xs
xsm
sm
md
lg

ใกล้ทัดเทียมไทย!เขมรสาหัสIMFปรับลดคาดการณ์ศก.ต่อเนื่อง สแกมโบเดียพ่นพิษหั่นจีดีพีเหลือขยายตัวแค่3.0%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF) ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของกัมพูชาเหลือเพียงแค่ 3% จากระดับ 4% ที่คาดประมาณการไว้ในช่วงกลางเดือนเมษายน ท่ามกลางต้นทุนทางพลังงานที่สูงขึ้นและชื่อเสียงที่ได้รับความเสียหายจากปัญหาสแกมเมอร์

ระหว่างการแถลงข่าว ณ สำนักงานกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF Resident Representative Office) ในกัมพูชา เมื่อวันพุธ(8ก.ค.) ทางสำนักข่าวพนมเปญโพสต์อ้างว่า เคนิชิโร คาชิวาเซะ หัวหน้าคณะทำงานของไอเอ็มเอฟประจำกัมพูชา ได้เน้นย้ำว่า แม้ต้องเผชิญกับความช็อคต่างๆนานาทั้งภายในและภายนอกประเทศ แต่เศรษฐกิจกัมพูชายังคงยืดหยุ่น ทว่าการเติบโตอ่อนแอลงเมื่อเทียบกับปี 2025

เขาบอกว่าการเติบโตทางจีดีพีที่แท้จริง ซึ่งได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ภายนอก การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ และการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน ชะลอตัวลงสู่ระดับ 5.3% ในปี 2025 จากระดับ 6.0% ในปี 2024 ท่ามกลางอุปสงค์ภายในประเทศ การก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ ที่ยังชะลอตัว

"คาดการณ์ว่าการเติบโตจะชะลอตัวลงไปอีกเหลือ 3% ในปี 2026 ก่อนฟื้นตัวในปี 2027 ในขณะที่ราคาพลังงานที่พุ่งสูง อุปสงค์ภายนอกอ่อนแอลงและความเสียหายต่อชื่อเสียงที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการสแกม เป็นตัวถ่วงกิจกรรมทางเศรษฐกิจและทำการท่องเที่ยวอ่อนแอ ก่อความเสี่ยงต่างๆนานาต่อเสถียรภาพทางการเงิน" ไอเอ็มเอฟอธิบายในถ้อยแถลงที่เผยแพร่ในวันพุธ(8ก.ค.)

ในถ้อยแถลง ไอเอ็มเอฟระบุว่าเงินเฟ้อเฉลี่ยของกัมพูชาอยู่ที่ 2.5% ในปี 2025 แต่พุ่งขึ้นอย่างแรงในเดือนพฤษภาคม และคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อเฉลี่ยในปี 2026 จะอยู่ที่ระดับ 5.6% สะท้อนการส่งผ่านราคาพลังงานที่สูงขึ้น ก่อนที่เงินเฟ้อจะปรับตัวลงเล็กน้อยในปี 2027 ขณะที่สกุลเงินเรียลกัมพูชายังคงมีเสถียรภาพโดยรวม และทำหน้าที่เป็นเสมือนเสาหลักทางเศรษฐกิจ

ไอเอ็มเอฟระบุว่าสถานะด้านต่างประเทศของกัมพูชาอ่อนแอลงในปี 2025 ในขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดเปลี่ยนจากที่เคยเกินดุลเล็กน้อยมาเป็นขาดดุล เนื่องจากมูลค่าการนำเข้าขยายตัวในอัตราที่สูงกว่าการส่งออก ส่วนเงินส่งกลับประเทศจากแรงงานกัมพูชาที่ทำงานในต่างแดนก็ลดลงเช่นกัน หลังจากแรงงานจำนวนมากเดินทางกลับประเทศ

กระนั้นก็ตามทางพนมเปญโพสต์ อ้างว่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศยังคงแข็งแกร่ง เงินสำรองระหว่างประเทศยังคงอยู่ในระดับที่เพียงพอ เทียบเท่ากับการนำเข้าประมาณ 8 เดือน

นอกจากนี้แล้ว ไอเอ็มเอฟ ยังให้คำแนะนำทางนโยบายต่างๆนานาแก่กัมพูชา โดยระบุว่าในกรณีแวดล้อมเช่นนี้ นโยบายการคลังควรช่วยบรรเทาผลกระทบในระยะสั้นไปพร้อมกับการรักษาวินัยทางการคลัง ขณะเดียวกันก็ควรให้การสนับสนุนครัวเรือนอ่อนแอทั้งหลายและบรรดาบริษัทที่ได้รับผลกระทบ แบบเจาะจงเป็นการชั่วคราว และหลีกเลี่ยงซ้ำเติมแรงกดดันเงินเฟ้อ ส่วนมาตรการช่วยเหลือด้านเชื้อเพลิงในวงกว้างที่มีลักษณะที่ไม่เป็นธรรมในเชิงกระจายรายได้ (regressive) ก็ควรทยอยยกเลิกเพื่อรักษาเสถียรภาพของรายได้ภาครัฐ เมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย

ไอเอ็มเอฟเน้นย้ำว่าการปฏิรูปโครงสร้างเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการเสริมเข้มแข็งแก่รูปแบบการเติบโตและความสามารถในการปรับตัวของกัมพูชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่ประเทศแห่งนี้กำลังเตรียมความพร้อม เพื่อหลุดพ้นจากสถานะประเทศพัฒนาน้อยที่สุด

ในบรรดาสิ่งที่กัมพูชาจำเป็นต้องวางกรอบให้ความสำคัญในลำดับต้นๆ มีทั้งปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำธุรกิจ ยกระดับธรรมาภิบาลและหลักนิติรัฐ ยกระดับทักษะและการรองรับแรงงานเข้าสู่ตลาดแรงงาน สนับสนุนการกระจายความเสี่ยงด้านการส่งออก และดึงดูดการลงทุนที่มีคุณภาพสูงกว่าเดิม

นอกจากนี้แล้วความมั่นคงและประสิทธิภาพด้านพลังงานที่ดียิ่งขึ้น ความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการปฏิรูปเพื่อสนับสนุนพลังงานหมุนเวียน จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยเช่นกัน รายงานของไอเอ็มเอฟระบุ

(ที่มา:พนมเปญโพสต์)