ทรัมป์ทำประชุมซัมมิตนาโตปั่นป่วนหนักในวันพุธ (8 ก.ค.) ชี้จุดยืนของกลุ่มพันธมิตรทางทหารแห่งนี้ในเรื่องกรีนแลนด์คือ “ปัญหาใหญ่” อ้างอเมริกาต้องควบคุมเกาะใหญ่ในภูมิภาคอาร์กติกนี้เพื่อปกป้องโลก พร้อมกันนี้ยังจวกสเปน “หุ้นส่วนยอดแย่” และสั่งยุติการค้าทั้งหมดกับแดนกระทิงดุ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เหน็บพันธมิตรยุโรปทันทีที่เดินทางถึงกรุงอังการา เมืองหลวงของตุรกีในวันอังคาร (7) เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอด 2 วันขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) กรณีที่ไม่ยอมให้การสนับสนุนอเมริกาในการทำสงครามกับอิหร่าน และบอกว่า ถ้าไม่ได้สนิทสนมกับประธานาธิบดีไตยิป แอร์โดอันของตุรกี ซึ่งเป็นเจ้าภาพซัมมิตครั้งนี้ เขาอาจไม่ไปร่วมประชุม
หลังจากนั้นไม่นาน ทรัมป์สั่งโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ พร้อมเพิกถอนใบนุญาตส่งออกน้ำมันของเตหะราน เพื่อตอบโต้ที่อิหร่านโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำ
เปิดแผลเก่า“กรีนแลนด์”
ประมุขทำเนียบขาวยังเปิดแผลเก่าด้วยการย้ำว่า กรีนแลนด์ ที่เป็นดินแดนกึ่งปกครองตนเองของเดนมาร์ก ผู้เป็นสมาชิกรุ่นก่อตั้งของนาโตเช่นเดียวกับสหรัฐฯ ควรอยู่ภายใต้การควบคุมของอเมริกา
ด้าน เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก ตอบกลับแข็งกร้าวว่า เดนมาร์กพร้อมปกป้องดินแดนทุกตารางนิ้วของนาโต ซึ่งรวมถึงดินแดนของเดนมาร์กเอง และย้ำว่า กรีนแลนด์ไม่ได้มีไว้ขาย
เฟรเดอริกเซนสำทับว่า หนึ่งในเหตุผลในการก่อตั้งนาโตคือ หากเกิดอะไรขึ้นกับสมาชิกชาติใดชาติหนึ่ง สมาชิกทั้งหมดพร้อมเคียงข้างสนับสนุน
อย่างไรก็ดี ในวันพุธ (8) ระหว่างการประชุมซัมมิต ทรัมป์ยังคงวกกลับมาประเด็นกรีนแลนด์อีกครั้ง โดยกล่าวว่า จุดยืนของนาโตเกี่ยวกับกรีนแลนด์คือ “ปัญหาใหญ่” หลังจากเหล่าสมาชิกพากันต่อต้านข้อเรียกร้องของทรัมป์ในการเข้าควบคุมดินแดนนี้
ทรัมป์ย้ำว่า กรีนแลนด์มีความสำคัญกับอเมริกา มากกว่าสำคัญกับเดนมาร์ก และอเมริกาต้องการกรีนแลนด์เพื่อปกป้องโลก ไม่ใช่แค่ปกป้องตัวเอง
ชำระแค้นสเปน
นอกจากนั้น ในช่วงต้นการประชุมสุดยอดนาโตวันพุธ ทรัมป์ยังประกาศว่า ได้สั่งให้รัฐมนตรีคลัง สกอตต์ เบสเซนต์ ของสหรัฐฯ ยุติการค้าทั้งหมดกับสเปนที่ถือเป็น “หุ้นส่วนยอดแย่” ในนาโต
ผู้นำสหรัฐฯ ไม่พอใจสเปนมานานแล้ว ทั้งเรื่องที่สเปนไม่เห็นด้วยกับเป้าหมายงบประมาณการทหารใหม่ของนาโตที่กำหนดไว้ที่ 5% ของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) รวมทั้งการที่ผู้นำสเปนไม่ยอมให้อเมริกาใช้ฐานทัพหรือดินแดนในการทำสงครามกับอิหร่าน
อนึ่ง ก่อนเปิดประชุมนาโตในวันพุธ มาร์ก รึตเตอ เลขาธิการนาโต ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องพยายามเอาอกเอาใจทรัมป์ แสดงความเชื่อมั่นว่า อเมริกายังคงยึดมั่นกับนาโตอย่างเต็มที่ พร้อมยกย่องการตัดสินใจของทรัมป์ในการสั่งโจมตีอิหร่านระลอกล่าสุดโดยบอกว่าจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากอิหร่านละเมิดข้อตกลงหยุดยิง
รึตเตอสำทับว่า ข้อเรียกร้องของอเมริกาให้พันธมิตรทุกชาติเพิ่มงบกลาโหมเท่าๆ กันโดยอิงกับมูลค่าจีดีพีถือว่า ยุติธรรมอย่างมาก ก่อนตั้งข้อสังเกตว่า คณะบริหารของทรัมป์คาดหวังให้ยุโรปและแคนาดาเพิ่มงบกลาโหมให้เท่าเทียมกับอเมริกา
ก่อนหน้าซัมมิตนาโตคราวนี้จะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ ด้วยงานเลี้ยงอาหารค่ำในคืนวันอังคาร รึตเตอร์และชาติสมาชิกนาโตทางยุโรปจำนวนมาก พยายามโชว์ว่า สมาชิกในยุโรปปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของทรัมป์ในการเพิ่มงบกลาโหมและลดการพึ่งพิงอเมริกา ด้วยการเปิดเผยร่างข้อตกลงจัดซื้ออาวุธมูลค่าอย่างน้อย 50,000 ล้านดอลลาร์
กระนั้น ทรัมป์ที่วิจารณ์นาโตอย่างรุนแรงตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งสมัยแรก กล่าวว่า ผิดหวังมากกับพันธมิตร และตัดพ้อว่า อเมริกาไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างเหมาะสม โดยหลายประเทศในยุโรปไม่ยอมให้อเมริกาใช้ฐานทัพและดินแดนระหว่างทำสงครามกับอิหร่าน ทั้งที่อเมริกาอัดฉีดเงินนับแสนล้านดอลลาร์และให้การสนับสนุนยุโรปมาตลอด
ย้ำจุดยืนการป้องกันร่วมกัน
มีรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้เอกอัครราชทูตของชาติสมาชิกทั้งหมดได้อนุมัติคำแถลงร่วมการประชุมสุดยอดคราวนี้ ที่มีเนื้อหาย้ำคำมั่นสัญญาในการป้องกันร่วมกัน อย่างไรก็ดี คำแถลงนี้จะมีการเผยแพร่ภายหลังได้รับการรับรองจากเหล่าผู้นำแล้วเท่านั้น
ที่ผ่านมา คณะบริหารทรัมป์พยายามผลักดันให้ยุโรปเพิ่มงบการทหารและรับผิดชอบการปกป้องตัวเองมากขึ้น ขณะที่อเมริกาเปลี่ยนเป้าหมายไปโฟกัสที่อินโด-แปซิฟิก
อเมริกายังประกาศแผนถอนทหารออกจากยุโรป ลดการส่งอาวุธสมทบแผนการปกป้องดินแดนของนาโต ซึ่งรวมถึงเรือบรรทุกเครื่องบิน เครื่องบินสำหรับเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ เครื่องบินขับไล่ และโดรน รวมทั้งเริ่มการทบทวนการประจำการทางทหารในยุโรปภายในระยะเวลา 6 เดือน
เซเลนสกี้ตื้อขอเป็นสมาชิก
วันอังคาร ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี้ เรียกร้องอีกครั้งให้นาโตรับยูเครนเข้าเป็นสมาชิก โดยอ้างว่า กองทัพบกยูเครนมีประสบการณ์สูงซึ่งจะช่วยส่งเสริมศักยภาพในการป้องกันดินแดนของนาโต
เซเลนสกี้ที่คาดว่า จะได้พบกับทรัมป์ในอังการาวันพุธ อวดความสามารถในการปรับตัวและการโจมตีลึกเข้าสู่ดินแดนชั้นในของรัสเซีย และอ้างว่า กองทัพบกยูเครนสามารถสังหารทหารรัสเซียเดือนละราว 30,000 นาย
ทั้งนี้ หลายประเทศทางเหนือ ตอนกลาง และตะวันออกของยุโรปกำลังกังวลมากขึ้นว่า รัสเซียอาจกำลังเตรียมการโจมตีแบบไฮบริด ซึ่งหมายถึงการทำสงครามตามแบบร่วมกับแท็กติก เช่น การโจมตีทางไซเบอร์ ต่อยุโรป ขณะที่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ยังไม่สามารถเผด็จศึกยูเครนได้
(ที่มา: รอยเตอร์/เอพี)


