ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯในวันศุกร์(26มิ.ย.) ขู่รีดภาษี 100% สินค้านำเข้าทั้งหมดจากประเทศต่างๆ ที่กำหนดมาตรการเรียกเก็บภาษีบริการดิจิทัล จากบรรดาบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่สัญชาติอเมริกาทั้งหลาย
คำขู่นี้มีขึ้นท่ามหลางความตึงเครียดที่ลากยาวระหว่างสหรัฐฯกับบรรดาประเทศยุโรป เกี่ยวกับกฎระเบียบด้านบริการดิจิทัลและนโยบายการค้า เพิ่มแนวโน้มสำหรับความขัดแย้งทางการค้ารอบใหม่ แม้ทั้ง 2 ฝ่ายเพิ่งบรรลุข้อตกลงการค้าฉบับหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว
ทรัทมป์ โพสต์ข้อความบนทรูธโซเชียล ระบุว่าสมาชิกยุโรปจำนวนหนึ่ง กำลังพูดคุยกันเกี่ยวกับการบังคับใช้ภาษีบริการดิจิทัลกับบรรดาบริษัทสหรัฐฯ และบอกว่า "ประเทศใดก็ตามที่กำหนดภาษีดังกล่าว จะต้องเจอกับมาตรการรีดภาษี 100% กับสินค้าใดๆและทุกประเภทที่ส่งออกมายังอเมริกา" เขาเขียน "อัตราภาษีศุลกากรนี้จะมีผลใช้บังคับแทนที่ข้อตกลงทางการค้าที่ทำไว้กับประเทศดังกล่าว ไม่ว่าจะบังคับใช้ หรือลงนามไปแล้วหรือไม่ก็ตาม"
คำเตือนนี้มีขึ้น 1 วันหลังจากคณะมนตรีอียู อนุมัติข้อผูกพันด้านภาษีศุลกากรที่ตกลงกับสหรัฐฯ ภายใต้คำแถลงการค้าร่วมเมื่อปีที่แล้ว โดยมันเป็นการกำจัดภาษีที่เหลืออยู่ของกลุ่ม ที่กำหนดจัดเก็บกับสินค้าต่างๆของสหรัฐฯ ที่อยู่ในข้อตกลงดังกล่าว
ไม่เป็นที่ชัดเจนว่า การตั้งท่ารีดภาษีของทรัมป์ จะกำหนดเล่นงานกับประเทศต่างๆที่บังคับจัดเก็บภาษีบริการดิจิทัลไปแล้วก่อนหน้า หรือเฉพาะกับบรรดาชาติที่กำลังออกกฎระเบียบใหม่ เพื่อทำการจัดเก็บภาษีลักษณะนี้
ฝรั่งเศส อิตาลีและสเปน ได้จัดเก็บภาษีในอัตรา 3% จากรายได้ดิจิทัลบางประเภท ส่วนสหราชอาณาจักรเก็บภาษี 2% กับบรรดาเสิร์ชเอ็นจิ้นขนาดใหญ่, แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ และตลาดออนไลน์
ออสเตรีย จัดเก็บภาษี 5% กับรายได้จากการโฆษณาทางออนไลน์ และ ตุรกี เรียกเก็บภาษีบริการดิจิทัล ในอัตรา 7.5% การจัดเก็บภาษีดังกล่าว มีแนวโน้มว่าจะส่งผลกระทบต่อบรรดาบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของอเมริกาทั้งหลาย อย่างเช่นกูเกิล, แอปเปิล, ไมโครซอฟต์ และ เมตา ที่ครองความเป็นเจ้าตลาด
ทรัมป์และอียู ยังกระทบกระทั่งกันเกี่ยวกับกฎหมายตลาดดิจิทัลและกฎหมายบริการดิจิทัลของกลุ่ม ซึ่งกำหนดภาระหน้าที่ด้านการแข่งขัน ความโปร่งใสและการกำกับดูแลเนื้อหากับบรรดาแพลตฟอร์มออนไลน์ขนาดใหญ่ เจ้าหน้าที่อเมริกาโต้แย้งว่ากฎระเบียบด้านการกำกับดูแลของอียูและภาษีดิจิทัล เป็นการเล่นงานบรรดาบริษัทของอเมริกาอย่างไม่ยุติธรรม
(ที่มา:อาร์ทีนิวส์)


