สื่อมวลชนกัมพูชาได้ทีตีข่าวเย้ยหยัน ระบุคดีต้มตุ๋นหลอกหลอกเวลานี้กำลังแพร่ระบาดอย่างกว้างขวางในไทย และถึงขั้นฉ้อโกงชาวมุสลิม จากกรณีมีนักแสวงบุญชาวมุสลิมกว่า 100 คน ถูกล่อลวงโดยบริษัทนำเที่ยวแห่งหนึ่ง ผลก็คือทำให้คนเหล่านี้ติดค้างอยู่ที่สนามบิน ไม่ได้ไปแสวงบุญตามที่ตั้งใจไว้
kampucheathmey อ้างหนังสือพิมพ์บางกอกโสต์ รายงานในวันอาทิตย์(5ก.ค.) มีชาวมุสลิม 148 คน ซื้อแพ็คเกจเดินทางจากบริษัททัวร์ Dee Al Armin ไปยังซาอุดีอาระเบีย เพื่อเข้าร่วมพิธีอุมเราะห์ แต่ถูกโกง
ทั้งนี้ kampucheathmey รายงานอ้างบางกอกโพสต์ระบุว่าเหยื่อจ่ายเงินแก่บริษัททัวร์แห่งนี้ รายละราวๆ 700 ดอลลาร์(ประมาณ 23,000 บาท) ตั้งแต่ปีที่แล้ว เพื่อเดินทางไปยังนครเมกกะ ถึงแม้ว่าราคาที่จริงจะสูงกว่านั้นถึง 2 เท่าก็ตาม
การเดินทางถูกเลื่อนออกมา 1 หรือ 2 ครั้ง โดยทางบริษัทอ้างปัญหาเกี่ยวกับวีซ่า จนกระทั่งตารางการเดินทางถูกกำหนดออกมา เหยื่อได้เดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ แต่พบความจริงว่าพวกเขาถูกหลอก และทางบริษัท Dee Al Armin ดำเนินงานโดยไม่มีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง ไม่ได้ลงทะเบียนกับกรมการท่องเที่ยว
kampucheathmey รายงานเชิงเย้ยหยัน ระบุ ไม่ต้องหลบซ่อนกันอีกต่อไป! กรณีเหล่านี้แสดงให้โลกเห็นอย่างชัดเจนยิ่งขึ้นว่า แท้จริงแล้วประเทศไทยเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยการหลอกลวง(สแกม) และเป็นแหล่งกบดานของเจ้าพ่อค้ายาเสพติด เครือข่ายค้ามนุษย์และอาชญากร
"ปัญหานี้เป็นมะเร็งทางสังคมที่ไทยควรจัดการกับตัวเอง และหยุดกล่าวหาและกล่าวโทษประเทศอื่นเสียที" รายงานของ kampucheathmey รายงานเหน็บแนม
(ที่มา:kampucheathmey)


