ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมของไทย ลดลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันในเดือนพฤษภาคม สืบเนื่องจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง การผลิตที่อ่อนแอและปัญหาขาดแคลนแรงงาน สื่อมวลชนเขมร kampucheathmey อ้างรายงานข่าวของรอยเตอร์ส ที่อ้างอิงข้อมูลที่เผยแพร่โดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเมื่อวันพุธ(17มิ.ย.)
kampucheathmey ระบุว่าตามรายงานข่าวของรอยเตอร์ส ทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเปิดเผยว่าดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมของไทย ลดลงจากระดับ 58.3 จุด ในเดือนเมษายน เหลือ 84.7 จุด ในเดือนพฤษภาคม
สื่อมวลชนกัมพูชาอ้างข้อมูลจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รายงานต่อว่าในส่วนของภาคการผลิตของไทย ยังคงอ่อนแออย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ลดลงเหลือ 92.76 จุด ในเดือนเมษายน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 0.36%
รายงานของ kampucheathmey เน้นย้ำว่าภาคหลักๆหลายภาคส่วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ฉุดให้ดัชนีดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเสื่อมถอยลง ในนั้นรวมถึง ภาคอุตสาหกรรมเครื่องจักรทั่วไป ที่ลดลงถึง 12.9% เมื่อเทียบเป็นรายปี สืบเนื่องจากการลดลงของคำสั่งซื้อเครื่องปรับอากาศจากต่างแดน
ขณะเดียวกันกำลังผลิตน้ำมันปาล์ม ลดลง 16.1% สืบเนื่องอากาศร้อนจัดที่ส่งผลกระทบต่อผลผลิต ขณะที่การผลิตปุ๋ยเคมีและสารประกอบไนโตรเจน ลดลง 28% ผลจากการขาดแคลนวัตถุดิบที่มีต้นทางจากตะวันออกกลาง
สำนักข่าว kampucheathmey รายงานปิดท้ายว่าการเสื่อมถอยลงเรื่อยๆของดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมไทย เกิดขึ้นในขณะที่เศรษฐกิจของประเทศแห่งนี้กำลังดิ้นรนอย่างหนัก สืบเนื่องจากปัญหาต่างๆนานามากมาย ในนั้นรวมถึงหนี้ครัวเรือนระดับสูง
(ที่มา:kampucheathmey)


