ราคาน้ำมันทรงตัวในวันจันทร์(6ก.ค.) ซื้อขายแถวๆระดับก่อนสงครามอิหร่าน หลังโอเปกพลัสอนุมัติเพิ่มเป้าหมายการผลิตและการส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซฟื้นตัว ส่วนวอลล์สตรีทปิดบวก ได้แรงหนุนจากบรรดาบริษัทที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ ขณะที่ทองคำปรับขึ้น
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 14 เซนต์ ปิดที่ 68.55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนกันยายน ลดลง 13 เซนต์ ปิดที่ 71.99 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นักลงทุนยังคงจับตาการเจรจาระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน เกี่ยวกับชะตากรรมการล่องเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมๆกับติดตามสถานการณ์การฟื้นตัวของการส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ปรับเพิ่มกำลังผลิตน้ำมันดิบใกล้ๆระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เหนือ 3.8 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนมิถุนายน หลังถอนตัวออกจากโอเปกเพื่อหลีกเลี่ยงเพดานการผลิต ความเคลื่อนไหวที่โหมกระพือความกังวลทางอุปทาน และเป็นตัวฉุดรั้งราคาน้ำมัน
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดบวกในวันจันทร์(6ก.ค.) ได้แรงหนุนจากหุ้นบอร์ดคอมและบริษัทผู้ผลิตชิปอื่นๆ ขณะที่นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นบริษัททั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ ท่ามกลางความคาดหมายต่อผลประกอบการที่แข็งแกร่งในช่วงไตรมาส 2
ดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 155.84 จุด (0.29 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 53,055.91 เอสแอนด์พี เพิ่มขึ้น 54.19 จุด (0.72 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 7,537.43 จุด แนสแดค เพิ่มขึ้น 288.49 จุด (1.12 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 26,121.16 จุด
หุ้นของบอร์ดคอมพุ่งขึ้น 3.8% หลังผู้ผลิตชิปแห่งนี้และแอปเปิล เห็นพ้องขยายข้อตกลงในการพัฒนาและจัดหาชิปแบบสั่งทำพิเศษหลากหลายรูปแบบไปจนถึงปี 2031
"นี่เป็นตลาดที่ทิ้งให้คนจำนวนมากพลาดโอกาสไป หากคุณไม่ได้ถือหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีบางตัว ถ้าคุณไม่ได้ถือหุ้นเซมิคอนดัคเตอร์ เมื่อนั้น คุณก็แทบจะพลาดช่วงที่ราคาพุ่งขึ้นไปทั้งหมดเลย" แจ็ค ดอลลาร์ไฮด์ ซีอีโอของลองโบว์ แอสเซ็ท แมนเนจเมนต์ ในรัฐโอคลาโฮมา ระบุ
"อย่างไรก็ตามผมมองว่าการปรับตัวขึ้นครั้งนี้มีความเปราะบางมาก มันมีความเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเฟดยังคงมองถึงการคงอัตราดอกเบี้ยระดับสูงไว้ในระยะยาว" เขากล่าว
ส่วนราคาทองคำขยับขึ้นในวันจันทร์(6ก.ค.) หลังข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ช่วยลดการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย โดยราคาทองคำยูเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ส งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 41.80 ดอลลาร์ หรือ 1% ปิดที่ 4,167.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์
(ที่มา:รอยเตอร์ส)


