(เก็บความจากเอเชียไทมส์ https://asiatimes.com/2026/07/tech-bro-thiel-says-pope-by-criticizing-ai-serves-as-ccp-agent/)
Tech bro Thiel says Pope, by criticizing AI, serves as CCP agent
by Brad Reed
03/07/2026
มหาเศรษฐีผู้นิยมแนวคิดแบบขวาจัด อีกทั้งเป็นพี่เลี้ยงทางจิตวิญญาณของรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ แห่งสหรัฐฯผู้นี้ ยังเคยเอ่ยปากคาดเดาด้วยซ้ำว่า พวกนักวิพากษ์วิจารณ์ปัญญาประดิษฐ์ กำลังทำตามคำสั่งของ ปฎิปักษ์ของพระคริสตเจ้า (the Antichrist ดิ แอนตี้ไครสต์)
ปีเตอร์ ธีล (Peter Thiel) มหาเศรษฐีด้านเทคโนโลยีที่มีทรัพย์สินมากกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และขึ้นชื่อเรื่องแนวความคิดแบบฝ่ายขวา กำลังออกมากล่าวหาสมเด็จพระสันตะปาปา ลีโอ ที่ 14 องค์พระประมุขคริสตจักรคาทอลิก ว่า ทำงานให้แก่พรรคคอมมิวนิสต์จีน จากการที่พระองค์แสดงความคดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ [1] เรื่องผลกระทบด้านลบของปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ)
ตามรายงานทางสื่อโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นเมื่อวันพฤหัสบดี (2 ก.ค.) ที่ผ่านมา ธีล ได้กล่าวกับผู้ฟังขณะเข้าร่วมงานประชุมสัมมนา “เทศกาลแนวความคิดแอสเพน” (Aspen Ideas Festival) เมื่อวันอังคาร (30 มิ.ย.) ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองแอสเพน, รัฐโคโลราโด, สหรัฐฯ ว่า โป๊ปองค์นี้ซึ่งเป็นชาวอเมริกัน กำลังทำตัวเป็นเหมือนกับ “เส้นสายของคอมมิวนิสต์จีน” โดยไม่ได้ตั้งใจ จากการที่พระองค์เผยแพร่สมณสาสน์ (encyclical) ความยาว 42,000 คำ [2] เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีเนื้อหาสำคัญเน้นย้ำถึง “ความเสี่ยงของกระบวนการลดทอนความเป็นมนุษย์” ในตลอดทั่วโลก
ตามรายงานของซีเอ็นเอ็นระบุว่า ธีล กล่าวโต้แย้งว่า แนวความคิดชนิดนี้มีอันตรายมาก เนื่องจากมันอาจส่งผลทำให้สหรัฐฯพ่ายแพ้ให้แก่จีน ใน “การแข่งขัน” เพื่อสร้างเอไอที่มีความก้าวหน้ายิ่งขึ้นไปอีก และเพราะเหตุผลดังกล่าวนี้ ธีลกล่าวต่อไปว่า ในทางเนื้อหาสาระแล้ว พระสันตะปาปาจึง “กำลังทำงานให้แก่พวกคอมมิวนิสต์จีน” จากความพยายามที่จะแตะเบรคหยุดยั้งการพัฒนาทางด้านเอไอ
ธีล ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง เพย์พัล (PayPal) และ พาลันเทียร์ (Palantir) มีชื่อเสียงมานานแล้วในเรื่องการติเตียนประณามพวกนักวิพากษ์วิจารณ์เอไอ โดยใช้ถ้อยคำที่ดุเดือดรุนแรง ในช่วงปีที่แล้ว เขาได้ไปแสดงปาฐกถาอย่างต่อเนื่องเป็นชุด [3] ซึ่งเขาได้กล่าวโจมตีพวกที่คัดค้านต่อต้านการพัฒนาทางด้านเอไอว่า กำลังทำงานเหมือนกับเป็นสายให้แก่ ปฎิปักษ์ของพระคริสตเจ้า (the Antichrist)
(เพย์พัล PayPal เป็นบริษัทเทคโนโลยีทางการเงินที่ดำเนินกิจการระบบชำระเงินทางออนไลน์ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://en.wikipedia.org/wiki/PayPal)
(พาลันเทียร์ Palantir เป็นบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์บูรณาการข้อมูลและการวิเคราะห์ โดยเฉพาะทางด้านความมั่นคง ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://en.wikipedia.org/wiki/Palantir)
นักหนังสือพิมพ์ คริสโตเฟอร์ เฮล (Christopher Hale) ซึ่งเป็นผู้เขียนจดหมายข่าว “จดหมายจากลีโอ” (Letters From Leo) ตั้งข้อสังเกต [4] เอาไว้เมื่อวันศุกร์ (3 ก.ค.) ว่า ในอดีตที่ผ่านมา ธีลกระทั่งเคยคาดเดาว่า โป๊ปลีโออาจจะเป็น “การสำแดงตนอย่างหนึ่งของ ปรปักษ์ของพระคริสตเจ้า”
ธีล ยังบอกว่า เขาได้แนะนำรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรทางการเมืองมาอย่างยาวนานของเขา รวมทั้งได้รับเงินบริจาคก้อนโตจากมหาเศรษฐีเทคผู้นี้เพื่อนำไปใช้จ่ายสำหรับการรณรงค์หาเสียงชิงตำแหน่งวุฒิสมาชิกของเขาเมื่อปี 2022 ว่าให้เพิกเฉยอย่าได้แยแสกับคำชี้แนะด้านศีลธรรมของพระสันตะปาปา ถึงแม้ว่าตัวเขาคือผู้ที่มีอิทธิพลสำคัญยิ่งในการทำให้แวนซ์ซึ่งเคยประกาศตนเป็นผู้ไม่ศรัทธาเชื่อถือพระเจ้า หันมาเข้ารีตนับถือนิกายคาทอลิก เฮลกล่าวต่อ
“ธีล เป็นผู้ที่บ่มเพาะให้ท่านรองประธานาธิบดีมีความเชื่อความศรัทธาในนิกายคาทอลิก” เฮล เขียนเอาไว้เช่นนี้ “แต่มาถึงตอนนี้เขากลับบอกกับท่านผู้เข้าร่วมงานเทศกาลแอสเพนที่มีฐานะมั่งคั่งทั้งหลายว่า ผู้นำของนิกายนี้ทำงานให้แก่รัฐบาลคอมมิวนิสต์”
นอกจาก ธีล กล่าวโจมตีพระสันตะปาปาแล้ว เขายังเตือนเกี่ยวกับเรื่องที่ “พวกนักสังคมประชาธิปไตยเข้ายึดพรรคเดโมแครต” เอาไว้อีกด้วย โดยชี้ถึงชัยชนะเมื่อเร็วๆ นี้ของพวกผู้สมัครซึ่งหนุนหลังโดยชาวนักสังคมประชาธิปไตยแห่งอเมริกา (Democratic Socialists of America) ในการคัดเลือกรอบไพรมารีเพื่อเป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครต ทั้งในนิวยอร์กและในโคโลราโด
ธีล บอกว่า “การเข้ายึดครอง” เช่นนี้ จะสร้างความมืดมนให้สหรัฐฯ โดยเขาแสดงเหตุผลว่า “เมื่อพรรคเดโมแครตไปแล้ว ประเทศนี้ก็จบสิ้น” ทั้งนี้ตามรายงานของซีเอ็นเอ็น
ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนพฤษภาคม นิวยอร์กไทมส์รายงาน [5] ว่า ธีล เกิดความรู้สึกวิตกกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในสหรัฐฯ จนกระทั่งเขากำลังสร้าง “ที่วางเท้า” สำหรับตัวเขาเองขึ้นในอาร์เจนตินา ซึ่งปัจจุบันอยู่ใต้การปกครองของประธานาธิบดีฮาบิเอร์ มิเลย์ นักอิสรนิยม (libertarian นักเสรีนิยมที่เน้นหนักเสรีภาพส่วนบุคคล) ผู้มีความคิดอุดมการณ์คล้ายคลึงกับตัวเขา
“ธีล ผู้ซึ่งมีประวัติในเรื่องการสะสมรวบรวมประเทศที่สามารถใช้เป็นฐานสำหรับหนุนหลังตัวเขาได้ ขณะที่เขามุ่งหาแหล่งสำหรับการกระจายความเสี่ยงอันเกิดจากสหรัฐฯ และเวลานี้เขาก็กำลังพิจารณาที่จะทำให้อาร์เจนตินากลายเป็น แผน B อีกแห่งหนึ่งของเขา” นิวยอร์กไทมส์รายงานเอาไว้เช่นนี้ พร้อมกับชี้ว่า ธีล นั้น “เกิดในเยอรมนี และเติบโตขึ้นในสหรัฐฯ เขาได้รับสิทธิเป็นพลเมืองในนิวซีแลนด์เมื่อปี 2011 และก็ยื่นขอหนังสือพาสปอร์ตมอลตาในปี 2022”
(ข้อเขียนชิ้นนี้ เผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ข่าว คอมมอน ดรีมส์ https://www.commondreams.org/news/peter-thiel-pope-ai)
ปีเตอร์ ธีล คือใคร
ปีเตอร์ แอนเดรียส ธีล (Peter Andreas Thiel) เกิดวันที่ 11 ตุลาคม 1967 เป็นชาวเยอรมัน-อเมริกัน ซึ่งเป็นทั้ง ผู้ประกอบการ, นักลงทุนด้านเวนเจอร์แคปิตอล, และนักเคลื่อนไหวการเมืองสายอนุรักษนิยม เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทเพย์พัล (ปี 1998), บริษัทพาลันเทียร์ เทคโนโลจีส์ (ปี 2003), และกองทุนเพื่อการลงทุน เฟาน์เดอร์ส ฟันด์ Founders Fund (ปี 2005) เขายังเป็นนักลงทุนภายนอกคนแรกในหุ้นของเฟซบุ๊ก (ปี 2004) ตามข้อมูลของนิวยอร์กไทมส์ ณ เดือนธันวาคม 2025 ธีลมีทรัพย์สินสุทธิอยู่ประมาณ 27,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้เขาอยู่ในกลุ่ม 100 บุคคลผู้มั่งคั่งร่ำรวยที่สุดในโลก
ธีลเกิดในเยอรมนี พ่อแม่ของเขาพามาพำนักในสหรัฐฯตั้งแต่เขาอายุเพียง 1 ขวบ แล้วไม่กี่ปีต่อมา คือในปี 1971 ครอบครัวของเขาก็อพยพไปอยู่ที่นามิเบีย ซึ่งเวลานั้นถูกแอฟริกาใต้ในยุคปกครองด้วยระบอบเหยียดผิวยึดครองอยู่ ก่อนโยกย้ายกลับสหรัฐฯในปี 1977 เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาปรัชญา จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) ในปี 1989 และเรียนต่อจนจบการศึกษาทางด้านกฎหมาย (ได้รับปริญญา J.D.) ที่สแตนฟอร์ดเช่นกัน จากนั้นเขาทำงานเป็นเสมียนศาล, นักกฎหมายด้านหลักทรัพย์, นักเขียนคำปราศรัย, และเทรดเดอร์ตราสารอนุพันธ์ที่ เครดิตสวิส (Credit Suisse) เขาก่อตั้งกองทุน ธีล แคปิตอล แมเนจเมนต์ ( Thiel Capital Management) ในปี 1996 และร่วมก่อตั้ง เพย์พัล ในปี 1998 โดยที่เขาดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารจนกระทั่งกิจการถูกขายให้แก่ อีเบย์ (eBay) เมื่อปี 2002 ในราคา 1,500 ล้านดอลลาร์
จากนั้น ธีล ได้ก่อตั้ง แคลเรียม แคปิตอล (Clarium Capital) ที่เป็นกองทุนเฮดจ์ฟันด์เน้นลงทุนด้านแมคโครระดับโลก โดยตั้งฐานอยู่ในซานฟรานซิสโก เขาเปิดตัว พาลันเทียร์ ในปี 2003 โดยดำรงตำแหน่งประธานของกิจการวิเคราะห์บิ๊กดาต้าแห่งนี้ตั้งแต่ก่อตั้งเป็นบริษัทขึ้นมา ในเดือนสิงหาคม 2004 ธีล กลายเป็นนักลงทุนภายนอกคนแรกของ เฟซบุ๊ก โดยเข้าถือครองหุ้นในบริษัทนี้ 10.2% ด้วยราคา 500,000 ดอลลาร์ ในปี 2005 เขาเปิดตัวกองทุนเฟาน์เดอร์ส ฟันด์ เขายังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งกองทุนเวนเจอร์แคปิตอล วาลาร์ เวนเจอร์ส (Valar Ventures) ในปี 2010, และก่อตั้ง ธีล แคปิตอล (Thiel Capital) ในปี 2011, ร่วมก่อตั้ง มิธริล แคปิตอล (Mithril Capital) ในปี 2012 โดยเป็นประธานคณะกรรมการการลงทุนในปี 2012, และเป็นหุ้นส่วนพาร์ตไทม์รายหนึ่งของ วาย คอมบิเนเตอร์ (Y Combinator) จากปี 2015 ถึง 2017 เขาได้รับอนุมัติให้ได้เป็นพลเมืองของนิวซีแลนด์ในปี 2011 โดยที่เรื่องหลังนี้กลายเป็นเรื่องที่เกิดการถกเถียงกันมากเมื่อข่าวถูกเผยแพร่สู่สาธารณชนในปี 2017
ธีล ถูกผู้คนวิพากษ์วิจารณ์และวาดภาพตัวตนของเขาออกมาอย่างแตกต่างกันหลายหลาก มีทั้งที่บอกว่าเขาเป็นนักอิสรนิยมสายอนุรักษนิยม (conservative libertarian) และที่ระบุว่าเขาคือพวกนิยมเผด็จการที่ข้องใจสงสัยประชาธิปไตย (democracy-skeptic authoritarian) เขาถูกบรรยายเอาไว้โดย โดย เปาโล เบนันตี (Paolo Benanti) ผ่านนิตยสารออนไลน์ เลอ กรอง คงตีนอง (Le Grand Continent) ว่า “เหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมด เขาคือนักศาสนศาสตร์การเมือง (political theologian) ผู้กำลังปฏิบัติการอยู่ ณ ใจกลางของซิลลิคอนแวลลีย์” ขณะที่ มาร์ค ฮาวเวิร์ด (Mark Howard) ในผลงานการศึกษาที่ได้รับการเผยแพร่ในปี 2025 ระบุว่ ธีลเป็น “สถาปนิกทางปัญญาของจิตวิญญาณร่วมสมัยแห่งซิลิคอนแวลลีย์” (intellectual architect of Silicon Valley's contemporary ethos) โดยที่ทั้งพวกนักวิจารณ์ให้ความเห็นผ่านสื่อ (คอมเมนเตเตอร์) และนักวิชาการ ต่างพากันตรวจสอบความคงเส้นคงวาและเนื้อแท้แห่งมุมมองของธีลอยู่บ่อยครั้ง
ธีล ได้บริจาคเงินอย่างเป็นเนื้อเป็นหนังทีเดียวให้แก่ตัวบุคคลและการรณรงค์ต่อสู้ของฝ่ายขวาอเมริกัน เขาอาศัยช่องทางผ่านมูลนิธิธีล ( Thiel Foundation) ในการควบคุมดูแลการพิจารณาให้เงินทุนช่วยเหลือของหน่วยงานอย่างเช่น เบรกเอาต์ แล็บส์ (Breakout Labs) และ ธีล เฟลโลว์ชิป (Thiel Fellowship) ในปี 2016 เมื่อ บล็อก กาวเคอร์ (Gawker) เป็นฝ่ายแพ้ในคดีฟ้องร้อง โบลเลีย VS. กาวเคอร์ (Bollea vS Gawker) ธีลได้แถลงยืนยันว่าเขาได้ให้เงินทุนสู้คดีแก่ โบลเลีย (ซึ่งก็คือนักมวยปล้ำชื่อดัง ฮัลค์ โฮแกน Hulk Hogan) โดยที่ก่อนหน้านั้น กาวเคอร์ ได้เปิดโปง ธีล ว่าเป็นเกย์
ธีล กลายเป็นข่าวอื้อฉาวในช่วงหลังๆ นี้ เมื่อตอนที่อีเมลซึ่งเกี่ยวข้องกับกิจกรรมของ เจฟฟรีย์ เอปสทีน (Jeffrey Epstein) ผู้ถูกศาลสหรัฐฯตัดสินว่ากระทำความผิดฐานค้ากามเด็ก ได้ถูกนำออกมาเผยแพร่โดยคณะกรรมาธิการกำกับตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯในปี 2026 โดยที่มีอีเมลบางฉบับซึ่งเปิดเผยให้ทราบว่า วาลาร์ เวนเจอร์ส์ กองทุนหนึ่งซึ่ง ธีล เป็นผู้ร่วมก่อตั้งขึ้นในปี 2010 ได้รับเงิน 40 ล้านดอลลาร์จากเอปสทีน และ ธีล มีการเขียนอีเมลติดต่อกับ เอปสทีน เป็นเวลายาวนานถึง 5 ปีก่อนที่ เอxสทีน จะถึงแก่กรรมภายในเรือนจำ โดยในบรรดาหัวข้อที่ทั้งคู่พูดคุยกันมีเรื่อง การที่สหราชอาณาจักรถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิต) รวมอยู่ด้วย
(เฉพาะหัวข้อ ปีเตอร์ ธีล คือใคร เก็บความจากวิกิพีเดีย https://en.wikipedia.org/wiki/Peter_Thiel)
เชิงอรรถ
[1] https://www.commondreams.org/news/pope-leo-artificial-intelligence
[2] https://www.vatican.va/content/leo-xiv/en/encyclicals/documents/20260515-magnifica-humanitas.html
[3] https://www.commondreams.org/news/peter-thiel-antichrist-lecture
[4] https://www.thelettersfromleo.com/p/peter-thiel-accuses-pope-leo-xiv
[5] https://www.nytimes.com/2026/05/28/world/americas/peter-thiel-argentina.html
[6] https://www.nytimes.com/2022/10/15/technology/peter-thiel-malta-citizenship.html


