xs
xsm
sm
md
lg

จีนเร่งทั่วโลกกำกับดูแลAI ก่อน“สูญเสียการควบคุม” พร้อมกับชู ‘หัวเว่ย’ เป็นต้นแบบความสำเร็จที่ไม่พึ่งเงินอุดหนุนรัฐ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


นายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง ของจีน ขณะกล่าวปราศรัยในพิธีเปิดการประชุมประจำปี “ซัมเมอร์ดาวอส”ของ เวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรัม ที่เมืองต้าเหลียน, มณฑลเหลียวหนิง ของจีนเมื่อวันพุธ (24 มิ.ย.)
ผู้นำจีนเตือนโลกเสี่ยง “สูญเสียการควบคุม” เทคโนโลยีแนวหน้าอย่างเช่น AI หากภาครัฐเข้ากำกับดูแลช้าเกินไป พร้อมกันนี้ยังยืนยันว่า ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีของจีนไม่ได้มาจากการอุดหนุนของรัฐ แต่เป็นผลจากการทุ่มลงทุนของบริษัทเอกชนเอง โดยยกตัวอย่างหัวเว่ยที่ถูกตะวันตกกีดกันมายาวนาน

ปัจจุบัน ทั่วโลกกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับภาวะชะงักงันที่เกิดจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในตลาดแรงงานและความเสี่ยงด้านความมั่นคงจากเทคโนโลยีดังกล่าว เช่น การนำไปใช้ในสถานการณ์ความขัดแย้งเพื่อฝ่าทะลุระบบป้องกันทางไซเบอร์ ตลอดจนแนวโน้มการสร้างอาวุธชีวภาพใหม่ๆ

นายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียงของจีน กล่าวปราศรัยเมื่อวันพุธ (24 มิ.ย.) ในงานประชุมประจำปีซึ่งจัดขึ้นโดย เวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรัม (WEF) และเรียกขานกันว่า “ซัมเมอร์ดาวอส” ณ เมืองต้าเหลียน มณฑลเหลียวหนิง โดยระบุว่า เทคโนโลยีมีความคืบหน้ารวดเร็วอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และตั้งข้อสังเกตว่า AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างสรรค์นวัตกรรม อย่างไรก็ตาม โลกไม่สามารถเพิกเฉยต่อความเสี่ยงที่ชัดเจนขึ้นในการสูญเสียการควบคุมเทคโนโลยีและการละเมิดจริยธรรม และหากการกำกับดูแลพัฒนาตามไม่ทันอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ร้ายแรง

วิทยากรหลายคนในงานประชุมคราวนี้ ก็บอกว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีถูกมองว่า เป็นพลังขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ขณะเดียวกัน ปรากฏการณ์นี้ก็กระตุ้นให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการปลดพนักงานและประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์

มิเร็ก ดูเส็ก กรรมการผู้จัดการ WEF ให้สัมภาษณ์เมื่อวันอังคาร (23 ) ว่า AI นำไปสู่โอกาสใหม่ๆ ด้านการศึกษา การดูแลสุขภาพ และอีกมากมาย แต่สิ่งสำคัญสำหรับผู้มีอำนาจตัดสินใจทั่วโลกคือ ทำอย่างไรจึงจะทำให้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเป็นประโยชน์ต่อภาคเศรษฐกิจจริง

เขายังเตือนว่า เทคโนโลยีบางอย่างมีความเสี่ยงที่จะถูกต่อต้าน

จีนโต้ข้อกล่าวหา

หลี่ยังใช้โอกาสนี้ปกป้องความก้าวหน้าของจีนในด้านเทคโนโลยีแนวหน้าตั้งแต่ AI จนถึงรถยนต์ไฟฟ้า โดยปฏิเสธข้อกล่าวหาจากฝ่ายตะวันตกที่ว่า ความสำเร็จเหล่านั้นเกิดขึ้นเนื่องจากรัฐให้การอุดหนุนธุรกิจท้องถิ่น

หลี่ยกตัวอย่างหัวเว่ยที่ถูกต่างชาติกีดกันยาวนาน แต่ไม่ได้เอ่ยชื่ออเมริกาหรือสหภาพยุโรป (อียู) ที่จำกัดบทบาทของหัวเว่ยในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ และสำทับว่า ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของจีนเป็นผลมาจากการทุ่มทุนมหาศาลของบริษัทเอกชนเอง

หลี่แจงว่า คนชอบพูดว่า เหตุผลหลักที่ทำให้ผลิตภัณฑ์จีนแข่งขันได้ เพราะรัฐบาลขยายมาตรการอุดหนุน ซึ่งไม่เป็นความจริงเพราะรัฐบาลจีนไม่ได้ร่ำรวยขนาดจะทำเช่นนั้นได้

นักวิเคราะห์ระบุว่า ปักกิ่งอาจเผชิญสงครามการค้ากับยุโรปเร็วๆ นี้ ขณะที่บรัสเซลส์ออกมาแสดงความกังวลมากขึ้นเช่นเดียวกับวอชิงตันเกี่ยวกับการที่ปักกิ่งให้การสนับสนุนบริษัทท้องถิ่น และความเสี่ยงที่บริษัทจีนอาจครอบงำเทคโนโลยีสำคัญที่รวมถึง AI บิ๊กดาต้า และการผลิต

หลี่ยังเน้นย้ำความสำเร็จของจีนในด้านจรวดที่ใช้ซ้ำได้ เทคโนโลยีควอนตัม และเซมิคอนดักเตอร์ และชี้ว่า นักวิจัยจีนกำลังใช้โทเคน AI เพื่อแสวงหาความก้าวหน้าใหม่ๆ อย่างรวดเร็ว

อนึ่ง เมื่อต้นเดือน กระทรวงกลาโหมอเมริกาได้เพิ่มรายชื่อบริษัทที่ให้การสนับสนุนกองทัพจีนเป็น 188 แห่ง สะท้อนความกังวลว่า กองทัพจีนอาจใช้ภาคเอกชนเพื่อส่งเสริมความก้าวหน้าทางการทหาร

หลี่เสริมว่า จีนจะมีส่วนร่วมในการหารือระดับโลกเกี่ยวกับการกำกับดูแล AI และเทคโนโลยีแนวหน้าอื่นๆ อย่างมีความรับผิดชอบและสร้างสรรค์ต่อไป ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า การหารือดังกล่าวจะมีผลอย่างมากต่อการใช้เทคโนโลยีเหล่านั้นทั้งในสนามรบและชีวิตของผู้คน

(ที่มา: เอเอฟพี/รอยเตอร์)