xs
xsm
sm
md
lg

สื่อสหรัฐฯสับเละ!วิจารณ์เดือดข้อตกลงยุติศึกของทรัมป์ ชี้เหมือน'อ่อนข้อ'ยอมจำนนอิหร่าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เป้าหมายต่างๆก่อนสงครามถูกละทิ้ง อำนาจของอิหร่านแข็งแกร่งขึ้น และเงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์ถูกใช้ไปอย่างสิ้นเปลือง ดูเหมือนว่าบรรดาสื่อมวลชนของสหรัฐฯจะลงความเห็นเป็นเอกฉันท์ส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์การอ่อนข้อของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ในข้อตกลงที่มีเจตนายุติสงคราม

ประธานาธิบดีสหรัฐฯลงนามในบันทึกความเข้าใจในวันพุธ(17มิ.ย.) ณ งานเลี้ยงรับประทานอาหารค่ำ รอบนอกกรุงปารีส เมืองหลวงของฝรั่งเศส มีเป้าหมายยุติสงครามที่ได้ลุกลามไปทั่วตะวันออกกลางและสั่นคลอนเศรษฐกิจโลก

อย่างไรก็ตามครั้นที่ ทรัมป์ เดินทางกลับสหรัฐฯในวันพฤหัสบดี(18มิ.ย.) มันนำพาเขากลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง เขาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วงดังคาด จากทั้งฝ่ายคัดค้านและฝ่ายสนับสนุนสงคราม

แม้กระทั่งฟ็อกซ์นิวส์ ซึ่งปกติแล้วเป็นช่องข่าวที่เป็นมิตรกับทัมป์ ยังอ้างพวกนักวิจารณ์บอกว่าข้อตกลงดังกล่าวมอบ "ผลประโยชน์ทางการเงินมหาศาลแก่อิหร่าน" โดยไม่ได้บังคับให้รื้อถอนโครงการนิวเคลียร์ใดๆ

บันทึกความเข้าใจฉบับนี้เป็นเพียงข้อตกลงชั่วคราว ที่มีเจตนามอบเวลาเพิ่มเติม สำหรับเริ่มเจรจาในประเด็นที่มีความซับซ้อนกว่าเดิมมากๆ นั่นก็คือการควบคุมความทะเยอทะยานทางพลังงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งทางวอชิงตันสงสัยมาช้านานกว่าอาจเป็นอำพรางโปรแกรมผลิตระเบิดนิวเคลียร์อย่างลับๆ

ครั้งบรรลุข้อตกลงขั้นท้ายสุดเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ทางสหรัฐฯจะอำนวยความสะดวกป้อนเงินฟื้นฟู 300,000 ล้านดอลาร์แก่เตหะราน โดยเงินจำนวนนี้จะได้รับการสนับสนุนจากบรรดาชาติต่างๆในภูมิภาค

สารจากบรรดาคนใกล้ชิดของทรัมป์ ดูเหมือนไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญใดๆ ต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากฟ็อกซ์นิวส์ต่อข้อตกลงดังกล่าว "แม้รัฐบาลจะพรรณนาว่าข้อตกลงนี้เป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญ แต่พวกวิจารณ์โต้แย้งว่ามันเป็นการอ่อนข้อแก่อิหร่าน มากกว่ามากๆเมื่อเทียบกับคำรับประกันที่ได้รับกลับมา" ฟ็อกซ์นิวส์ระบุ

ส่วน MS NOW เครือข่าวสถานีโทรทัศน์เอียงซ้ายของสหรัฐฯ ระบุว่า "ทำเนียบขาวยอมตกลงขยายเวลาหยุดยิง โดยที่ไม่บรรลุเป้าหมายใดๆ ที่ตั้งไว้ก่อนสงคราม ขณะเดียวกันยังยอมอ้อนข้อมอบเงินมหาศาลแก่เตหะราน ตอนนี้รัฐบาลกำลังพยายามโต้แย้งเป็นอย่างอื่น แต่พูดตรงๆเลย ทรัมป์เล่นตามเกมของอิหร่าน และไม่มีใครเชื่อการปั่นกระแสของเขาหรอก"

ด้านหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล เขียนว่า "ข้อตกลงนี้ถูกมองอย่างกว้างขวางในฐานะเดิมพันนโยบายต่างประเทศครั้งใหญ่ที่สุดในสมัย 2 ของประธานาธิบดี แต่ ทรัมป์ จะเผชิญการต่อต้านจากบรรดาสายเหยี่ยวนโยบายอิหร่าน ที่บอกว่าประธานธิบดียอมอ่อนข้อมากมายกว่าที่เขาได้รับหลายเท่า"

แม้แต่ขั้นตอนการลงนามในข้อตกลงก็ดูเหมือนจะเกิดความวุ่นวายขึ้น โดยวอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า ทรัมป์ ได้ลงนามในข้อตกลงเป็นครั้งที่ 2 ในคืนวันพุธ(17มิ.ย.) สร้างความประหลาดใจแก่ผู้ช่วยของเขาบางส่วน และทำให้แผนสำหรับจัดพิธีลงนามอย่างเป็นทางการในช่วงปลายสัปดาห์ ต้องสะดุดลง

นิวยอร์กไทม์ส ระบุว่าอิหร่านโผล่ออกจากความขัดแย้งด้วยการที่สามารถ "เฉลิมฉลองได้มากกว่า" เน้นย้ำข้อตกลงดังกล่าวไม่ต่างจาก "เอกสารยอมจำนน" โดยสหรัฐฯ "สาธารณรัฐอิสลามพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า พวกเขาสามารถใช้ความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจเป็นอาวุธ"

ในช่วงต้นของความขัดแย้ง ซึ่งเริ่มขึ้นจากการที่สหรัฐฯและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ทรัมป์พูดถึงความเป็นไปได้ที่ระบอบปกครองของอิหร่านจะล่มสลาย "ถ้าจะมีอะไรเกิดขึ้น นั่นก็คือ ทรัมป์ กลับกลายเป็นว่าได้ค้ำชูให้ผู้นำคนใหม่ผงาดขึ้นมา" นิวยอร์กไทม์สระบุ

ยิ่งไปกว่านั้น เตหะราน ยังขยับเข้าใกล้การมีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครองมากกว่าที่เคยเป็นมาเสียอีก "เป็นเวลานานกว่า 2 ทศวรรษแล้วที่อิหร่านมุ่งตรงสู่ความใกล้เคียงของการสร้างระเบิดนิวเคลียร์ แต่พวกเขาไม่เคยก้าวล้ำเส้นดังกล่าว" ตามรายงานของนิวยอร์กไทม์ส

"ทว่าตอนนี้ ครั้งที่พวกผู้นำอิหร่านเริ่มเคลียร์เศษซากจากระเบิดที่ถูกทิ้งลงมาตลอด 40 วัน และคิดถึงแนวทางการใช้จ่ายเงินหลายพันหลายหมื่นล้านที่จะหวนคืนมาเร็วๆนี้ บางทีพวกเขาอาจตั้งคำถามในใจว่าพวกเขามียุทธศาสตร์นิวเคลียร์ที่ถูกต้องหรือไม่"

(ที่มา:เอเอฟพี)