สหรัฐฯยุติการปิดล้อมทางทะเลท่าเรือต่างๆของอิหร่านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลัง 2 ประเทศลงนามในข้อตกลงยุติสงครามในตะวันออกกลาง แม้ผู้นำสูงสุดของเตหะรานบอกว่าเขามีมุมมองในต่างออกไปและเย้ยหยันว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งอเมริกา ยอมล้มปฏิบัติการรุกราน สืบเนื่องจากความสิ้นหวัง
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ ยืนยันว่าได้ยกเลิกการปิดล้อม "ตามคำสั่งของประธานาธิบดี" และการบังคับใช้มาตรการปิดล้อมของอเมริกาได้ยุติลง
รายงานข่าวของบีบีซีอ้างว่าเบื้องต้น มอจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ไม่เห็นด้วยกับข้อตกลง แต่ยอมให้เดินหน้า หลังได้รับคำรับประกันจากประธานาธิบดี เมซูด เปเซชเคียน
ข้อตกลงกำหนดให้ยุติปฏิบัติการทางทหารในทุกแนวหน้าในทันทีและกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เช่นเดียวกับเงื่อนไขอื่นๆ
รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ปกป้องข้อตกลงนี้ โดยชี้ว่าอิหร่านจะไม่ได้รับเงินหรือการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร จนกว่าจะทำตามพันธสัญญาทั้งหลายที่กำหนดไว้ในข้อตกลง
บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ กำหนดไว้ว่าจะไม่มอบผลประโยชน์ใดๆแก่อิหร่าน จนกว่าเตหะรานจะปฏิบัติตามข้อตกลงโดยสมบูรณ์และเปลี่ยนพฤติกรรม ในนั้นรวมถึงทำตามคำสัญญาในเอ็มโอยู เกี่ยวกับการทำลายคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ และแสดงให้เห็นว่าพวกเขาจะไม่มอบเงินทุนสนับสนุนบรรดากลุ่มตัวแทนในภูมิภาค
ระหว่างให้สัมภาษณ์กับพวกผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวในวันพฤหัสบดี(18มิ.ย.) แวนซ์ เผยว่าข้อตกลงมีผลบังคับใช้แล้ว ซึ่งเป็นการเริ่มต้นกรอบเวลา 60 วันสำหรับเจรจาเพิ่มเติม และมีความเป็นไปได้ที่เขาจะมุ่งหน้าไปยังสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อ "เจรจาทางเทคนิคต่างๆนานา"
อย่างไรก็ตาม เขา ไม่ได้ระบุว่าเมื่อไหร่ที่จะเดินทางไปยังสวิตเซอร์แลนด์ โดยเพียงแต่บอกว่า "อิหร่านไม่ใช่ประเทศที่คุยด้วยง่ายๆ" และกำลังหาคำตอบว่าการเจรจาเพิ่มเติมจะมีขึ้นเมื่อไหร่กันแน่
พิธีลงนามในเอ็มโอยูอย่างเป็นทางการ กำหนดจัดขึ้นในสวิตเซอร์แลนด์ในวันศุกร์(19มิ.ย.) อย่างไรก็ตามล่าสุดคนกลางอย่างปากีสถานเปิดเผยกับเอเอฟพีว่า พิธีดังกล่าวถูกยกเลิก เนื่องจากข้อตกลงได้รับการลงนามทางไกลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
กระนั้นคาดหมายว่าบรรดาตัวแทนจากสหรัฐฯและอิหร่านจะยังคงพบปะกันในสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเจรจาเพิ่มเติม
ในถ้อยแถลงที่เผยแพร่บนสื่ออิหร่าน สารจากคอเมเนอี ระบุว่าพวกเจ้าหน้าที่นำพาข้อตกลงมาถึงขั้นนี้ "ด้วยความความจริงใจและความปรารถนาดี" และอ้างว่า "ด้วยความสิ้นหวัง ทรัมป์จึงใช้ทุกวิถีทางเพื่อทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้น"
อย่างไรก็ตาม มอจตาบา คาเมเนอี เน้นย้ำว่าเขามีมุมมองในเรื่องนี้ต่างออกไป โดยแม้จะมีการเจรจาแบบเจอหน้าในอนาคตระหว่างเตหะรานกับวอชิงตัน แต่มันจะไม่ได้หมายความว่าเตหะรานจะยอมรับจุดยืนของศัตรู
ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้นำสูงสุดของอิหร่านออกมาแสดงปฏิกิริยาตอบสนองต่อข้อตกลง คอเมเนอีไม่ถูกพบเห็นต่อหน้าสาธารณะมาตั้งแต่เขาเข้ารับตำแหน่งในเดือนมีนาคม ตามหลัง อยาตอลเลาะห์ อาลี คอเมเนอี บิดาของเขาและผู้นำสูงสุดคนก่อน เสียชีวิตในปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐฯและอิสราเอล ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันแรกของความขัดแย้ง ที่ต่อมาลุกลามกลายเป็นสงครามระดับภูมิภาค
ทรัมป์ ไม่ได้ตอบโต้ถ้อยแถลงของ คอเมเนอี ตรงๆ แต่โพสต์ข้อความบนทรูธโซเชียล คาดหมายว่าข้อตกลงจะมีผลบังคับใช้ในทุกแนวหน้า ในนั้นรวมถึงระหว่างอิสราเอลกับพวกฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน และคาดการณ์ว่าประเทศต่างๆในตะวันออกกลาง "จะรักษาคำมั่นสัญญาของพวกเขา ที่จะเปิดทางให้เราเดินหน้าการเจรจา"
หลังจากอเมริกาและอิหร่านลงนามในข้อตกลง ทาง เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เน้นย้ำความสำคัญของการรักษาไว้ซึ่งความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างอิสราเอลกับสหรัฐฯ บอกว่าวอชิงตันยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่กับประเทศของเขามาตลอด ระหว่างทำสงครามกับอิหร่าน
คำกล่าวของเนทันยาฮู มีขึ้นหลังจากสมาชิกคณะรัฐมนตรีของเขาบางส่วน ส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน
แวนซ์ ตอบโต้กลับ บอกว่าพวกที่วิจารณ์ข้อตกลงควร "ตื่นขึ้นมาและรับรู้ความจริง" และระบุ "ถ้าผมเป็นคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลอิสราเอล ผมจะไม่พูดโจมตีพันธมิตรมหาอำนาจเพียงหนึ่งเดียว ที่ผมเหลืออยู่ในโลกใบนี้"
ข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน ที่ขยายกรอบเวลาหยุดยิงออกไป 60 วัน มีประเด็นหลักๆอยู่ 14 ข้อ ในนั้นรวมถึงยุติความขัดแย้งทุกแนวรบ, เลิกการปิดล้อม, กลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แลกกับอิหร่าน ที่จะไม่มีวันครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ รวมถึงคำสัญญาณมอบเงิน 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับการฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐกิจแก่อิหร่าน แม้อเมริกาไม่จำเป็นต้องมีส่วนร่วมในการจัดหาทุนดังกล่าวก็ตาม
ทั้งอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์ ยังคงโจมตีกันและกัน นับตั้งแต่มีการแถลงเกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน ในนั้นรวมถึงรายงานข่าวการโจมตีในเลบานอนในวันพฤหัสบดี(18มิ.ย.) ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย
อิสราเอลอ้างว่าความขัดแย้งกับฮิซบอลเลาะห์เป็นคนละส่วนกับสงครามในอิหร่าน ส่วนฮิซบอลเลาะห์เองก็ปฏิเสธเงื่อนไขในข้อตกลงระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ
(ที่มา:บีบีซี)


