นาอิม กัสเซม ผู้นำฮิซบอลเลาะห์ ปฏิเสธข้อตกลงความมั่นคงที่มีสหรัฐฯเป็นคนกลางระหว่างเลบานอนและอิสราเอลในวันเสาร์(27มิ.ย.) หนึ่งวันหลังจากมีการลงนาม ให้คำจำกัดความมันในฐานะเป็นการยอมอ่อนข้อต่ออิสราเอล
กรณีนี้เป็นตัวอย่างล่าสุดของสถานการณ์ความเป็นปรปักษ์ที่ยังมีอยู่ แม้มีการหยุดยิงและมีข้อตกลงครั้งแล้วครั้งเล่า ขณะที่ อิสราเอล ส่งโดรนโจมตีทางใต้ของเลบานอนในวันเสาร์(27มิ.ย.)
มีประชาชนมากกว่า 1 ล้านรายในเลบานอน ถูกขับไล่ออกจากบ้านเรือน จากความขัดแย้งหนึ่งๆที่เกิดขึ้นคู่ขนานกับสงครามอิหร่านในวงกว้าง ฮิซบอลเลาะห์และอิหร่านบอกว่าวอชิงตันรับปากจะหยุดความเป็นปรปักษ์ในเลบานอน ส่วนหนึ่งในบันทึกความเข้าใจที่ลงนามกันเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ในการยุติความขัดแย้ง
กรอบการทำงานที่เห็นพ้องกันในวันศุกร์(26มิ.ย.) กำหนดให้อิสราเอลถอนตัวอย่างเป็นขั้นเป็นตอนออกจากบางพื้นที่ทางใต้ของเลบานอน เช่นเดียวกับการส่งทหารเลบานอนเข้าประจำการ แต่พอเวลาผ่านไป กองกำลังอิสราเอลยังคงปักหลักอยู่ในเขตความมั่นคงที่ขยายพื้นที่ขึ้นเรื่อยๆ
กัสเซม ระบุในถ้อยแถลงว่าเรียกมันว่า "เป็นโมฆะ" และกล่าวหารัฐบาลเลบานอน ยอมอ่อนข้อแต่เพียงฝ่ายเดียวและกำลังบ่อนทำลายอำนาจอธิปไตยของเลบานอน เขาวิพากษ์วิจารณ์ข้อกำหนดต่างๆที่เชื่อมโยงการถอนกำลังของอิสราเอลกับการปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ บอกว่ามันเท่ากับเป็นการมอบความชอบธรรมแก่การประจำการทางทหารของอิสราเอลและถือเป็นการข้ามเส้นตายทุกเส้น
"ทางกลุ่มจะเดินหน้าต่อต้านด้วยอาวุธต่อไป" เขากล่าว "เราไม่ได้ถอนตัวจากสมรภูมิในยามที่สถานการณ์ยากลำบากที่สุด และเวลานี้เราก็จะไม่ถอนตัวออกไป" เขากล่าว
ชาวเลบานอนหลายแสนคน ส่วนใหญ่เป็นมุสลิมชีอะห์ ยังคงไม่สามารถกลับสู่บ้านเรือนในพื้นที่ที่ถูกยึดครองโดยอิสราเอล พวกเขาแสดงความขุ่นเคืองต่อข้อตกลงที่นอกเหนือจากฮิซบอลเลาะห์แล้ว มันยังมีครอบคลุมถึงชาวชีอะห์ในวงกว้าง
นาบิน เบอร์ริ ประธานรัฐสภา นักการเมืองชีอะห์ระดับสูงของเลบานอน จากขบวนการอมัล ประณามข้อตกลงนี้ว่าไม่สมดุล และว่ามันจะสร้างเงื่อนไขที่เอื้อประโยชน์ต่ออิสราเอล
อิสราเอล คาทซ์ รัฐมนตรีกลาโหมของอิสราเอล ยกย่องข้อตกลงกรอบการทำงาน อ้างว่ามันอนุญาตให้อิสราเอลยังสามารถคงกองกำลังไว้ในพื้นที่ยึดครองในสิ่งที่เรียกว่า "เขตความมั่นคง" ในเลบานอน และห้ามชาวบ้านผู้พลัดถิ่นกลับสู่ถิ่นฐาน
เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ระหว่างกล่าวปราศรัยในวันเสาร์(27มิ.ย.) ได้แสดงแผนที่ของ 'พื้นที่นำร่อง' ทั้งสองแห่ง ที่อิสราเอลเห็นพ้องว่าในท้ายที่สุดแล้วจะส่งมอบคืนแก่กองกำลังเลบานอน ส่วนหนึ่งในข้อตกลง โดยหนึ่งในนั้นอยู่นอกพื้นที่ที่กองกำลังอิสราเอลเข้ายึดครองโดยสิ้นเชิง ส่วนอีกพื้นที่อยู่ริมพื้นที่ยึดครองส่วนขยาย ที่อิสราเอลประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
สำนักข่าวแห่งรัฐของเลบานอน รายงานว่าโดรนลำหนึ่งของอิสราเอลโจมตีหมู่บ้านนาบิเตียห์ อัล-ฟอว์กา ในวันเสาร์(27มิ.ย.) ซึ่งอยู่นอกเขตความมั่นคงในแผนที่ที่อิสราเอลเผยแพร่ออกมา ที่อ้างว่าเป็นดินแดนที่กองกำลังของพวกเขาจะปักหลักเดินหน้าควบคุมต่อไป
กองทัพอิสราเอลยอมรับกับรอยเตอร์สว่าได้ปฏิบัติการโจมตีดังกล่าวจริง โดยใช้โดรน แต่ยืนยันไม่มีทหารของพวกเขาในพื้นที่ พร้อมอ้างว่าการโจมตีดังกล่าวเล็งเป้าเล่นงานบุคคลรายหนึ่งซึ่งมีท่าทีเป็นภัยคุกคามกับกองกำลังอิสราเอล อย่างไรก็ตามกองทัพไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมหรือหลักฐานใดๆ
กัสเซม บอกว่าบันทึกความเข้าใจระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯที่เห็นพ้องกันเมื่อช่วงกลางเดือน ซึ่งรับประกันบูรณภาพแห่งดินแดนของเลบานอน ควรถูกใช้เป็นพื้นฐานสำหรับยุติความขัดแย้ง แทนที่จะเป็นข้อตกลงที่ลงนามในวอชิงตันเมื่อวันศุกร์(26มิ.ย.)
(ที่มา:รอยเตอร์ส)


