย้งในภูมิภาค
ทั้งอเมริกาและอิหร่านต่างอ้างว่า โจมตีเป้าหมายของศัตรูหลายสิบจุดในการโจมตีระลอกแรก ขณะที่สถานีทีวีของทางการอิหร่านรายงานว่า มีทหารอิหร่านเสียชีวิต 8 นาย
ทางฝ่ายโอมานที่อยู่อีกฟากของช่องแคบฮอร์มุซ ประณามการโจมตีเรือพาณิชย์โดยไม่ได้กล่าวโทษอิหร่านตรงๆ เหมือนที่ทำมาตลอดนับแต่สงครามเริ่มต้นขึ้นเพื่อรักษาความเป็นกลาง
อย่างไรก็ดี โอมานกำลังถูกทดสอบครั้งสำคัญจากการเจรจากับอิหร่านเกี่ยวกับการจัดการฮอร์มุซ นอกจากนั้นยังเป็นที่น่าสังเกตว่า เรือทั้งสามลำที่ถูกโจมตีเมื่อวันอังคารล้วนแล้วพยายามแล่นออกจากช่องแคบนี้โดยใช้เส้นทางเลียบชายฝั่งโอมาน
ขณะเดียวกัน แม้เรือสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อีกครั้งหลังจากวอชิงตันและเตหะรานลงนามข้อตกลงเพื่อยุติการสู้รบเมื่อเดือนที่แล้ว ทว่า อาร์เซนิโอ โดมิงเกซ เลขาธิการองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ ระบุว่า ยังมีลูกเรือตกค้างอยู่ในฮอร์มุซเกือบ 6,000 คน


