ท่ามกลางความเคลื่อนไหวของจีนในการอัปเกรดกองกำลังรถถังของตนเอง พวกเขาได้ขายรถถังรุ่นเก่าๆให้แก่บรรดาชาติกำลังพัฒนาในราคาถูกสุดๆ ในนั้นรวมถึงหลายสิบคันที่ป้อนแก่กัมพูชา ชาติที่มีความขัดแย้งกับไทย อย่างไรก็ตามสื่อต่างประเทศได้เผยถึงสเปกของรถถัง T-59D ซึ่งเป็นรุ่นที่โบราณมากและไม่น่าจะเป็นภัยคุกคามใดๆต่อประเทศเพื่อนบ้าน
เนชันแนลอินเทอเรสต์ เผยแพร่รายงานที่เขียนโดย Peter Suciu นักข่าวและนักเขียนอิสระชาวอเมริกันผู้เชี่ยวชาญด้านยุทโธปกรณ์ทางทหาร ประวัติศาสตร์อาวุธ และยุทธภูมิทางทหาร ระบุว่าความขัดแย้งทั้งทางดินแดนและวัฒนธรรมที่ยืดเยื้อยาวนานระหว่างกัมพูชาและไทย ประทศเพื่อนบ้าน แทบไม่พบเห็นสัญญาณว่าจะมีทางออกในระยะใกล้ นอกเหนือจากประเด็นโตเถียงเกี่ยวกับการกล้าวอ้างเขตแดนและความรู้สึกชาตินิยมที่ฝังรากลึกแล้ว ทั้ง 2 ชาติยังต่อสู้กันเกี่ยวกับคำกล่าวอ้างพื้นที่ทับซ้อนอาณาเขตทางทะเลด้วย
รายงานระบุต่อว่าไทยและกัมพูชาสู้รบในสงครามช่วงสั้นๆในปี 2025 มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในกองกำลังที่ยึดครองพื้นที่ชายแดนที่มีข้อพิพาท แต่โดยพื้นฐานแล้วยังไม่มีทางออกใดในวิกฤตครั้งนี้ ทั้ง 2 ประเทศรักษาไว้ซึ่งข้อตกลงหยุดยิงมาตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2025 ที่ประสบความสำเร็จในการหยุดสู้รบหนักๆและความเคลื่อนไหวทางทหาร
อย่างไรก็ตามรายงานระบุว่าความไม่ไว้วางใจที่ยังคงมีอยู่อาจทวีความรุนแรงขึ้นในไม่ช้า เนื่องจากมีรายงานว่ากัมพูชาได้รับรถถึงประจัญบาน T-59D ล็อตแรกจากจีนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม้รถถังเหล่านี้จะเป็นการสั่งตั้งแต่ก่อนหน้าเหตุปะทะชายแดนกับไทยในปีที่แล้ว แต่รถถังจีนราว 39 คัน มาถึงในขณะที่ไทยและกัมพูชายังไม่ได้บทสรุปเกี่ยวกับสันติภาพที่ยั่งยืน
กัมพูชาสั่งรถถังที่ผลิตโดยจีนรุ่นนี้มากกว่า 100 คัน และพนมเปญยืนยันว่าการรับมอบครั้งนี้ไม่ได้เป็นการตอบสนองต่อความขัดแย้งตามแนวชายแดนปีที่แล้ว โดยในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาบอกกับพวกผู้สื่อข่าวว่าการจัดซื้อทางทหารครั้งนี้ เป็นการทำตามสัญญาที่เคยมีเมื่อหลายปีก่อน และไม่ต่างจากสัญญาจัดหาของประเทศอื่นๆ
เนชันแนลอินเทอเรสต์ รายงานว่า สำหรับไทย จนถึงตอนนี้ก็ปฏิเสธความกังวลเกี่ยวกับการส่งมอบรถถังดังกล่าวเช่นกัน โดยบ่งชี้ว่ารถถัง Type 59 ที่ส่งมอบกันสดๆร้อนๆนั้น เป็นรุ่นเก่าที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ที่ทางกองทัพมองว่าไม่ได้เป็นภัยคุกคามร้ายแรง กองทัพไทยยังเน้นด้วยว่ารถถังเหล่านี้ ไม่ได้ถูกส่งเข้าประจำการในพื้นที่ชายแดนที่เป็นข้อพิพาท
รายงานของเนชันแนลอินเทอเรสต์ ระบุว่ารถถัง Type 59 ถูกกองทัพปลดแอกประชาชนจีน สร้างขึ้นมาทั้งหมด 9,500 คัน มันมีความยาว 6.04 เมตร กว้าง 3.27 เมตรและน้ำหนัก 37 ตัน นอกจากนี้แล้วมันใช้เครื่องยนต์ 12150L เป็นเครื่องยนต์ดีเซล V12 แบบสูบวี ระบายความร้อนด้วยของเหลว มีระบบกันสะเทือนแบบทอร์ชันบาร์ ความเร็วสูงสุดบนถนน 50 กิโลเมตร วิ่งได้สูงสุดเป็นระยะทาง 440 กิโลเมตร ติดตั้งปืนใหญ่ลำกล้องเรียบขนาด 100 มม. ปืนกลต่อต้านอากาศยานขนาด 12.7 มม. และปืนกลขนาด 7.62 มม. บรรทุกกำลังพลได้ 4 ราย
ในรายงานระบุว่าเมื่อเปรียบเทียบกับบรรดารถถังประจัญบานที่ประจำการอยู่ในกองทัพญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ออสเตรเลียและสหรัฐฯ สามารถให้คำจำกัดความ T-59D ที่กัมพูชาได้รับมอบว่าเก่าแก่เกินกว่าจะนำมาใช้ประโยชน์ในปัจจุบัน
รถถังเหล่านี้เป็นรุ่นที่ได้รับการปรับปรุงใหม่จากรถถัง T-59 รุ่นเก่า ซึ่งพัฒนาขึ้นมาในฐานะรถถัง T-54A ของโซเวียต รุ่นดัดแปลงที่ผลิตโดยจีน ย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษ 1950 ส่วนหนึ่งในสนธิสัญญามิตรภาพระหว่างจีนกับโซเวียตหลังสงครามเกาหลี ในช่วงเวลาดังกล่าว ปักกิ่งรักษาไว้ซึ่งความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับมอสโก โดยฝ่ายหลังถึงขั้นมอบพิมพ์เขียวและองค์ความรู้ด้านการผลิต เพื่อให้จีนทำการผลิตรถถังภายในประเทศ
ต่อมารถถัง Type 59 กลายมาเป็นกระดูกสันหลังของกองทัพปลดแอกประชาชนจีน ยังคงครองสถิติเป็นรถถังที่ผลิตยาวนานที่สุดของกองทัพปลดแอกประชาชนจีนจนถึงตอนนี้ ก่อนที่จะยุติการผลิตไปในปี 1985 อย่างไรก็ตามมันถูกใช้เป็นพื้นฐานสำหรับผลิตรถถังประจัญบานรุ่นอื่นๆของกองทัพปลดแอกประชาชนจีน ในนั้นรวมถึง Type 62, the Type 69 หรือกระทั่ง Type 97
(ที่มา:เนชันแนลอินเทอเรสต์)


