มาริอุส บอร์ก เฮออิบี โอรสนอกสมรสสุดอื้อฉาวของมกุฎราชกุมารีแห่งนอร์เวย์ซึ่งก็ทรงอื้อฉาวไล่เลี่ยกัน จะถูกกุมขังในคุกยาวๆ ไป หลังจากทีมทนายความเดินเรื่องขอประกันตัวทันทีเพื่อต่อสู้ในชั้นอุทธรณ์ต่อไปแต่ศาลอุทธรณ์ไม่อนุมัติ เพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะไปคุกคามบรรดาโจทก์สาวหลายราย
โดยสมาชิกหนุ่มวัย 29 ปี แห่งพระราชวงศ์นอร์วีเจียน ถูกศาลชั้นต้นในกรุงออสโลพิพากษาเมื่อวานนี้ 15 มิถุนายน 2026 ว่ากระทำความผิดจริงในคดีข่มขืนกระทำชำเราอดีตแฟนสาว 2 ราย 2 คดี ตลอดจนคดีทุบตีทำร้ายร่างกายคู่รักเก่า กับคดีอื่นๆ อีกมากมาย
ในการนี้ มาริอุส เฮออิบี ซึ่งโพลล่าสุดสำรวจความคิดเห็นพบว่าเป็นบุคคลที่ถูกสาธารณชนเกลียดชังมากที่สุดในประเทศนอร์เวย์นั้น ถูกกำหนดโทษจำคุก 4 ปี และจะต้องจ่ายค่าเสียหายให้แก่สตรี 4 รายที่ตกเป็นเหยื่อการข่มขืนและการทุบตีทำร้าย รวม 2.2 ล้านบาท รายละประมาณ 350,000-700,000 บาท ตามข้อมูลของเว็บไซต์ข่าวนิวส์อินอิงลิชแห่งนอร์เวย์
ทั้งนี้ มาริอุส เฮออิบี ซึ่งกำเนิดมาในศักราช 1997 โดยที่บิดาแท้ๆ ยังติดคุกคดียาเสพติด และเป็นห้วงเวลา 4 ปีก่อนที่เม็ตเตอ-มาริต เฮออิบี สาวเสิร์ฟผู้เป็นสุดที่รักของเจ้าฟ้าชายโฮกุน จะได้เข้าพระราชพิธีเสกสมรสในปี 2001 นั้น ถูกดำเนินคดีในข้อหาต่างๆ รวม 40 คดี โดยเป็นคดีข่มขืนกระทำชำเรา 4 คดี แต่เคาะว่าผิดจริง 2 คดี ไปจนถึงคดีทุบตีทำร้ายร่างกายแฟนเก่า คดีข่มขู่คุกคาม และคดีขับรถอันตรายร้ายแรง
ทั้งหลายทั้งปวงนี้กฎหมายบัญญัติบทลงโทษจำคุกไว้ให้ถึง 16 ปี แต่ผู้พิพากษากำหนดโทษเพียง 4 ปี
หนึ่งในคดีข่มขืนที่พิจารณาหลักฐานทั้งมวลแล้ว ต้องเคาะว่าเป็นการกระทำความผิดจริงนั้น เกิดขึ้นในปี 2018 ภายในพระตำหนักของพระบิดาเลี้ยง คือ มกุฎราชกุมาร เจ้าฟ้าชายโฮกุน กันเลยทีเดียว
“เขาเชื่อว่าเขาจะทำอะไรที่ต้องการ ก็ทำได้ทุกอย่าง” คำบรรยายฟ้องของอัยการระบุอย่างนั้น ขณะที่ มาริอุส เฮออิบี โวยว่าถูกสื่อมวลชนป้ายสีจนทำให้ตนกลายเป็น “ปีศาจร้าย” สื่อยักษ์ในเยอรมนี ดอยเช่ เวลเล (ดีดับเบิลยู) รายงานอย่างนั้น
ที่ผ่านมา ตำรวจประสบความสำเร็จในการขออำนาจศาลควบคุมตัว มาริอุส เฮออิบี ไว้ที่เรือนจำในไอลา ไม่ไกลจากกรุงออสโล ตั้งแต่เมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2026 เพราะพระโอรสผู้ห้าวเป้งของเจ้าหญิงเม็ตเตอ-มาริต เฮออิบี อดีตสาวเสิร์ฟและสาวสวยสายปาร์ตีตามการตั้งฉายาโดยสื่อมวลชนในนอร์เวย์ มีพฤติกรรมการฝ่าฝืนคำสั่งศาลว่าด้วยการคุ้มครองสวัสดิภาพของโจทก์
นอกจากนั้น การใช้ความรุนแรงของ “ว่าที่อาชญากร” มาริอุส เฮออิบี จะถูกปิดข่าว จนกระทั่งไปสร้างคดีใหญ่ปิดไม่อยู่ เมื่อ “ปีศาจร้าย” ของสื่อมวลชน ไปบุกอพาร์ตเมนต์ของอดีตแฟนสาว กลางดึกของวันที่ 4 สิงหาคม 2024 ในกรุงออสโล เมืองหลวงแห่งนอร์เวย์ แล้วลงไม้ลงมือทุบตีทำร้ายร่างกายเธอ ซึ่งเมื่อตำรวจไประงับเหตุเพราะมีผู้อยู่อาศัยในอพาร์ตเมนต์โทรศัพท์แจ้งนั้น ตำรวจพบเห็นมีดปักคากำแพงห้องซึ่งกระเจิดกระเจิงเละไปหมด ขณะที่เจ้าของห้องบาดเจ็บมากมาย
สื่อนิวส์อินอิงลิชรายงานว่า อันที่จริงนั้นตำรวจจับตาพฤติกรรมป่าเถื่อนของจอมพี้ยา มาริอุส เฮออิบี มาระยะหนึ่งแล้ว และเมื่อเกิดดราม่าซ้อมผู้หญิงดุเดือดขนาดนั้น จึงเป็นครั้งแรกที่อาชญากรรมของลูกชายสุดเลิฟแห่งเจ้าหญิงอดีตสาวเสิร์ฟ เป็นที่ล่วงรู้ของสาธารณชน
ความรู้สึกต่อต้านพระลูกเลี้ยงของมกุฎราชกุมารโฮกุนระอุไปทั่วประเทศโดยตลอด 7 สัปดาห์แห่งการไต่สวนคดี โดยสื่อใหญ่น้อยพากันนำข้อมูลไปรายงานเป็นข่าวครึกโครมอย่างชนิดที่กัดไม่ปล่อย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รายละเอียดเกี่ยวกับมาริอุส เฮออิบี กับการติดยาเสพติดงอมแงม ไปจนถึงรายละเอียดในคลิปวิดีโอประกอบกามกิจ ตลอดจนข้อความที่โต้ตอบต่างๆ มากกว่า 800 ข้อความ
ข้อกล่าวหาในคดีอาชญากรรมที่ฟ้องร้องเอาผิด มาริอุส เฮออิบี เขย่าภาพลักษณ์ของพระราชวงศ์แห่งนอร์เวย์ให้เสื่อมเสียจนกระทั่งเข้าสู่ระดับวิกฤติ กระทั่งว่าต้องมีการถอดภาพถ่ายและเรื่องราวของมาริอุส เฮออิบี ออกจากเว็บไซต์พระราชสำนัก
เท่านั้นยังไม่พอ นอกจากที่ถูกเขย่าด้วยความอื้อฉาวของมาริอุส เฮออิบี แล้วนั้น พระราชวงศ์นอร์วีเจียนยังถูกเขย่าหนักขึ้นไปอีก ด้วยความอัปยศของพระมารดาเฮออิบี เมื่อมีรายงานข่าวสุดแสนจะน่าอับอายในส่วนของเจ้าหญิงเม็ตเตอ-มาริต เฮออิบี และดุเดือดกว่าปัญหาเก่าในสมัยที่ยังมิได้เสกสมรส
แต่เดิมที่มกุฎราชกุมารแห่งนอร์เวย์ ทรงพบ เม็ตเตอ-มาริต เฮออิบี นางเป็นสตรีสามัญชนที่มีภูมิหลังดุเดือดโลดโผน เช่น เปลี่ยนแฟนรายปี ทั้งสองศึกษาดูใจกันอย่างจริงจังในปี 1999 และใช้ชีวิตด้วยกันตลอดปี 2000
เมื่อมีการเปิดตัวเม็ตเตอ-มาริต เฮออิบี ด้วยการประกาศข่าวช่วงต้นเดือนธันวาคม 2000 ว่ามกุฎราชกุมารทรงหมั้นหมายกับพระคู่รักแล้ว เสียงยี้สนั่นจากพสกนิกรนอร์วีเจียนดังอื้ออึง เพราะหญิงสามัญชนวัย 27 ปีคนนี้ มีภูมิหลังที่แซ่บเหลือเกิน แม้เธอจะมาจากครอบครัวชนชั้นกลาง โดยมารดาของเธอเป็นนักข่าวและบิดาทำงานธนาคาร
เธอมีประวัติติดยาเสพติด โดยเคยเข้ารับการบำบัด เธอเลิกเรียนระดับปริญญาตรี แล้วไปใช้ชีวิตกับแฟนหนุ่มซึ่งเสพโคเคน
ในเวลาต่อมาเธอให้กำเนิดแก่บุตรชายนอกสมรสในเดือนมกราคม 1997 และเลี้ยงลูกด้วยอาชีพสาวเสิร์ฟ แต่ปมที่ทำให้สาธารณชนคัดค้านกันหนักหนาคือ แฟนหนุ่มผู้เป็นบิดาของลูกชายเธอนั้น อยู่ระหว่างต้องโทษจำคุกคดีทำร้ายผู้อื่นโดยขาดสติเพราะฤทธิ์ยาเสพติดและคดีการมีโคเคนอยู่ในครอบครอง
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความรักของมกุฎราชกุมารกระเตื้องดีขึ้นมากในช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2001 เมื่อมีการเคลียร์กันอย่างชัดเจนว่าบุตรชายลูกติดของพระคู่หมั้นจะไม่ได้รับพระอิสริยยศ อีกทั้งไม่มีสิทธิใดๆ ในความเป็นรัชทายาท
แต่ส่วนที่สำคัญเหนืออื่นใด คือ การจัดแถลงข่าวครั้งสำคัญ
โดย ‘ว่าที่’ เจ้าสาวได้กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า ขออภัยประชาชนสำหรับอดีตของเธอ ตลอดจนกล่าวต่อต้านการใช้ยาเสพติด พร้อมกับเปิดใจว่าประสบการณ์แย่ๆ จากยาเสพติดทำให้เธอเข็ดขยาด และเปลี่ยนแปลงเป็นคนที่เข้มแข็งมากขึ้น
ปฏิกิริยาจากสาธารณชนจึงออกมาในทางบวก มีการแสดงเห็นใจ เข้าใจ และชื่นชมใน ‘ว่าที่’ มกุฎราชกุมารีกันทั่วแผ่นดิน บีบีซีรายงานไว้ในเดือนสิงหาคม 2001
แต่แล้ว จู่ๆ ในห้วงต้นปีที่ผ่านมา มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการว่าเจ้าหญิงเม็ตเตอ-มาริต เฮออิบี สนิทสนมอย่างยิ่งกับเจฟฟรีย์ เอปสทีน จอมอาชญากรค้ามนุษย์และพ่อเล้าระดับโลกที่ล่อเหยื่อสำเร็จด้วยเซ็กส์และยาเสพติด โดยเคยไปพักค้างคืนที่แมนชันหรูของเอปสทีนในรัฐฟลอริด้าสามวันสามคืน อีกทั้งยังมีการเขียนอีเมล์จำนวนมากไปๆ มาๆ ระหว่างกัน ในช่วงปี 2011-2014 ซึ่งความฉาวโฉ่วของเอปสทีนเป็นที่ทราบกันไปทั่วแล้วตั้งแต่ที่เอปสทีนยอมสารภาพผิดในชั้นศาลเมื่อปี 2008 ว่าในคดีล่อลวงเด็กสาวเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี มาค้าประเวณี
ในการนี้ แม้จะไม่มีหลักฐานสำแดงถึงสาระสำคัญในมิตรภาพ แต่ผู้คนไม่ใช่น้อยฟันธงว่าคนที่มีมิตรภาพกับเอปสทีน ถ้าไม่หวังบริการทางเพศจากเด็กสาวในสังกัดของเอปสทีน ก็ต้องไปใช้บริการยาเสพติด
ดังนั้น การที่เจ้าหญิงเม็ตเตอ-มาริต เฮออิบี ไปสนิทสนมมากมายกับเจฟฟรีย์ เอปสทีน แล้วปิดไว้เป็นความลับ จึงเป็นปัจจัยคุกคามความศักดิ์สิทธิ์และสง่างามของสถาบันกษัตริย์แห่งนอร์เวย์
เลอมองด์ สื่อค่ายยักษ์แห่งฝรั่งเศสรายงานว่า เรื่องน่าตกใจนี้ทำให้ชาวนอร์วีเจียนจำนวนหนึ่งคลางใจว่า ในวันเวลาที่เจ้าฟ้าชายโฮกุนเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นคิงแห่งนอร์เวย์ เจ้าหญิงเม็ตเตอ-มาริต เฮออิบี สมควรละหรือที่จะเป็นควีนของประเทศ
โดย รัศมี มีเรื่องเล่า
(ที่มา: นิวส์อินอิงลิช ดอยเช่ เวลเล บีบีซี เลอมองด์)


