การที่ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ปฏิเสธหารือเกี่ยวกับการกลับมาเปิดชายแดนทางบกระหว่างพุดคับกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย ถือเป็นการส่งสัญญาณจุดยืนที่แข็งกร้าว ว่าพนมเปญให้ความสำคัญลำดับต้นๆของการปักปันเขตแดนและประเด็นด้านอาณาเขต ก่อนฟื้นฟูการค้าและการเดินทางข้ามพรมแดน หนังสือพิมพ์ขแมร์ไทม์สรายงานอ้างความเห็นของนักวิเคราะห์เขมร พร้อมชี้ว่าผู้นำกัมพูชาใช้ท่าทีดังกล่าว เพื่อบีบไทยให้เร่งรีบดำเนินการด้านกำหนดแนวเขตแดน
รายงานข่าวของขแมร์ไทม์ส เกริ่นว่า ฮุน มาเนต ส่งสารดังกล่าวระหว่างพบปะอย่างไม่เป็นทางการกับนายอนุทิน รอบนอกการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน-รัสเซีย สมัยพิเศษ เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบความสัมพันธ์ 35 ปี ในเมืองคาซาน ประเทศรัสเซีย ระหว่างวันที่ 17 ถึง 18 มิถุนายน ที่ผ่านมา
ในข้อความที่โพสต์บนเฟซบุ๊กเมื่อวันศุกร์(19 มิ.ย.) ฮุน มาเนต เน้นย้ำจุดยืนของกัมพูชา ในประเด็นชายแดนกับไทย ระบุว่าพนมเปญยังคงมุ่งมั่นที่จะคลี่คลายข้อพิพาทด้วยสันติวิธีและสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ แต่เขาบอกกับนายกรัฐมนตรีของไทย แสดงจุดอย่างชัดเจนว่า ปัจจุบันการกลับมาเปิดด่านชาแดนทางบก ไม่ใช่สิ่งที่เขาให้ความสำคัญสูงสุด "ในเรื่องการเปิดชายแดนทางบก ไม่มีความจำเป็นต้องพูดคุยกันในตอนนี้" ตามรายงานของขแมร์ไทม์ส อ้างคำพูดของผู้นำกัมพูชา
รายงานของขแมร์ไทม์ส อวดอ้างว่าความเห็นล่าสุดของ ฮุน มาเนต ถือเป็นการส่งสัญญาณเปลี่ยนแปลงจุดยืนของกัมพูชา จากครั้งที่ไทยทำการปิดด่านชายแดนแต่เพียงฝ่ายเดียวเมื่อปีที่แล้ว โดยคราวนั้น พนมเปญ บอกว่าจะกลับมาเปิดด่านภายใน 24 ชั่วโมง ถ้าไทยกลับมาเปิดดำเนินการตามปกติ
สื่อแห่งนี้ระบุว่าความเห็นล่าสุดของฮุน มาเนต บ่งชี้ว่าเวลานี้กัมพูชาต้องการเห็นความคืบหน้าในการปักปันเขตแดน และยุติข้อพิพาทด้านดินแดนที่ยังค้างคาอยู่ แล้วถึงจะกลับมาเคลื่อนไหวข้ามชายแดน ทั้งในด้านการค้าและการท่องเที่ยว ระหว่าง 2 ชาติเพื่อนบ้าน
ขแมร์ไทม์ส ระบุต่อว่า ขณะเดียวกันตามรายงานของหนังสือพิมพ์ข่าวสด ทางนายกรัฐมนตรีของไทยได้ปฏิเสธข่าวลือที่ว่าเขาพูดคุยหารือเกี่ยวกับการกลับมาเปิดด่านชายแดนกับนายฮุน มาเน็ต ระหว่างพบปะกันในรัสเซีย
เมื่อถูกผู้สื่อข่าวถามเกี่ยวกับประเด็นนี้ นายอนุทิน ถึงกับหัวเราะและตอบว่า "เปิดด่าน? ไม่มีทาง คนไทยคงโกรธตาย ถ้าพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา"
Kevin Nauen คณบดีคณะสังคมศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ของมหาวิทยาลัยปัญญาสาสตราแห่งกัมพูชา ให้สัมภาษณ์กับขแมร์ไทม์ บอกว่ากัมพูชาจะไม่ยอมทำตามไทย กลับมาเปิดชายแดนฝ่ายเดียวอย่างง่ายๆ
"ข้อเรียกร้องหลักในตอนนี้ของฮุน มาเนต สำหรับไทยคือ ขอให้แต่งตั้งหัวหน้าประธานคณะกรรมการเขตแดนร่วม(เจบีซี) เริ่มการสำรวจร่วมและงานปักปันเขตแดน ตามกรอบในข้อตกลงหยุดยิง วันที่ 27 ธันวาคม 2025" Kevin Nauen กล่าว
เขาอวดอ้างต่อว่าจากการปฏิเสธพูดคุยเกี่ยวกับการเปิดชายแดน กัมพูชากำลังใช้การปิดด่าน เป็นเครื่องมืองัดข้อบีบไทยให้ดำเนินการปักปันเขตแดนอย่างเป็นทางการ "ความตึงเครียดยังคงรุนแรงอย่างมาก" Kevin Nauen ระบุ พร้อมเน้นว่าไม่กี่วันก่อนหน้าการพบปะกันในคาซาน ทางกัมพูชากล่าวหากองกำลังไทยอย่างเปิดเผย ว่าบุกยึดอาคารและชักธงในดินแดนพิพาทใกล้ด่านทมอดา
"การกลับมาเปิดด่าน ขณะที่กล่าวหาอีกฝ่ายบุกรุกอย่างก้าวร้าว อาจจะดูเหมือนเป็นการล่าถอยทางการเมืองจากพนมเปญ" Kevin Nauen ระบุ
ด้าน Sam Seun นักวิเคราะห์การเมืองจากราชบัณฑิตยสถานแห่งกัมพูชา แสดงความเห็นกับขแมร์ไทม์ส ว่าความเห็นของนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ไม่ได้มีเจตนาส่งสารถึงรัฐบาลไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งข้อความถึงประชาชนคนไทยด้วย
"ตอนที่ไทยปิดด่านชายแดนฝ่ายเดียวเมื่อเดือนมิถุนายนปีก่อน คนไทยจำนวนมากเชื่อว่าเศรษฐกิจกัมพูชาจะได้รับความเสียหายอย่างหนัก และประเทศแห่งนี้จะประสบปัญหาหากปราศจากการค้าข้ามชายแดนและการท่องเที่ยว" Sam Seun
Sam Seun มองว่าประเด็นชายแดนยังอยู่ภายใต้อิทธิพลของการเมืองภายในของไทย เขาอ้างว่านายอนุทิน หาทางใช้ประเด็นนี้เสริมความเข้มแข็งแก่เสียงสนับสนุน ด้วยการปลุกกระแสชาตินิยมและใช้จุดยืนที่แข็งกร้าวกับกัมพูชา
อย่างไรก็ตาม เขาชี้ว่าหลังกำหนดข้อจำกัดตามแนวชายแดนมานานกว่า 1 ปี ผลกระทบดังกล่าวเริ่มปรากฏชัดเจนมากขึ้นภายในประเทศไทยเอง "ขณะที่ผู้คนที่อาศัยในเมืองใหญ่เผชิญกับความปั่นป่วนเล็กน้อย แต่ชุมชนต่างๆตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย ที่ต้องพึ่งพิงการค้าขาย การท่องเที่ยวและการค้าข้ามชายแดน ได้รับผลกระทบโดยตรง"
นักวิเคราะห์การเมืองจากราชบัณฑิตยสถานแห่งกัมพูชารายนี้ เน้นย้ำว่าสถานการณ์ดังกล่าวเน้นย้ำถึงความสนใจที่แตกต่างกันในประเทศไทย เนื่องจากชุมชนต่างๆตามแนวชายแดนต้องแบกรับภาระทางเศรษฐกิจหนักหนากว่าประชาชนที่อยู่ในตัวเมือง
อย่างไรก็ตามแม้มีความตึงเครียดในปัจจุบัน Sam Seun เชื่อว่ากัมพูชาและไทย ในท้ายที่สุดแล้วจะเปิดด่านชายแดน เธอเชื่อว่าปฏิกิริยาตอบสนองของฮุน มาเนต ที่มีต่อ อนุทิน มีเจตนาสื่อสารว่า ไทย ควรจัดการกับประเด็นชายแดนที่รื้อรังมานานก่อน แล้วถึงจะสามารถเดินหน้าพูดคุยเรื่องการเปิดด่านได้
(ที่มา:ขแมร์ไทม์ส)


