xs
xsm
sm
md
lg

พึ่งพาไม่ได้แล้ว!เนทันยาฮูกร้าวยิวต้องเป็นอิสระทางทหารจากUS หลังโดนทรัมป์เทหันไปเจรจายุติศึกอิหร่าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ระบุเมื่อวันอังคาร(23มิ.ย.) อิสราเอลจำเป็นต้อง "เป็นอิสระ" จากการพึ่งพาทางทหารสหรัฐฯ และต้องพัฒนาศักยภาพการผลิตอาวุธของตนเอง อ้างว่ามันมีความจำเป็นสำหรับสนับสนุนการสู้รบที่ยังคงดำเนินอยู่กับอิหร่านและกลุ่มตัวแทนทั้งหลายของเตหะราน

เนทันยาฮู กล่าวว่า "ผมซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับแรงสนับสนุนที่เราได้รับ และสิ่งที่ผมได้รับมาตลอดหลายปี จากมิตรสหายอเมริกาของเรา" เขาระบุ "แต่วันนี้ ผมอยากบอกว่า เราจำเป็นต้องมีระบบผลิตอาวุธที่เป็นอิสระของเราเอง เราต้องผลิตอาวุธของเราเอง"

"ตอนนี้เรากำลังเผชิญหน้ากับอิหร่านและกลุ่มตัวแทนของพวกเขา เราโจมตีพวกเขาอย่างหนัก มันยังไม่จบ แต่ขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งของเรา เราจะอยู่ในจุดไหนในอีก 30 ปีข้างหน้า มันขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งของเรา" นายกรัฐมนตรีอิสราเอลกล่าว "เราจำเป็นต้องปลดปล่อยตนเองจากการพึ่งพา เดินหน้าสร้างสร้างความแข็งแกร่งให้มากขึ้นเรื่อยๆ บูรณการมากขึ้นและนำเทคโนโลยีมาใช้ให้มากกว่าเดิม ฝึกฝนและมีผู้บัญชาการรุ่นต่อๆไปมากขึ้น เพราะว่าในท้ายที่สุดแล้ว สิ่งเหลานี้จะเป็นตัวกำหนดสถานะของเรา"

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯและอิสราเอลเผยว่าการเจรจาที่เริ่มขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ เกี่ยวกับกรอบความร่วมมือด้านความมั่นคงอเมริกา-อิสราเอลฉบับใหม่อายุ 10 ปี เป็นความพยายามหาทาง "เปลี่ยนผ่านอย่างค่อยเป็นค่อยไป" จากความช่วยเหลือไปสู่ความร่วมมือที่ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์อย่างสมบูรณ์

ผู้นำรายนี้ประกาศมานานหลายเดือนแล้วว่า จะยุติความช่วยเหลือทางทหารที่สหรัฐฯมอบแก่อิสราเอลในทศวรรษหน้า แต่ความเห็นในวันอังคาร(23มิ.ย.) มีขึ้นในช่วงเวลาที่เคร่งเครียดอย่างยิ่ง ท่ามกลางความกังวลมากขึ้นในอิสราเอล เกี่ยวกับกรณีที่อเมริกาจำกัดความเสรีในการดำเนินการต่างๆของรัฐยิว

ตามหลังเปิดฉากทำสงครามกับอิหร่านร่วมกับสหรัฐฯในเดือนกุมภาพันธ์ อิสราเอลต้องพบว่าพวกเขาถูกเขี่ยพ้นทางในกระบวนการเจรจาในเวลาต่อมาระหว่างวอชิงตันกับเตหะราน

อิสราเอล ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเจรจาบันทึกความเข้าใจที่เห็นพ้องต้องกันระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านในสัปดาห์ที่แล้ว แต่เงื่อนไขในประโยคเกริ่นนำในข้อตกลง ซึ่งมีเป้าหมายยุติสงครามอย่างถาวรและปฏิเสธการหวนคืนสู่การสู้รบใดๆ บ่งชี้ว่ามันมีพันธะผูกพันกับทั้งสหรัฐฯ อิหร่านและพันธมิตรของทั้ง 2 ฝ่าย

เอ็มโอยู อ้างถึงทุกแนวรบ ในนั้นรวมถึงเลบานอน และเตหะรานเรียกร้องให้อิสราเอลถอนกำลังออกจากประเทศแห่งนี้ บริเวณที่กำลังพลของรัฐยิวกำลังสู้รบกับพวกฮิซบอลเลาะห์ ที่เปิดฉากโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 2 มีนาคม ในความเคลื่อนไหวสนับสนุนอิหร่าน

เบื้องต้น อิสราเอล ปฏิเสธถอนกำลังอกจากเลบานอน จนกว่าภัยคุกคามจากพวกฮิซบอลเลาะห์จะถูกขุดรากถอนโคน อย่างไรก็ตามครั้งที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ถูกถามในสัปดาห์ที่แล้ว ว่าเขาจะสามารถควบคุมอิสราเอลจากการโจมตีเลบานอนได้หรือไม่ ผู้นำอเมริกาตอบว่าเขาทำได้ พร้อมระบุ "พวกเขาให้ความเคารพผมอย่างมาก และพวกเขาจะทำตามที่ผมพูด"

กระนั้นก็ตามเจ้าหน้าที่อิสราเอลบางส่วน ออกมาพูดคัดค้านอย่างเปิดเผยต่อเอ็มโอยูฉบับนี้ ที่มีผลบังคับใช้โดยไม่บรรลุเป้าหมายสำคัญใดๆในสงคราม โดยเน้นถึงความจำเป็นต้องกำจัดโครงการนิวเคลียร์และโครงการขีปนาวุธของอิหร่าน และก่อสภาพแวดล้อมต่างๆสำหรับการล้มระบอบปกครอง เนทันยาฮู อ้างว่าได้บรรลุเป้าหมายหลังสุด แต่ข้อเท็จจริงคือไม่พบเห็นสัญญาณใดๆบ่งว่าระบอบปกครองของสาธารณรัฐอิสลามตกอยู่ในอันตราย

(ที่มา:เยรูซาเลมโพสต์)