สื่อ Ynet ของอิสราเอลรายงานว่า เจ้าหน้าที่อิสราเอลรู้สึกว่าถูกละเลยจากข้อตกลงยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กำลังเกิดขึ้น และไม่พอใจอย่างยิ่งกับสิ่งที่พวกเขาเชื่อว่าเป็น “หายนะ” ที่ล้มเหลวในการบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ก่อนสงคราม
ตามเงื่อนไขที่รายงาน ข้อตกลงยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งโดยไม่มีการเก็บค่าผ่านทาง ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ต่อท่าเรืออิหร่าน ผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรต่อเตหะราน และเลื่อนการเจรจานิวเคลียร์ออกไป ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ออกมาประกาศล่าสุดว่าจะมีการลงนามข้อตกลงในวันศุกร์นี้ (19)
เตหะรานย้ำชัดว่า ข้อตกลงดังกล่าวต้องยุติความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนด้วย ซึ่งที่ผ่านมากองกำลังอิสราเอลได้เข้าไปยึดครองดินแดนส่วนสำคัญไว้ ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ต้องการข้อตกลงที่เน้น “สันติภาพในภูมิภาคอย่างกว้างขวาง” รวมถึงในเลบานอน แต่พวกเขายืนยันว่าอิสราเอลสงวนสิทธิ์ในการป้องกันตนเอง
Ynet รายงานเมื่อวันเสาร์ (13) โดยอ้างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิสราเอลหลายคนว่า รัฐบาลยิวเชื่อว่าข้อตกลงที่ก่อตัวขึ้นนั้นยังไม่ตรงตามข้อกำหนดสำคัญ ๆ ของอิสราเอลทุกประการ ได้แก่ การปลดอาวุธนิวเคลียร์ การจำกัดขีปนาวุธ และการถอนตัวของพันธมิตรในภูมิภาคของอิหร่าน
เตหะรานกล่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าไม่ได้แสวงหาอาวุธนิวเคลียร์ และใช้ศักยภาพด้านนิวเคลียร์เพื่อวัตถุประสงค์สันติเท่านั้น
“ทรัมป์ โกงเรา” เจ้าหน้าที่อิสราเอลคนหนึ่งกล่าวกับ Ynet ส่วนเจ้าหน้าที่อีกคนเรียกข้อตกลงนี้ว่า “แย่มาก”
“จากมุมมองของเรา มันคือหายนะ เพราะมันไม่ตรงกับหลักการใด ๆ ที่เราพูดคุยกันเมื่อตอนที่สงครามเริ่มต้นขึ้น” เขากล่าว
เจ้าหน้าที่คนที่ 3 เตือนว่า ข้อตกลงนี้จะถูกตีความอย่างกว้างขวางว่าเป็นความพ่ายแพ้ของอเมริกา
“สมมติฐานในการทำงานระดับภูมิภาคคือ ข้อตกลงนี้ลงนามภายใต้แรงกดดันจากอิหร่านและการยอมถอยของอเมริกา” เขากล่าว พร้อมเสริมว่า ข้อตกลงนี้ “จะถูกมองว่าเป็นความล้มเหลว” อย่างน้อยก็ในระยะสั้น
ต่อหน้าสาธารณชน นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู “แสดงความชื่นชม” ต่อคำมั่นสัญญาของ ทรัมป์ ที่ว่า ข้อตกลงยุติสงครามจะ “รวมถึงการกำจัดวัสดุเสริมสมรรถนะ” ออกจากอิหร่าน และย้ำว่าอิสราเอลไม่ได้เป็นภาคีของข้อตกลงนี้
อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังฉากภาพที่ปรากฏกลับแตกต่างออกไป โดยมีรายงานว่า ทรัมป์ ตวาดใส่ เนทันยาฮู เมื่อต้นเดือน มิ.ย. และเรียกเขาว่า “บ้าบอ” เกี่ยวกับการโจมตีของอิสราเอลในเลบานอน ตามรายงานของ Axios สื่อดังกล่าวยังอ้างว่า ทรัมป์ ขู่จะถอนการสนับสนุนอิสราเอลหากอิสราเอลเริ่มสงครามกับอิหร่านอีกครั้ง
ทรัมป์ ยังออกมาเน้นย้ำต่อสาธารณชนว่า เนทันยาฮู ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องยอมรับข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
ความตึงเครียดระหว่างผู้นำทั้งสองเกิดขึ้นในขณะที่ ทรัมป์ ถูกนักวิจารณ์รุมสับว่าหลงติดกับกลอุบายของอิสราเอลที่ประสบความสำเร็จในการดึงสหรัฐฯ เข้าสู่สงครามกับอิหร่าน ปฏิบัติการทางทหารดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับผู้สนับสนุนที่ภักดีที่สุดของ ทรัมป์ บางส่วน รวมถึงนักข่าวสายอนุรักษ์นิยมอย่าง ทักเกอร์ คาร์ลสัน ซึ่งเรียกมันว่าเป็น “ความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุด” ในสมัยการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของทรัมป์
ที่มา: RT


