xs
xsm
sm
md
lg

อุตส่าห์จิกกัดไทย! สื่อกัมพูชาโอดอุดหนุนสินค้าท้องถิ่น'ล่มไม่เป็นท่า' สุดท้ายกลายเป็น'เขมรโกงเขมร'

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ซื้อด้วยความเชื่อใจ สุดท้ายกลายเป็นความผิดหวัง! สื่อกัมพูชารายงาน เวลานี้แคมเปญ "เขมรช่วยเขมร" กำลังถูกพวกพ่อค้าแม่ค้าที่ไร้จรรยาบรรณ ทำให้กลายเป็น "เขมรโกงเขมร" มีการโกงทั้งด้านคุณภาพและทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับแหล่งที่มาของสินค้า ไล่ตั้งแต่ของใช้ในครัวเรือ อาหาร ผลไม้และขายปลาเทราต์โดยอ้างว่าเป็นแซลมอน ได้ฉุดความเชื่อมั่นผู้บริโภคให้กลายเป็นศุนย์ พร้อมเตือนว่าหากเขมรยังโกงเขมรเช่นนี้ต่อไป ประชาชนจะสามารถไว้วางใจใครได้อีกในตลาดปัจจุบัน

รายงานของเคบีเอ็นนิวส์ ระบุว่าห่วงโซ่แห่งความไม่ซื่อสัตย์ในการทำธุรกิจเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มันหยั่งรากลึกและแผ่ลามไปในทุกภาคส่วน เริ่มจากตลาดผลไม้ ประชาชนต้องพบเจอกลอุบายในการขายทุเรียนเขมรแทบทุกวัน แต่ในข้อเท็จจริงมันคือทุเรียนนำเข้าที่มีสารเติมแต่งทางเคมี เช่นเดียวกับสินค้าที่นำเข้าจากประเทศไทย ที่มีการโกงน้ำหนักหรือหลีกเลี่ยงภาษี

เคบีเอ็นนิวส์ระบุว่ายังมีสิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าสำหรับในด้านสาธารณสุข ก็คือการลักลอบขนเนื้อสัตว์แช่แข็ง ลูกชิ้น และผลิตภัณฑ์จากสุกรที่ผิดกฎหมายผ่านเส้นทางเชื่อมต่อจากประเทศเพื่อนบ้าน(อย่างเช่นไทย) ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีคุณภาพแย่ ภายในมีสารเคมีต้องห้ามและมีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน ซึ่งถูกแจกจ่ายและขายในราคาต่ำ ก่อความเสี่ยงแก่สุขภาพผู้บริโภคและถือเป็นการทำธุรกิจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

รายงานข่าวของเคบีเอ็นระบุว่าสิ่งที่น่าช็อคที่สุดเมื่อเร็วๆนี้ คือเรื่องราวของคลังจัดเก็บอาหารทะเลชื่อดังแห่งหนึ่ง ที่ประชาชนไว้วางใจและให้การสนับสนุนมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ธุรกิจแห่งนี้กลับขายปราเทราต์โดยอ้างว่าเป็นปลาแซลมอน ซึ่งไม่ใช่แค่ละเมิดกฎหมายด้านความปลอดภัยทางอาหาร แต่ยังบั่นทอน "ทุนแห่งความเชื่อมั่น" ที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์แห่งนี้ ด้วยที่เป็นคลังสินค้าขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงและใช้ทุนหลายล้านดอลลาร์ ทว่ายังขาดจิตสำนึกและมีพฤติกรรมหลอกลวงเช่นนนี้ มันทำให้ประชาชนรู้สึกไม่สบายใจกว่าเดิมและรู้สึกว่าพวกเขากำลังใช้ชีวิตอยู่ในสังคมธุรกิจที่เต็มไปด้วยคำลวง

เคบีเอ็นนิวส์ ระบุต่อว่าการสูญเสียความไว้วางใจเช่นนี้ จะก่อวิกฤตร้ายแรงทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต ลำดับแรกเลย พลเมืองจะไม่ต้องการสนับสนุนสินค้าท้องถิ่นหรือร้านค้าท้องถิ่นอีกต่อไป ซึ่งทำให้แคมเปญ "ซื้อสินค้าเขมร" เจองานยากลำบากยิ่งขึ้น ลำดับ 2 คือ มันก่อวัฒนธรรมแห่งความไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกันในสังคม

เพราะฉะนั้น รายงานข่าวระบุว่า ความพยายามกอบกู้สถานการณ์ ด้วยการลงมืออย่างเร่งด่วนของคณะผู้เชี่ยวชาญของคณะกรรมการต่อต้านคอรัปชันแห่งกัมพูชา ที่ได้กำหนดโทษปรับอย่างหนักหน่วง ถือเป็นแสงแห่งความหวัง อย่างไรก็ตามมันยังไม่เพียงพอ พวกเจ้าหน้าที่ต้องยกระดับการตรวจสอบอย่างเข้มข้นเป็นประจำ ไม่ใช่แค่ช่วงที่มีการแพร่หลายหนักๆ ขณะที่ตัวนักธุรกิจเอง ก็ควรพึงระลึกว่า "ความซื่อสัตย์คือพื้นฐานของธุรกิจ" โดยหากปราศจากมโนธรรมและจริยธรรมแล้ว ไม่ใช่แค่ธุรกิจของพวกเขาจะพังครืน แต่มันจะทำลายเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมด้วย

(ที่มา:เคบีเอ็นนิวส์)