xs
xsm
sm
md
lg

พายุฝนถล่มภาคกลาง-ใต้ของ 'จีน' ยอดดับพุ่ง 15 ราย-เจ็บกว่า 200 คน 'สี จิ้นผิง' สั่งยกระดับกู้ภัยเต็มกำลัง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สื่อรัฐบาลจีนรานงานวันนี้ (7 ก.ค.) ว่า พายุฝนฟ้าคะนองและลมแรงได้คร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน้อย 15 ราย บาดเจ็บอีก 275 ราย และสูญหายอีกอย่างน้อย 9 ราย ขณะที่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระดมกำลังในการกู้ภัยและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

สถานีโทรทัศน์ CCTV รายงานว่า หลายพื้นที่ในมณฑลหูเป่ยประสบกับ "สภาพอากาศแปรปรวนรุนแรง" เมื่อวันจันทร์ (6)

"พายุฝนฟ้าคะนองและลมแรงพัดกระหน่ำ" เมืองต่างๆ รวมถึงเมืองหวงสือและหวงกัง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และมีรายงานการเกิดพายุทอร์นาโดในบางพื้นที่

สำนักข่าวซินหวารายงานเมื่อเช้าวันอังคาร (7) ว่า "สภาพอากาศที่รุนแรง" ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 275 คนในเขตหวงโจว เมืองหวงกัง โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับความรุนแรงของการบาดเจ็บ

ทางการยังได้สั่งอพยพประชาชน 408 คนไปยังพื้นที่ปลอดภัยแล้ว และ "ปฏิบัติการกู้ภัยและบรรเทาทุกข์กำลังดำเนินอยู่" ตามรายงานของซินหวา

ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ผู้นำจีน เรียกร้องให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติการกู้ภัยอย่างเต็มกำลัง หลังจากพายุในภาคกลางและภาคใต้ทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่ม คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วไม่ต่ำกว่า 15 ราย และทำให้ประชาชนหลายหมื่นคนต้องอพยพ

สถานีโทรทัศน์ CCTV รายงานว่า สี จิ้นผิง เน้นย้ำถึง "ความจำเป็นในการจัดการปฏิบัติการกู้ภัยฉุกเฉิน การรักษาผู้บาดเจ็บ และการจัดที่อยู่อาศัยใหม่ให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงการดำเนินงานป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ"

ฝนที่ตกหนักและน้ำท่วมรุนแรงจากพายุไต้ฝุ่นไมสักคร่าชีวิตผู้คนอย่างน้อย 2 รายในภาคใต้ของมณฑลกว่างซี และทำให้ทางการต้องอพยพประชาชนอย่างน้อย 48,000 คนเมื่อเย็นวันจันทร์ (6)

เจ้าหน้าที่ในหนานหนิง เมืองหลวงของมณฑลกว'างซี ได้ยกระดับการรับมือเหตุฉุกเฉินด้านการควบคุมน้ำท่วมขึ้นสู่ระดับสูงสุด หลังจากฝนตกหนักทำให้เขื่อนหลายแห่งพังทลาย

คลิปวิดีโอที่เผยแพร่โดย CCTV แสดงให้เห็นกระแสน้ำโคลนไหลทะลักเข้าใส่คอนกรีตที่พังทลายอย่างน่าตกใจ

รายงานระบุว่า บ้านเรือนและรถยนต์ในพื้นที่อื่นๆ ของภูมิภาคนี้จมอยู่ใต้น้ำบางส่วน

เจ้าหน้าที่กู้ภัยสวมเสื้อชูชีพและหมวกนิรภัย ขณะที่บางส่วนใช้เรือยางค้นหาผู้ประสบภัย

นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า ความรุนแรงและความถี่ของเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากโลกยังคงร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มาจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล

จีนเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดในโลก แต่ก็เป็นศูนย์กลางพลังงานหมุนเวียนระดับโลกที่ตั้งเป้าหมายที่จะทำให้เศรษฐกิจขนาดใหญ่ของตนเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2060

ที่มา: เอเอฟพี